แพทย์เตือน ชอบเคี้ยวน้ำแข็ง อาจเป็นสัญญาณร่างกาย เชื่อมโยงโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก พร้อมเผยสาเหตุคืออะไร
ในช่วงอากาศร้อน หลายคนนิยมดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ พร้อมน้ำแข็งเพื่อคลายร้อน และบางคนยังชอบเคี้ยวน้ำแข็งที่เหลือในแก้วจนหมด แต่ นพ.อู๋ฉีอิ่ง หรือ “หมอชางหลานเกอ” แพทย์และอินฟลูเอนเซอร์ด้านสุขภาพ เปิดเผยว่า หากมีความรู้สึกอยากเคี้ยวน้ำแข็งอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง อาจไม่ใช่เพียงความชอบส่วนตัว
เพราะในทางการแพทย์เรียกว่า “ภาวะติดเคี้ยวน้ำแข็ง” (Pagophagia) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาการกินสิ่งผิดปกติ (Pica) และอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือน โดยเฉพาะภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

นพ.อู๋ฉีอิ่ง โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “蒼藍鴿的醫學天地” ระบุว่า แม้การเคี้ยวน้ำแข็งจะดูเป็นเพียงพฤติกรรมหรือความเคยชินของแต่ละคน แต่ในบางรายอาจสะท้อนปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่
แพทย์กล่าวว่า ภาวะติดเคี้ยวน้ำแข็งมีความสัมพันธ์กับโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กอย่างชัดเจน โดยจากประสบการณ์ทางคลินิก ผู้ป่วยที่มีอาการ “ติดเคี้ยวน้ำแข็ง” เมื่อตรวจเลือดแล้ว พบว่ามีภาวะขาดธาตุเหล็กในสัดส่วนที่สูงอย่างน่าตกใจ

เหตุใดการขาดธาตุเหล็กจึงทำให้อยากเคี้ยวน้ำแข็ง?
นพ.อู๋ฉีอิ่ง อธิบายว่า แม้ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดเกี่ยวกับกลไกดังกล่าว แต่คำอธิบายที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญต่อการทำงานของสมอง เมื่อร่างกายขาดธาตุเหล็ก ระดับความตื่นตัวและสมาธิจะลดลง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงซึม และไม่มีแรง ขณะที่การเคี้ยวน้ำแข็งซึ่งให้ความเย็นจัด อาจช่วยกระตุ้นสมองชั่วคราว ทำให้รู้สึกสดชื่นและตื่นตัวขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ
แพทย์ยังระบุว่า ผู้ป่วยจำนวนมากเมื่อได้รับการรักษาจนระดับธาตุเหล็กกลับมาเป็นปกติ ความอยากเคี้ยวน้ำแข็งก็หายไปเอง ซึ่งแม้แต่ตัวผู้ป่วยเองก็รู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

หากสงสัยว่าขาดธาตุเหล็ก ควรตรวจให้แน่ชัดก่อนรับประทานยา
นพ.อู๋ฉีอิ่ง แนะนำว่า หากสงสัยว่าตนเองมีภาวะขาดธาตุเหล็กไม่ควรรีบซื้อผลิตภัณฑ์เสริมธาตุเหล็กมารับประทานเอง แต่ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ก่อน เนื่องจากภาวะโลหิตจางมีหลายสาเหตุ การรับประทานธาตุเหล็กโดยไม่ตรงกับสาเหตุอาจไม่ได้ผล นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องค้นหาต้นเหตุของการขาดธาตุเหล็กว่าเกิดจาก
- การสูญเสียเลือดมากผิดปกติ
- การได้รับธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ
- หรือมีภาวะเลือดออกเรื้อรังในระบบทางเดินอาหาร
- หากรับประทานธาตุเหล็กโดยไม่ได้วินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้อาการของโรคต้นเหตุถูกปกปิดและทำให้การรักษาล่าช้า
ตรวจเลือดช่วยหาสาเหตุได้อย่างรวดเร็ว
แพทย์ระบุว่า การตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับฮีโมโกลบิน และ ปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย มักสามารถให้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว หลังจากยืนยันการวินิจฉัยแล้ว แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรเสริมธาตุเหล็กในรูปแบบใดและนานเท่าใด ซึ่งเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด
นพ.อู๋ฉีอิ่ง ทิ้งท้ายว่า สัญญาณเตือนจากร่างกายมักซ่อนอยู่ในพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แม้คนส่วนใหญ่ที่ชอบเคี้ยวน้ำแข็งอาจเป็นเพียงเพราะชื่นชอบสัมผัสของน้ำแข็ง แต่ในบางราย พฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็นวิธีที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่า กำลังขาดธาตุเหล็กและต้องการได้รับการตรวจรักษา