เปิดอันดับ “ยอดขายรถยนต์ทั่วโลก” แบรนด์ไหนมาแรงที่สุด ด้าน Toyota ยังคงครองอันดับ 1 เซอร์ไพรส์! จีนครอง 3 ค่าย อึ้ง Honda-Suzuki หลุดท็อป 10

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ การแข่งขันในตลาดรถยนต์โลกยังคงร้อนแรง โดยค่ายรถยนต์จีนสามารถขยับอันดับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด BYD กลับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 6 ของโลก ขณะที่ Geely รั้งอันดับ 7 ส่วน Chery สร้างประวัติศาสตร์ติดอันดับเป็นครั้งแรก โดยครองอันดับ 9 ร่วมกับ Ford

ขณะที่ Honda และ Suzuki หลุดจาก 10 อันดับแรกของค่ายรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดทั่วโลก

เมื่อพิจารณาจากอันดับยอดขาย Toyota ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยยอดขายประมาณ 5.4 ล้านคัน ตามด้วย Volkswagen ที่ประมาณ 4.8 ล้านคัน ขณะที่ Hyundai Motor Group รั้งอันดับ 3

สำหรับ BYD มียอดขายประมาณ 1.8 ล้านคัน ทำให้ขยับกลับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 6 โดยยอดขายจากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 789,000 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.65% ของยอดขายทั้งหมด และเพิ่มขึ้นถึง 145% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เมื่อเทียบกับอันดับตลอดปี 2025 พบว่าค่ายรถยนต์จีนโดยรวมมีอันดับสูงขึ้น โดยในปี 2025 ค่ายรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุด 10 อันดับแรกของโลก ได้แก่ BYD ซึ่งมียอดขาย 4.602 ล้านคัน รั้งอันดับ 6 ตามด้วย SAIC Motor ที่ 4.508 ล้านคัน ในอันดับ 7 และ Geely Holding ที่ 4.116 ล้านคัน ในอันดับ 9

ส่วน Honda และ Suzuki ซึ่งหลุดจาก 10 อันดับแรก ล้วนเป็นค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่น โดยในปี 2025 Honda มียอดขาย 3.522 ล้านคัน และอยู่ในอันดับ 10 แต่ล่าสุดไม่สามารถรักษาตำแหน่งในกลุ่มท็อป 10 เอาไว้ได้

ขณะเดียวกัน BYD เพิ่งเปิดเผยข้อมูลการผลิตและยอดขายประจำเดือนกรกฎาคม 2026 โดยมียอดขายรวม 419,000 คัน เพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ BYD ครองแชมป์ยอดขายในกลุ่มค่ายรถยนต์จีน และยังครองตำแหน่งค่ายรถยนต์พลังงานใหม่ที่มียอดขายรายเดือนสูงสุดในจีนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 62

ด้านการส่งออก ตลาดต่างประเทศยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการเติบโตของ BYD ในเดือนกรกฎาคม โดยยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะในต่างประเทศอยู่ที่เกือบ 180,000 คัน เพิ่มขึ้น 124.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 BYD มียอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะในต่างประเทศสะสมประมาณ 969,000 คัน สะท้อนการขยายตัวของตลาดต่างประเทศที่เร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหลืออีกเพียงไม่กี่หมื่นคันก็จะแตะระดับ 1 ล้านคัน เป็นครั้งแรก

ที่มา hk01

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน