พนักงานส่งพัสดุชื่อดัง ยกพวกบุกบ้าน ทวงค่าสินค้า กระทืบแม่-ต่อยลูกวัย14 บาดเจ็บ อ้างไม่จ่ายเงิน ด้าน ผู้เสียหาย ยัน พร้อมเคลียร์แต่ไม่มีเงินสำรอง
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกพนักงานบริษัทขนส่งชื่อดัง พร้อมพวกรวมหลายคน บุกมาทวงค่าสินค้าและก่อเหตุทำร้ายร่างกายตนเองกับลูกชายวัย 14 ปี ภายในบ้านพักช่วงกลางคืน ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ใช่ผู้สั่งสินค้าโดยตรง และพยายามเจรจาไกล่เกลี่ยมาโดยตลอดแต่ก็ถูกพนักงานรุมทำร้าย
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ก.ค.2569 น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า สินค้าดังกล่าวเป็นคำสั่งซื้อของน้องสาวที่ใช้บัญชีติ๊กต็อกของตนในการสั่งซื้อ แต่วันที่พนักงานนำของมาส่ง น้องสาวไม่อยู่บ้าน ส่วนตนก็ออกไปทำงาน พนักงานจึงนำสินค้ามาวางไว้ พร้อมแจ้งว่าจะกลับมาเก็บเงินภายหลัง

พนักงานส่งพัสดุชื่อดัง ยกพวกบุกบ้าน ทวงค่าสินค้า กระทืบแม่-ต่อยลูกวัย14 บาดเจ็บ อ้างไม่จ่ายเงิน ด้าน ผู้เสียหาย ยัน พร้อมเคลียร์แต่ไม่มีเงินสำรอง
ต่อมาน้องสาวกลับถึงบ้านและเปิดดูสินค้า ก่อนพบว่ามีเงินไม่พอชำระ จึงตั้งใจจะรับไว้เพียงคอลลาเจน 1 กล่อง ราคาประมาณ 300 บาท และขอคืนสินค้าส่วนที่เหลือประมาณ 10 กว่าชิ้นคืน แต่พนักงานแจ้งว่าไม่สามารถคืนได้ เนื่องจากมีการแกะสินค้าแล้ว อีกทั้งไม่ได้มีการบันทึกวิดีโอขณะแกะกล่อง ทำให้เกิดปัญหาการชำระเงิน
ต่อมาพนักงานได้มาติดตามทวงเงินหลายครั้ง โดยครั้งแรกมาพบลูกของตน ก่อนจะมีการข่มขู่ ตนจึงบอกกับพนักงานว่าหากเจ้าของสินค้ากลับมาถึงจะรีบรวบรวมเงินให้เพราะตนก็ไม่มีเงินสำรองจ่ายให้เนื่องจากเป็นจำนวนเงิน 2,000 กว่าบาท จึงบอกให้พนักงานมาเอาเงินในวันถัดไป แต่เมื่อถึงวันนัด เจ้าของสินค้ายังไม่กลับมา
กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ของวันถัดมา พนักงานพร้อมพวก เดินทางมาที่บ้านอีกครั้ง ก่อนมีปากเสียงกัน โดยตนยืนยันอีกครั้งรับปากเพียงว่าจะเก็บเงินไว้ให้ หากน้องสาวนำเงินมาให้แต่ไม่ได้ปฏิเสธการชำระ เนื่องจากตนไม่มีเงินสำรองที่จะออกให้ก่อน
น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ระหว่างโต้เถียง ชายคนหนึ่งโทรศัพท์เรียกเพื่อนมาเพิ่ม เมื่อชายที่ก่อเหตุเดินลงจากรถ ก็เข้ามาถามทันทีว่า “ทำไมไม่จ่ายเงิน” ก่อนเตะกะละมังใส่ และเดินเข้ามาผลักตน
จากนั้นลูกชายวัย 14 ปีจึงร้องห้าม แต่กลับถูกต่อยเข้าที่ใบหน้าทันที เด็กจึงวิ่งเข้าไปหยิบด้ามไม้กวาดออกมาป้องกันตัว ก่อนทำให้คนก่อเหตุไม่พอใจและเข้าทำร้ายเด็ก ทั้งเตะและกระทืบ จากนั้นตนเข้าไปห้าม ก็ถูกทำร้ายจนล้มลงกับพื้น ถูกเตะและกระทืบซ้ำจนบาดเจ็บบริเวณดวงตา โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าถูกตีด้วยอาวุธชนิดใด เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างชุลมุน
หลังเกิดเหตุ นางสาวเอ พยายามผลักผู้ก่อเหตุออกจากบ้าน แต่คู่กรณียังพยายามจะหยิบเหล็กมาทำร้ายซ้ำ โชคดีที่ภรรยาของผู้ก่อเหตุเข้าห้ามไว้ พร้อมทั้งท้าทายให้ไปแจ้งความ โดยอ้างว่าไม่เกรงกลัวตำรวจ
น.ส.เอ ยืนยันว่า ลูกชายไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายก่อน แต่หยิบไม้กวาดขึ้นมาเพียงเพื่อป้องกันตัว หลังถูกต่อยก่อน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มีบางเพจนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนว่าเด็กเป็นฝ่ายใช้ไม้ตีคู่กรณีก่อน ซึ่งไม่เป็นความจริง
ปัจจุบัน ลูกชายยังมีอาการบาดเจ็บที่ขาและใบหน้า แต่ยังต้องไปโรงเรียนเนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบ ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี มีเพียงผู้จัดการของบริษัทดังกล่าวเดินทางมาขอโทษ พร้อมแจ้งว่าได้ให้ออกจากงานพนักงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และนำกระเช้ามามอบเพื่อแสดงความเสียใจ
ทั้งนี้ ผู้เสียหาย ยืนยันว่า การดำเนินการของบริษัทเป็นเพียงเรื่องทางวินัยของพนักงาน แต่ในส่วนคดีทำร้ายร่างกายและบุกรุกเคหสถานยามวิกาล ตนยังต้องการดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนและลูกชายที่โดนทำร้าย