กทม. จ่อปรับอัตราภาษีที่ดิน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลังพบเศรษฐีเนียนปลูกกล้วย-มะนาว เจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีในอัตราทิ้งไว้ว่างเปล่า
22 ก.ค. 69 – แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยผ่าน ประชาชาติธุรกิจ ว่า กทม. อยู่ระหว่างทำข้อมูลการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเสนอต่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พิจารณาอนุมัติและเสนอต่อ สภากทม. กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยพิจารณาต่อไป
เนื่องจากหลังพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกาศใช้มาร่วม 7 ปี นับจากปี 2563 น่าจะถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ได้มีการศึกษารายละเอียดและมีข้อสรุปในเบื้องต้นเพื่อเตรียมจะเสนอขออนุมัติจากสภากทม.
โดยจะขอปรับเพิ่มอัตราภาษีที่ดินประเภทเกษตรกรรมจากปัจจุบันเสียภาษีในอัตรา 0.01-0.1% ปรับเพิ่มอัตราละ 0.02% เป็น 0.03-0.12% หรือจากล้านละ 100 บาท เป็นล้านละ 300 บาท
ภายหลังพบว่า มีเจ้าของที่ดินจำนวนมาก ได้นำต้นไม้หรือพืชผลทางการเกษตรมาปลูกในที่ดินรกร้างว่างเปล่า ทั้งด้วยมีเจตนาเพื่อทำการเกษตรอย่างแท้จริง และเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีในอัตราทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรอย่างแท้จริง เพื่อให้เข้าเกณฑ์อัตราภาษีที่ดินเกษตรกรรม เช่น ปลูกกล้วย มะม่วง มะนาว ลดภาระด้านภาษี
เนื่องจากหากปล่อยที่ดินรกร้างต้องเสียภาษีในอัตรา 0.3-0.7% หรือหากไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกันในปีที่ 4 จะเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอัตรา 0.3% และหากยังทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพอีก ให้เพิ่มอัตราภาษีอีก 0.3% ในทุก 3 ปี ทำให้ กทม.เก็บภาษีได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยในช่วงที่ผ่านมา
อ้างอิง : ประชาชาติธุรกิจ