ศาลสั่ง ธนาคารกสิกรไทย ร่วมชดใช้ ชาล็อต ออสติน หลังสูญเงิน 4 ล้าน ให้มิจฉาชีพ ชี้สาเหตุ การโอนเงินครั้งที่สองและครั้งที่สาม จำนวนสองล้านบาทนั้น ถือเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ เนื่องจากมีการโอนกันในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน

จากกรณี “ชาล็อต ออสติน” นางงามและนักแสดงชื่อดัง ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแก๊งคอลเซนเตอร์แอบอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ หลอกว่ามีส่วนพัวพันคดีฟอกเงิน เธอสูญเงินไปกว่า 4 ล้านบาท และถูกบังคับให้วิดีโอคอลตลอด 24 ชั่วโมงเนื่องจากอาการแพนิก

ล่าสุด ทนายเจมส์ ได้โพสต์ข้อความว่า “วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 13:00 น. ศาลแพ่งนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ พ.3955/2568 บจ.มิสชาล็อต-ธ.กสิกร

คดีนี้ บจ.มิสชาล็อต เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ธ.กสิกร จำเลย ต่อศาลแพ่ง ในข้อหาผิดสัญญาฝากทรัพย์ ทุนทรัพย์ 4,000,000 บาท

โดยโจทก์อ้างว่า โจทก์โอนเงินให้แก่มิจฉาชีพจำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 4,000,000 บาท ซึ่งเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติและมีความเสี่ยงสูงแต่จำเลยกลับไม่มีมาตรการตรวจจับและแจ้งเตือนโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ส่วนจำเลยต่อสู้ว่าการทำธุรกรรมของโจทก์นั้น เป็นธุรกรรมปกติ อีกทั้ง จำเลยยังมีระบบป้องกันและระบบตรวจจับการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ จำเลยจึงมิได้ประมาทและมิได้ผิดสัญญา

ศาลวินิจฉัยว่าการโอนเงินครั้งแรกจำนวนสองล้านบาทนั้น เป็นธุรกรรมปกติที่จำเลยไม่อาจล่วงรู้ได้ว่า เป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนการโอนเงินครั้งที่สองและครั้งที่สาม จำนวนสองล้านบาทนั้น ถือเป็นธุรกรรมที่ผิดปกติ เนื่องจากมีการโอนกันในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน

แต่เนื่องจากความเสียหาย จำนวนสองล้านบาทดังกล่าว โจทก์ก็มีส่วนประมาทอยู่ด้วย ศาลจึงวินิจฉัยให้โจทก์และจำเลยรับผิดคนละกึ่งหนึ่ง

พิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้น ค่าขึ้นศาลให้ชดใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีและกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน