ต้า เฟ็ดเฟ่ เตรียมฟ้องกลับ ปกป้องตัวเอง เผยทั้งงงทั้งช็อก ตอนเห็นเอกสารโอนหุ้นบริษัทในศาล มาได้ไง เล่าช็อก ถูกแจ้งความไปโรงพัก โดนจับเข้าห้องมืด เค้นถามหนัก รับยังรัก-คิดถึง แต่วันนี้ได้คำตอบแล้ว
วันที่ 25 ส.ค.69 จากกรณี เพจ เฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ FEDFE โพสต์คลิปเสียงสนทนา ของ ต้า เฟ็ดเฟ่ โทรไปทวงสมบัติแบ่งของกับคู่กรณี เพราะตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ถูกปฏิเสธกลับมา ก่อนที่วันนี้ ต้าจะเดินทางไปออกรายการ โหนกระแส เพื่อทวงความยุติธรรมให้กับตัว
ต้า เฟ็ดเฟ่ เปิดเผยหลังจบรายการโหนกระแส ว่า สบายใจที่ได้ออกมาพูดเรียกร้องความเป็นธรรมของเรา และเหมือนได้อุทิศว่าเรื่องของตนเป็นแง่คิดหรือเตือนใจพี่ๆ น้องๆ ประชาชนที่อาจกำลังเจอเรื่องแบบตน หรือใครมีปัญหาแล้วเห็นเราสู้ เขาอาจจะไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นสู้ได้
เมื่อถามว่า คิดเห็นยังไงกับสิ่งที่อีกฝ่ายออกมาชี้แจงในมุมของเขาเอง ในรายการ ต้าบอกว่า แวบแรก ได้ยินเสียงแล้วคิดถึง แต่ตนพอจะแยกเรื่องได้ เรื่องที่ยังรักอยู่ และเรื่องที่มีปัญหากัน ตอนแรกคิดว่าตนจะสั้น และกลัวจะสู้เขาไม่ได้หรือแพ้เขา เพราะที่ผ่านมาตนกลัวเขามาตลอด แต่เหมือนเขายังเป็นเหมือนเดิม ตนก็ตกใจที่ทำไมเขายังเหมือนเดิม เขาไม่คิดได้บ้างหรอที่จะยอมมาคุยกันดีๆ แต่เขาดื้อต่อ ตอนแรกตนประเมินเขาดีเกินไป คิดว่าเค้าจะคิดได้และดีกว่านั้น แต่กลายเป็นว่าเขายิ่งแย่กว่าเดิม
วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ได้พูดคุยกับเขาผ่านรายการโหนกระแส เพราะก่อนหน้านี้พยายามติดต่อจะพูดคุยกับเขาตลอด ทั้งพยายามติดต่อเขาเอง ติดต่อทางภรรยา ก็ติดต่อไม่ได้ ไม่ยอมรับสาย ให้ตัวกลางติดต่อไปก็ไม่รับ ให้ทนายนัดก็ไม่รับนัด บังคับนัดไกล่เกลี่ยที่ศาล เขาก็ไม่มาที่ศาลส่งแค่ทนายมา และเขาไม่เคยยินยอมที่จะคุยเลย
ส่วนที่ตนส่งคนกลางและทนายไปคุย แต่เขาไม่ยอมคุย ส่วนตัวมองว่า เพราะเหมือนว่าตนแพ้เขามาโดยตลอด ไม่ว่าจะคุยกับแบบมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผล ตนยอมเขาทุกอย่าง แต่หากมีคนกลางเข้ามาเขาจะควบคุมตนไม่ได้
สำหรับประเด็นที่อีกฝ่ายฟ้องร้องตน อย่างคดีแรกคือเรื่องลิขสิทธิ์ เกี่ยวกับคลิปเดโม่ ไม่ต้องรอศาลตัดสินเลย เพราะตนเจ็บปวดตั้งแต่ได้รับโนติส เจ็บปวดมาก ที่เขาฟ้องเอาคลิปที่ตอนอยู่ชัยโสโร ที่เป็นเดโม่ ไม่ได้ใช้ นำไปลงช่องใหม่ของตน เขาฟ้อง 10 ล้าน ทั้งที่ตนทุ่มเททั้งสมองแรงกาย เงิน ทำคลิปให้เขาโด่งดังและคนรักทั้งประเทศ กว่า 2,000 คลิป แต่เขาฟ้องตนแค่คลิปๆ เดียวที่เป็นคลิปที่ไม่ได้ใช้ มันเจ็บปวดรุนแรงและเสียใจมาก ก็สงสัยว่าเขาฟ้องเพื่ออะไร
ส่วนคดีเกี่ยวกับ พรบ.คอม ที่บอกว่าตนลบเพจ ทั้งที่ตอนนั้นเพจนั้นเป็นเพจของตน ตนจะลบเพจของตัวเองทำไม เพราะเพจเป็นเพจเก่าของตน ก่อนจะมาเปลี่ยนชื่อจาก ต้าเฟ็ดเฟ่ เป็นต้ายัดชัยโสโร และมีการแบ่งเงินกันคนละครึ่ง ซึ่งตนก็มีส่วนได้รายได้ ตนจะลบเพจที่ให้รายได้กับตนทำไม ไม่มีเหตุผลเลยที่ตนจะลบ แต่เขาปรักปรำว่าตนลบ ทั้งที่หลักฐานก็ไม่ได้มีระบุว่าตนลบ และตนก็ไม่ได้ลบจริงๆ
ส่วนเรื่องลายเซ็นเกี่ยวกับการยกหุ้นของบริษัทให้ ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเซ็นในเอกสารดังกล่าว เพราะตนและเขาไม่เคยคุยกันเรื่องหุ้น และที่เขาบอกว่าตนขายหุ้นให้เขา 49% จำนวน 3 แสนบาท ซึ่งในช่องมีทั้ง 900 คลิปที่ยังทำเงินให้กับบริษัทอยู่เดือนละ 240,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี ได้ 2.8 ล้าน เท่ากับว่าไม่ได้ทำอะไรเลยได้ 2.8 ล้านต่อปี แบ่งกันได้คนละ 1.4 ล้าน แล้วตนจะขายหุ้นในราคา 3 แสน มันจะเป็นไปได้ยังไง
ซึ่งตนเห็นเอกสารนี้ครั้งแรกในศาล ไม่คิดว่าจะมีเอกสารนี้ ตกใจว่ามายังไง และมีลายเซ็น 3-4 จุดที่ตนเห็นแล้วว่าเป็นลายเซ็นเรา และเรารู้ว่ามันไม่ใช่ ส่วนตัวมีเรื่องที่อยากเรียกร้องความเป็นธรรมเรื่องหนึ่ง คือการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบเอาเปรียบ ตนไม่รู้ว่าคือการกลั่นแกล้งหรือไม่ เพราะบริษัท ชัยโสโร จดทะเบียนจัดตั้งและดำเนินกิจกรรมที่เขตลาดกระบัง แต่เขากลับไปแจ้งความตน 5 คดี
ทั้งคดี พรบ.คอม คดีเกี่ยวกับเด็ก คดีลิขสิทธิ์ และ พรบ.คอมเกี่ยวกับบัญชีอีเมล ที่โรงพักแถวเขตคลองด่าน ทั้งที่เหตุเกิดท้องที่ลาดกระบัง และจากที่สืบทราบ คือสำนักทนายของเขาอยู่ที่คลองด่านท้องที่เดียวกัน ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่ารู้จักกันหรือไม่ และพอตนไปตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ดุ และกดดันตน ก่อนจะจับตนเข้าห้องดำ เค้นตนหนักมาก ตนได้เล่าเรื่องของตน ท่านเห็นใจเราทันที แต่ครั้งล่าสุดได้เรียกตนไปอีกครั้งเพื่อไกล่เกลี่ย ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนเจ้าหน้าที่หรือไม่ ตนก็มีความหวังเสมอว่าจะจบได้ เพราะเรื่องนี้มันยืดยาวมานานกว่า 2 ปีแล้ว
ส่วนเรื่องการฟ้องร้องกลับ ต้า บอกว่า ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากฟ้องเขา เพราะส่วนตัวยังเชื่อว่าจะยังกลับมาคุยกับได้ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เริ่มเปลี่ยนไป และแฟนคลับก็แนะนำไม่ให้กลับดีกับเขา ตนก็คงขอเคารพความเห็นของแฟนคลับ และมีคิดบ้างแล้วว่าจะฟ้องร้องกลับ
ต้าบอกอีกว่า ที่ผ่านมาตนทุกข์มากเหมือนตนล้ม ทุกปัญหารุมเร้า ทำบริษัทนี้มาเกือบ 7 ปี ไม่ได้อะไรเลย แต่ก็ต้องสู้ทุกวัน ทั้งพ่อป่วยหนัก เลิกกับแฟน และโดนแบนในวงการ จะติดต่อไปขอออกรายการไหนก็มีแต่คนตามมาด่า มาต่อว่า ตนจึงตัดสินใจไปเป็นพ่อค้า แต่ทัวร์ก็ยังตามมาด่า สุดท้ายจึงตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมที่ จ.ขอนแก่น เพราะตอนนั้นตนเครียดจนคิดไม่ดีกับตัวเอง พอได้ธรรมะก็รู้จักปล่อยวาง จนตนมีสติและกำลังใจ ฟื้นขึ้นมา และคิดจะกลับไปสู้ทำช่องใหม่ ทำรายการท่องเที่ยว “เลขใกล้ฉัน” และปรากฏว่าผลงานออกมาดี เหมือนชีวิตพลิกกลับขึ้นมา จากคนที่ไม่เชื่อในตัวเรา กลับมาเชื่อตนอีกครั้ง
ทั้งนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ จะไม่ทำให้ผิดหวัง จะเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อตอบแทนทุกคน จะสร้างสรรค์งานต่อไปให้ทุกคนได้ติดตามตอนกินข้าว
สุดท้ายนี้ตนได้แง่คิดกับเรื่องนี้มากมาย อย่างแรกคือการไม่มีศัตรูไม่มีความวุ่นวาย การเป็นคนธรรมดา ชีวิตธรรมดาดีที่สุด คำว่าธรรมดาแสนวิเศษนั้นเรื่องจริง ถ้าไม่จำเป็นชีวิตอย่าไปมีศัตรูเด็ดขาด อย่าไปโลภ อย่าไปอยากมีชีวิตหรูหรา อย่าไปแอบมีกิ๊ก หรืออย่านอกลู่นอกทาง การมีชีวิตธรรมดาดีที่สุด อีกอย่างค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน อยากให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ถ้างานดีชีวิตคุณจะดี แล้วชีวิตจะดีเองและจะดึงดูดคนดีๆ เข้ามาเอง อย่างไรก็แล้วแต่ชีวิตอาจจะยาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่เป็นเกราะป้องกันเราคืองาน
พร้อมฝากช่องทาง ต้าเฟดเฟ่ ช่อง สามวินกินกับอะไรก็อร่อย และ ช่อง ก้อง ทรงเอ รบกวนฝากช่องให้ติดตาม ส่วนเสื้อที่ตนใส่นั้น ต้องการสื่อว่า เพื่อนที่เขาเลิกคบกับเราไปแล้ว เพื่อนที่ไม่ดี เป็นผี ที่มาหลอกให้เรารัก และตายไปจากใจเราแล้ว จริงๆ ไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นผี
ด้าน น.ส.อรนุชญา รุ่งเรืองนพรัตน์ หรือ ทนายไข่มุข ทนายความส่วนตัวของต้า เปิดเผยสั้นๆ ว่า เบื้องต้นได้เตรียมการในส่วนของฟ้องร้องกลับแล้ว เพราะตอนนี้พี่ต้ามีแนวโน้มที่จะขอให้ดำเนินการต่อไป เพราะต้องการปกป้องสิทธิ์ของตนเอง และคนที่อยู่ข้างหลังเขาด้วย