หนุ่มตกใจ ปัสสาวะเป็นเลือด ผวาเป็นมะเร็ง แพทย์เผย 5 สาเหตุของปัสสาวะเป็นเลือด ชี้แบบไม่ปวด อันตรายที่สุด

การปัสสาวะแล้วพบว่าน้ำปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดจนเต็มโถสุขภัณฑ์ เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนตกใจและกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย เช่น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ล่าสุด นพ.ซูซิ่นหาว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ เปิดเผยกรณีชายวัย 20 กว่าปีรายหนึ่งที่นำตัวอย่างปัสสาวะซึ่งมีเลือดปนมาพบแพทย์ด้วยอาการตื่นตระหนก เพราะเกรงว่าตนเองจะเป็นมะเร็ง พร้อมอธิบายสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะปัสสาวะเป็นเลือด และเตือนให้ระวังอาการปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย

นพ.ซูซิ่นหาว ระบุว่า ผู้ป่วยชายรายดังกล่าวมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยและปวดปัสสาวะ ผลการตรวจวินิจฉัยพบว่าเป็น กระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลันร่วมกับภาวะปัสสาวะเป็นเลือด แพทย์อธิบายว่า ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ปัสสาวะเป็นเลือดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (Gross Hematuria) โดยปัสสาวะจะมีสีแดง สีชมพู หรือสีน้ำตาลคล้ายชา
  • ปัสสาวะเป็นเลือดในระดับจุลทรรศน์ (Microscopic Hematuria) ซึ่งลักษณะภายนอกของปัสสาวะยังคงปกติ แต่ต้องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จึงจะพบเม็ดเลือดแดง มักตรวจพบโดยบังเอิญระหว่างการตรวจสุขภาพ

แพทย์เผย 5 สาเหตุที่พบบ่อยของปัสสาวะเป็นเลือด

1. การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ผู้ป่วยมักมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย และปวดท้องน้อยร่วมกับมีเลือดปนในปัสสาวะ

2. นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ไม่ว่าจะเป็นนิ่วในไต ท่อไต หรือกระเพาะปัสสาวะ เมื่อนิ่วเคลื่อนตัวจะเสียดสีกับเยื่อบุทางเดินปัสสาวะจนเกิดเลือดออก ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหลังหรือปวดท้องอย่างรุนแรง บางรายปวดมากจนเหงื่อแตกหรือคลื่นไส้อาเจียน

3. ต่อมลูกหมากโต พบได้บ่อยในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เนื่องจากหลอดเลือดบริเวณต่อมลูกหมากที่โตขึ้นเปราะบาง จึงอาจแตกและมีเลือดออกขณะปัสสาวะหรือเบ่งปัสสาวะ

4. เนื้องอกหรือมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ หรือมะเร็งไต ซึ่งเป็นสาเหตุที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุด โดยลักษณะเด่นคือ “ปัสสาวะเป็นเลือดโดยไม่รู้สึกเจ็บ” ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นเพียงปัสสาวะมีสีแดง แต่ไม่มีอาการปวดหรือผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย

5. อาหารหรือยาบางชนิด (ภาวะปัสสาวะแดงเทียม) การรับประทานแก้วมังกรเนื้อแดง บีตรูต หรือยาบางชนิด อาจทำให้ปัสสาวะมีสีแดงได้ โดยไม่ได้เกิดจากเลือดจริง ซึ่งมักกลับมาเป็นปกติหลังดื่มน้ำมากขึ้นและผ่านไปประมาณ 1 วัน

สีปัสสาวะกลับมาปกติ ไม่ได้แปลว่าหายแล้ว

นพ.ซูซิ่นหาว เตือนว่า หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อปัสสาวะกลับมาเป็นสีปกติ ก็หมายความว่าอาการหายแล้ว ทั้งที่แท้จริง เลือดออกจากนิ่วหรือเนื้องอกในระบบทางเดินปัสสาวะอาจเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ได้ กล่าวคือ วันนี้มีเลือดปน แต่วันรุ่งขึ้นอาจกลับมาเป็นปกติ หากละเลยเพราะไม่มีอาการปวดหรือเลือดหยุดเอง อาจทำให้พลาดโอกาสในการวินิจฉัยและรักษาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

แพทย์จึงแนะนำว่า หากพบภาวะปัสสาวะเป็นเลือดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือผลตรวจสุขภาพระบุว่ามี เม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ แม้จะไม่มีอาการเจ็บปวด ก็ควรรีบเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจปัสสาวะ อัลตราซาวด์ และหากจำเป็นอาจต้องส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน