ตร.-ขนส่ง เชื่อมข้อมูลใบสั่งจราจร ค้างชำระ จะไม่ได้ป้ายวงกลม แม้จ่ายค่าภาษีรถแล้ว ดีเดย์บังคับใช้วันแรก 1 ส.ค.69

วันที่ 23 ก.ค. 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมผู้บริหารสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 แนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูล ทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ว่าด้วยการจราจรทางบก ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกรมการขนส่งทางบก

สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่กำหนดแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2565-2570 เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคนสอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งของหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ คือการบังคับใช้กฎหมาย

โดยปัจจุบันพบว่าประเทศไทยมีสถิติอุบัติเหตุที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เกิดความสูญเสียจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะขาดวินัยจราจร การบังคับใช้กฎหมายที่ขาดประสิทธิภาพ มีประชาชนค้างชำระใบสั่งจราจร หลายสิบล้านใบ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และนักท่องเที่ยว

อีกทั้งในอดีตผลความสำเร็จของการเชื่อมข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก เมื่อครั้งก่อน ทำให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภาพรวมของอุบัติเหตุในยุคนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลจึงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก ร่วมหารือแนวการทางบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบการเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรให้สอดคล้องตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง เป็นไปตามหลักนิติธรรมและมีความเป็นสากล

โดยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบใบสั่งของตนเองได้ในการชำระค่าปรับ เพิ่มข้อมูลสำเนาใบสั่ง สำเนาเอกสารแจ้งเตือน สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ ข้อมูลของเจ้าพนักงานจราจรที่ออกใบสั่ง

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มาเสียภาษีประจำปีที่ขนส่ง หากปรากฏว่ามีข้อมูลใบสั่งค้างชำระ สามารถตรวจสอบและชำระค่าปรับที่ค้างชำระกับนายทะเบียนขนส่งได้ทันที และเป็นการเพิ่มการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพกับเจ้าของรถที่ค้างชำระใบสั่งจราจร แม้จะชำระภาษีแล้ว แต่จะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีฉบับจริงจนกว่าจะชำระค่าปรับครบถ้วน

โดยข้อมูลการเชื่อมโยงใบสั่งค้างชำระนั้น จะเริ่มบังคับใช้กับใบสั่งจราจรที่ออกให้กับผู้ขับขี่ที่กระทำผิดกฎจราจร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ไม่มีผลย้อนหลัง

สำหรับกระบวนการตามกฎหมายของใบสั่งจราจร ข้อมูลของผู้ไม่ชำระใบสั่งที่จะมีผลต่อการต่อภาษีประจำปีที่จะส่งไปยังกรมการขนส่งทางบก

“หากไม่ชำระใบสั่งใบแรกหลัง 1 สิงหาคม 2569 จะมีหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมายไป และหากยังไม่ชำระตามหนังสือแจ้งเตือนอีก ในระยะเวลาประมาณ 60-90 วันนับจากวันออกใบสั่ง ข้อมูลการไม่ชำระใบสั่งนั้นจะเชื่อมโยงไปยังกรมการขนส่งทางบก คาดว่าประมาณช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 ประชาชนที่จะไปต่อภาษีที่ขนส่งจะเริ่มทราบข้อมูลการค้างชำระใบสั่งในระบบได้”

การลงนาม MOU ในครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการข้อมูลเพื่อสร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นสากล ตามหลักนิติธรรม ตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ สร้างวินัยจราจร สร้างความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน สร้างมาตรฐานสากล ความอุ่นใจปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว เกิดความยั่งยืนด้านความปลอดภัยทางถนนให้ประเทศชาติต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน