อดีตขรก. เล่าประสบการณ์ ถูกจี้ชิงทรัพย์ที่จอร์เจีย หวังเป็นเบาะแสช่วย “ฮลุน โซโล่” เผยติดอยู่เกือบเดือน หลังโดนสั่งห้ามออกนอกประเทศ ต้องประสานผ่านสถานทูตไทยที่ตุรกี โชคดีมีเครือข่ายคนไทยช่วย เตือนอย่าแบกเป้เที่ยวลำพัง

วันที่ 29 ก.ค. 2569 นายชัชวาล คายลิ้น หรือ “ใหญ่ V10” เจ้าของอู่ V10 Garage และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังด้านรถยนต์ได้พานายพรชัย สนะฟี ข้าราชการบำนาญของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นพี่ชายที่สนิท เคยถูกคนร้ายใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ระหว่างแบกเป้เที่ยวคนเดียวในประเทศจอร์เจีย ออกมาเล่าประสบการณ์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และหวังเป็นอีกแนวทางในการติดตามตัว ฮลุน โซโล่

นายพรชัย เปิดเผยว่า เมื่อปี 2565 ตนเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว โดยเริ่มจากประเทศตุรกี ก่อนบินต่อไปยังประเทศจอร์เจีย แต่เพียงวันแรกที่เดินทางถึงก็ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ ก่อนเกิดการต่อสู้ยื้อแย่งกัน กระทั่งคนร้ายหลบหนีไปพร้อมโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปของตน

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ระหว่างชุลมุนตนได้โทรศัพท์ของคนร้ายติดมือกลับมาโดยไม่รู้ตัว คนร้ายรายนี้เดินตามมาตลอด คาดว่าอาจเห็นว่าตนมีทรัพย์สินตอนอยู่ในมินิมาร์ท เมื่อแจ้งตำรวจและส่งมอบโทรศัพท์ดังกล่าวให้เป็นหลักฐาน วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ แต่ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินที่ถูกชิงไปคืนได้ เนื่องจากคนร้ายไม่ยอมเปิดเผยที่ซ่อน ทำให้ต้องยอมรับความเสียหาย

อดีตขรก. เล่าประสบการณ์ ถูกจี้ชิงทรัพย์ที่จอร์เจีย หวังเป็นเบาะแสช่วย “ฮลุน โซโล่”

นายพรชัย กล่าวอีกว่า แม้หลายคนมองว่าจอร์เจียเป็นประเทศที่ปลอดภัย แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ยังพบผู้คนที่มีฐานะยากลำบากจำนวนมาก หากนักท่องเที่ยวเคราะห์ร้ายก็มีโอกาสตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมได้

หลังเกิดเหตุยังต้องเผชิญปัญหาในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนัดขึ้นศาลไม่ตรงกับกำหนดการเดินทางกลับ ส่งผลให้พลาดเที่ยวบิน ซ้ำยังถูกขึ้นบัญชีห้ามออกนอกประเทศ ทั้งที่เป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ผู้ต้องหา ทำให้ต้องตกค้างอยู่ในประเทศจอร์เจียนานเกือบ 1 เดือน พร้อมแบกรับค่าใช้จ่ายด้านที่พักและการดำรงชีพทั้งหมด”

นายพรชัย กล่าวอีกว่า ประเทศจอร์เจียไม่มีสถานทูตไทย ทำให้ต้องประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ซึ่งได้ทำหนังสือถึงทางการจอร์เจีย ยืนยันว่าตนเป็นผู้เสียหาย พร้อมขอให้ยกเลิกการห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายคนไทยในจอร์เจีย ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านนวด และนักธุรกิจ ที่ช่วยประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง หลังมีการประสานงานผ่านหลายหน่วยงาน

รวมถึงความช่วยเหลือจากบุคคลในประเทศไทยที่ติดต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ในที่สุดทางการจอร์เจียจึงยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทาง และสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย

นายพรชัย กล่าวว่า กรณีการหายตัวไปของ ฮลุน โซโล่ จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานไทยกับทางการจอร์เจีย รวมถึงเครือข่ายคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศดังกล่าว เพื่อช่วยค้นหาและติดตามเบาะแส

“การเดินทางแบกเป้คนเดียวมีความเสี่ยงสูง หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่มีผู้ช่วยเหลือ จึงแนะนำให้เดินทางอย่างน้อย 2 คน หรือมีบัดดี้ ตลอดการเดินทาง”

นายพรชัย กล่าวต่อว่า แนะนำผู้ที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลประเทศปลายทางล่วงหน้า เลือกประเทศที่มีสถานเอกอัครราชทูตไทย หากไม่มีก็ควรค้นหากลุ่มคนไทยหรือเครือข่ายนักธุรกิจไทยในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า และแจ้งแผนการเดินทางให้บุคคลที่สามารถติดต่อได้ทราบ เพื่อความปลอดภัย

ด้าน ใหญ่ V10 กล่าวว่า สาเหตุที่พานายพรชัยออกมาให้ข้อมูล เพราะต้องการสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะกรณีประเทศจอร์เจียไม่มีสถานทูตไทย ทำให้การประสานงานช่วยเหลือคนไทยทำได้ยากและใช้เวลานาน หวังว่าพลังจากสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์ จะช่วยผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับทางการจอร์เจีย เพื่อติดตามตัว ฮลุน โซโล่ ให้พบโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน