ลดไขมันด้วยการกินแต่อาหารต้ม ระวังถุงน้ำดีไม่ทำงาน เสี่ยงตะกอน-นิ่วในถุงน้ำดี แพทย์เผย 5 สัญญาณที่ควรตรวจ
หลายคนเริ่มควบคุมอาหารเพื่อให้มีรูปร่างตามที่ต้องการ มื้อกลางวันจึงกลายเป็นอาหารที่เรียบง่ายอย่างอกไก่ต้ม ผักต้ม และไข่ขาว ไม่แตะซอสหรือแม้แต่น้ำมันสักหยด อย่างไรก็ตาม รูปแบบการรับประทานอาหารที่ดูเคร่งครัดเช่นนี้กลับสร้างความกังวลให้กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ตับ และถุงน้ำดี
นพ.จั๋ว เหวยหรู (卓韋儒) ระบุว่า หลายคนอาจคิดว่าตนเองกำลังรับประทานอาหารที่คลีนมาก แต่ในความเป็นจริงอาจทำให้ ถุงน้ำดีไม่ได้ทำงานหรือหดตัวตามปกติเป็นเวลานาน ซึ่งหากเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตะกอนในถุงน้ำดีและนิ่วในถุงน้ำดี
นพ.จั๋วโพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจ โดยอธิบายถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดไขมันว่า ถุงน้ำดีไม่ใช่อวัยวะที่ไม่มีหน้าที่ แต่มีหน้าที่เก็บสะสมน้ำดี เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไขมัน ร่างกายจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้ถุงน้ำดีหดตัวและปล่อยน้ำดีออกมาช่วยย่อยไขมัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง สิ่งที่ถุงน้ำดีต้องการไม่ใช่การหลีกเลี่ยงไขมันอย่างสิ้นเชิง แต่คือการได้ หดตัวและระบายน้ำดีอย่างเหมาะสม
หากลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำมากเป็นเวลานาน ประกอบกับลดปริมาณแคลอรีอย่างมาก โอกาสที่ถุงน้ำดีจะหดตัวก็จะลดลง ส่งผลให้น้ำดีค้างอยู่ภายในได้ง่ายขึ้น ยิ่งหากน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ องค์ประกอบของน้ำดีอาจเปลี่ยนแปลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดตะกอนและนิ่วในถุงน้ำดี

ไม่ได้หมายความว่าต้องหันไปกินของทอด
นพ.จั๋วย้ำว่า คำแนะนำดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่กำลังลดน้ำหนักควรหันไปรับประทานไก่ทอดหรืออาหารทอดมัน เพราะหัวใจสำคัญของการลดไขมันไม่ใช่การตัดไขมันออกจากอาหารจนเหลือศูนย์ แต่ควรเลือกไขมันที่เหมาะสมและรับประทานในปริมาณพอดี
อาหารกลางวันสำหรับลดไขมันที่สามารถทำต่อเนื่องได้ในระยะยาว จึงไม่ควรมีเพียงอกไก่ต้มแห้ง ๆ เท่านั้น แพทย์แนะนำว่า ในหนึ่งมื้อควรประกอบด้วยผัก โปรตีน คาร์โบไฮเดรตจากอาหารธรรมชาติ และไขมันดีในปริมาณเล็กน้อย
ตัวอย่างเช่น ไก่กับผักและมันหวาน ราดน้ำมันมะกอกเล็กน้อย หรือเลือกปลาแซลมอนซึ่งมีไขมันที่เป็นประโยชน์ รับประทานคู่กับผักลวกและข้าวกล้อง รวมถึงเมนูเต้าหู้ ไข่ และผัก เสริมด้วยถั่วเปลือกแข็งในปริมาณเล็กน้อย ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

ลดน้ำหนักแล้วมี 5 อาการนี้ ควรตรวจถุงน้ำดี
นพ.จั๋วเตือนว่า หากอยู่ระหว่างลดน้ำหนักแล้วพบความผิดปกติต่อไปนี้ ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงปัญหาของกระเพาะอาหารหรือลำไส้ แต่อาจพิจารณาเข้ารับการตรวจถุงน้ำดี ได้แก่
- ปวดหรือรู้สึกแน่นบริเวณช่องท้องด้านขวาบน
- รู้สึกไม่สบายหรือมีอาการมากขึ้นหลังรับประทานอาหารที่มีไขมัน
- คลื่นไส้ ท้องอืด
- อาการปวดร้าวไปยังไหล่ขวาหรือหลัง
- น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น ๆ

ท้ายที่สุด นพ.จั๋วย้ำว่า อาหารต้มหรืออาหารไขมันต่ำไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่สิ่งที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพคือการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำมากเป็นเวลานาน จำกัดพลังงานมากเกินไป และลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
การได้รับไขมันในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยกระตุ้นให้ถุงน้ำดีหดตัวและระบายน้ำดีตามปกติ ดังนั้น การลดไขมันอย่างเหมาะสมควรเป็นการลดไขมันในร่างกายไปพร้อมกับการรักษาการทำงานตามปกติของถุงน้ำดีและระบบทางเดินอาหาร ไม่ใช่การตัดไขมันออกจากอาหารทั้งหมด