ได้เงินบำนาญเดือนละเกือบ 7 หมื่นบาท แต่เกือบหมดตัว! อดีตผู้บริหารชาวญี่ปุ่น วัย 67 ปี สูญเงินเก็บกว่าครึ่ง เพราะ “ขาดความมั่นคงทางใจ”

หลายคนมองว่า การเกษียณและการมีอิสรภาพทางการเงิน คือเป้าหมายสูงสุดของชีวิต แต่ในความเป็นจริง ผู้เกษียณจำนวนไม่น้อยกลับต้องเผชิญกับความกังวลและความว่างเปล่าหลังออกจากงาน แม้จะมีฐานะมั่นคงก็ตาม

The Gold Online สื่อด้านการบริหารทรัพย์สินของญี่ปุ่น ได้เปิดเผยกรณีศึกษาของชายวัย 67 ปี อดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทขนาดใหญ่ ไม่มีภาระผ่อนบ้าน และมีทรัพย์สินสะสมมูลค่าหลายสิบล้านเยน และได้รับเงินบำนาญเดือนละ 300,000 เยน (ประมาณ 67,000 บาท) แต่กลับใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยเพราะความรู้สึกไม่มั่นคง จนเงินออมลดลงกว่าครึ่ง และเกือบเผชิญภาวะ “ล้มละลายในวัยเกษียณ”

ฐานะมั่นคง แต่กลับรู้สึกว่าชีวิตไร้เป้าหมาย

รายงานระบุว่า “นายฮายาชิ” (นามสมมติ) มีชีวิตหลังเกษียณที่หลายคนใฝ่ฝัน เขาใช้ชีวิตอย่างสงบกับภรรยา ไม่มีหนี้สินด้านที่อยู่อาศัย ขณะที่ลูกทั้งสองคนก็สามารถพึ่งพาตัวเองได้ทางการเงิน อย่างไรก็ตาม หลังเกษียณ เขากลับรู้สึกว่าชีวิตขาดความหมาย และมักเปรียบเทียบตัวเองกับคนรอบข้างอยู่เสมอ

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาไปร่วมงานเลี้ยงรุ่น และทราบว่าเพื่อนคนหนึ่งเริ่มต้นธุรกิจใหม่หลังเกษียณ กำลังใช้ชีวิตใน “บทที่สอง” ของชีวิตอย่างมีความสุข ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า “ชีวิตของเราจะจบลงแค่นี้จริงหรือ? ทำไมถึงใช้ชีวิตแบบเขาไม่ได้”

นอกจากนี้ ทุกครั้งที่ได้ยินเพื่อนเล่าถึงการใช้เวลากับหลาน การเดินทางท่องเที่ยวกับคู่ชีวิต หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ หลังเกษียณ เขาก็มักรู้สึกอิจฉา และเชื่อว่าคนอื่นมีชีวิตที่ดีกว่าตัวเอง เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มมองว่าชีวิตของตัวเองล้มเหลว แม้ว่าความเป็นจริงจะมีความพร้อมทั้งด้านการเงินและครอบครัวก็ตาม

ใช้เงินซื้อความสุขชั่วคราว สุดท้ายเงินเก็บหายไปกว่าครึ่ง

เพื่อชดเชยความรู้สึกด้อยค่าและสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง นายฮายาชิเริ่มใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งซื้อสินค้าแบรนด์เนม รับประทานอาหารหรู พบปะสังสรรค์ และออกรอบตีกอล์ฟบ่อยครั้ง

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตลดลงไปมากกว่าครึ่งโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ความรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจกลับไม่ได้ลดลง ซ้ำยังทำให้ชีวิตหลังเกษียณตกอยู่ในความเสี่ยงด้านการเงิน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ “ความมั่นคงทางใจ” สำคัญไม่แพ้เงินออม

นักวางแผนการเงินให้คำแนะนำว่า สิ่งสำคัญหลังเกษียณไม่ใช่เพียงการมีเงินเพียงพอ แต่คือการค้นหาบทบาทใหม่ให้กับตัวเอง เพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม กิจกรรมอย่างการทำงานอาสาสมัคร เข้าร่วมชมรม งานอดิเรก หรือการช่วยเลี้ยงหลาน ล้วนช่วยให้ผู้สูงวัยมีเป้าหมายในชีวิต และสร้างความภาคภูมิใจได้

ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า ผู้เกษียณควรใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองพึงพอใจ มากกว่าการเปรียบเทียบกับผู้อื่น พร้อมวางแผนทั้งด้านการเงินและการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับคุณค่าและความต้องการของตนเอง

นอกจากนี้ การเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนางานอดิเรก การสร้างเครือข่ายทางสังคม หรือการกำหนดเป้าหมายใหม่ในชีวิต จะช่วยให้ช่วงวัยเกษียณเต็มไปด้วยความหมาย และลดความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะว่างเปล่าหรือใช้จ่ายเกินตัวจากแรงกดดันทางจิตใจได้

ที่มา: hk01

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน