ป.ป.ช.ยโสธรอึ้ง ลงพื้นที่ตรวจถนน เหลืออีก 3 วันจะหมดสัญญา ยังสร้างเสร็จไม่ถึงครึ่ง จี้ อบต. อย่าลักไก่ลดสเปกงานเร่ง
วันที่ 20 ก.ค.69 สำนักงาน ป.ป.ช. โพสต์ว่า เวลาเหลือแค่ 3 วันจะหมดสัญญา แต่งานเพิ่งเดินหน้าไม่ถึงครึ่ง! ป.ป.ช. ยโสธร ลงพื้นที่ด่วน จี้ อบต.เชียงเพ็ง คุมเข้มผู้รับเหมาสร้างถนนคอนกรีต 2.9 ล้านบาท ลั่นต้องบริหารสัญญาให้เด็ดขาด หากพ้นกำหนดต้องเตรียมคิดค่าปรับ ห้ามลักไก่ลดสเปกงานเร่ง!
การปล่อยปละละเลยให้โครงการภาครัฐล่าช้าจนถึงโค้งสุดท้าย คือความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การทิ้งงานและงบประมาณสูญเปล่า! เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร ลงพื้นที่เฝ้าระวังโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กของ อบต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จังหวัดยโสธร
โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณ 2,927,000 บาท ในการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว 1,500 เมตร ความกว้าง 4.5 เมตร และความหนา 0.15 เมตร กำหนดระยะเวลาตามสัญญา 120 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริง ปรากฏว่าผู้รับจ้างดำเนินงานก่อสร้างไปได้ “ไม่ถึงร้อยละ 50” ซึ่งในทางวิศวกรรมและการบริหารจัดการ ถือว่าไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่เหลืออีกเพียง 3 วัน ทำให้โครงการนี้ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุดที่จะเกิดการล่าช้ายืดเยื้อ หรือลุกลามไปสู่ปัญหาการทิ้งงาน
ความล่าช้าในลักษณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการบริหารสัญญาและการติดตามประเมินผลของหน่วยงานเจ้าของโครงการ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร จึงได้กำชับเชิงบังคับไปยังผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของ อบต.เชียงเพ็ง ให้เร่งดำเนินการดังนี้
1.บังคับใช้ระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด : เมื่อพ้นกำหนดสัญญา ต้องดำเนินการคิดค่าปรับการล่าช้าตามที่ระบุในสัญญาอย่างตรงไปตรงมา ห้ามมีการประวิงเวลาหรือใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์เพื่อช่วยเหลือผู้รับจ้าง
2.เฝ้าระวังคุณภาพงานเร่งด่วน : เมื่อผู้รับจ้างต้องทำงานแข่งกับเวลาและค่าปรับ มักจะมีความเสี่ยงในการลดมาตรฐานวัสดุหรือข้ามขั้นตอนการบ่มคอนกรีต ผู้ควบคุมงานของ อบต. จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด หากไม่ได้มาตรฐานตามแบบ ห้ามคณะกรรมการดำเนินการตรวจรับงานโดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร ประกาศชัดเจนว่าจะเกาะติดโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีความพยายามในการตรวจรับงานอันเป็นเท็จ หรือละเว้นการเรียกค่าปรับจากเอกชน จะดำเนินการทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณ 2.9 ล้านบาท เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าต่อประชาชนชาวตำบลเชียงเพ็งอย่างแท้จริง