ต้า เฟ็ดเฟ่ ขอบคุณทุกกำลังใจ พร้อมถอนฟ้อง เรียกร้องเงิน 19 ล้าน รับคงไม่จบง่ายๆ ดูจากกิริยา “ยัต” หลังจบรายการ ชม “แอม” คอยปกป้องสามี วอนอย่าโจมตีเมียเพื่อน เล่าจุดเริ่มต้นถูก “ยัต” แค้น เรื่องเซ็นโอนหุ้นเฟ็ดเฟ่

วันที่ 31 ส.ค.69 ต้า เฟ็ดเฟ่ เปิดใจหลังจบรายการโหนกระแสว่า ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ เพราะมองจากกิริยาของยัต คำพูดและแววตา เพราะหลังจบรายการพี่หนุ่มได้ขอให้ตนและยัตไกล่เกลี่ยกัน แต่จากกริยาของยัตมันทำให้ตนเห็นได้ชัดเจน ยัตร้องไห้ เป็นสิ่งที่ตนไม่อยากเห็น มุมที่เขาดีก็มีเยอะ ส่วนตัวยังคิดถึง ถ้าย้อนกลับไปก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ตนก็อยากคบกับเค้าไปจนแก่ ส่วนจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่ามันต้องใช้ระยะเวลา เพราะต่างคนต่างสูญเสีย

ต้าบอกถึงประเด็นแฟนของยัตว่า ที่ยัดเปลี่ยนไปไม่ได้เกี่ยวกับภรรยา และขอชื่นชมที่ภรรยาคอยออกมาปกป้องและชี้แจงแทนยัต ซึ่งตนก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน พร้อมยกมือไหว้ขอสังคมอย่าโจมตีภรรยาของยัต เพราะอยากให้มองว่าเป็นความรักบริสุทธิ์ของผู้หญิงคนนึงที่อยากจะปกป้องสามี

ส่วนตัวได้เรียกร้องจากอีกฝ่ายเป็นเงิน 19 ล้าน ส่วนเรื่องการถอนฟ้อง ก็พร้อมที่จะถอนเพราะอยากจะเริ่มต้นใหม่กับชีวิต อยากที่จะกลับมาทำงานแล้ว ส่วนที่อีกฝ่ายเรียกร้องคือ หลังจากนี้ไม่อยากให้พูดในมุมที่โจมตีหรือไม่ดีของกันและกัน เพราะอีกฝ่ายได้รับความเสียหาย

ส่วนตัวมองว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากกลับมาคืนดีกับยัด เพราะยังมีหลายสิ่งที่เข้ากันได้ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนตัวก็เคารพเสียงของคนที่คอยเชียร์และคอยผลักดันตนอยู่ข้างหลัง หากเค้าไม่ต้องการให้ตนกลับไปตนก็จะไม่กลับ

ถ้าพูดถึงเรื่อง Gaslighting ว่า เป็นสิ่งที่ทำร้ายความสัมพันธ์จริงๆ บางทีอาจจะเกิดจากการเผลอจากความไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกิดได้แค่กับตน แต่อาจเกิดได้จากหลายความสัมพันธ์

ส่วนจุดเริ่มต้นที่ยัตมีความแค้นกับต้านั้น ต้า ตอบว่า จุดเริ่มต้นนี้เริ่มจากเขาก่อน คือเริ่มจากคลิปเสียงที่เขาบังคับให้ตนเซ็นโอนหุ้นยกบริษัทเฟ็ดเฟ่ให้กับเขา โดยที่เขาอ้างว่าจะเอาบริษัทนี้ไปทำต่อกับเพื่อนๆ ตอนนั้นตนยืนยันว่าช็อก และคิดว่าจะเอาไปขนาดนี้เลยหรอ ซึ่งส่วนตัวจะขอกลับไปพิจารณาก่อน แต่ฝ่ายยัตจะให้ตนเซ็นวันนั้นให้ได้ ยืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าวตนไม่ได้เป็นคนปล่อย

ส่วนเรื่องการออกจากเฟ็ดเฟ่ ต้ายอมรับว่า ตนทนไม่ไหวจึงออกมา ยัตเลยจะนำเพื่อนมาทำงานแทนตน และจะขอเอาบริษัทเฟ็ดเฟ่ สำหรับเรื่องที่อีกฝ่ายอ้างว่าตนลบแอดมินออกและลบบัญชี ต้า บอกว่า ส่วนการลบบัญชีส่วนตัวมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตนทำ เพราะมันคือเพจของตน ส่วนเรื่องการลดแอดมินนั้น วันนั้นเหมือนโดนแฮ็กเพจ จึงเริ่มไม่ไว้ใจ ก่อนตัดสินใจดีดลูกน้องออกก่อน

สำหรับกรณีเงินเดือนของต้าที่ทนายอาร์มตั้งข้อสงสัยว่าได้เดือนละแสนห้า หลายปีติดต่อกัน แล้วต้านำเงินไปไว้ไหน ต้าตอบว่า ตนนำเงินก้อนนี้เก็บสะสมไว้ เคยมีแค่ครั้งเดียวที่นำเงินออกมาใช้คือตอนที่มีการแบ่งกำไรกันคนละ 1.2 ล้าน หลังจากนั้นตนก็ถูกอีกฝ่ายยืมครั้งละแสนห้า จากนั้น 5 ปี ตนก็ไม่ได้ใช้เงินก้อนนั้นเลย และเรื่องของเว็บพนันที่ทนายอาร์มอ้างถึง ส่วนตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและขออุทิศเรื่องของตัวเองให้เป็นอุทาหรณ์ หลังจากนี้ตนจะทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน เป็นตัวอย่างของสังคม และอยากเป็นกำลังใจให้กับคนที่มีปัญหาเรื่องโรคซึมเศร้า ขอให้เข้มแข็ง และฝากทุกคนอย่าไปด้อยค่ากับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า เราควรเป็นสังคมที่คอยให้กำลังใจกับทุกคน “นักวิจารณ์มีมากมาย คนให้กำลังใจมีไม่มากพอ”

ด้าน ทนายไข่มุก บอกว่า เรื่องที่อีกฝ่ายเรียกร้องมาจากการพูดคุยคือ เขาเสียหายในเรื่องของชื่อเสียง และสิ่งที่ไม่สามารถเอาคืนกลับมาได้คือเรื่องครอบครัว พี่น้อง และคนอื่นๆ ซึ่งวันนี้ตอนสุดท้ายทั้งคู่ร้องไห้ พี่หนุ่มจึงขอว่าเรื่องอะไรที่เป็นแง่ลบขออย่าเพิ่งพูด

ส่วนในอนาคตสิ่งที่ตนประเมินว่าจะเป็นยังไงต่อไป จากการคุยกับทนายอีกฝ่ายที่ไม่ใช่ทนายอาร์ม ซึ่งทนายอีกฝ่ายบอกว่าต้องรอดู ส่วนทนายอาร์มบอกว่าเดี๋ยวเราคุยเรื่องจำนวนเงินกัน และคุณยัตบอกว่าต้องพิจารณาต่อ ตนจึงไม่รู้ว่าจะยังไงต่อ แต่คาดว่าจะมีการคุยกันเรื่องตัวเลขต่อไป

สำหรับเรื่องเงิน 19 ล้านบาทที่เรียกร้อง เบื้องต้นจะต้องดูการเงิน เพราะสุดท้ายแล้วต้องเข้าใจว่าในส่วนของบริษัท ถ้าหากไปดูบัญชีก็คงไม่ใช่บัญชีจริงๆ อาจจะมีบัญชี 2 บัญชีอะไรหรือป่าว ซึ่งก็ต้องพูดคุยกับทนายอีกฝ่ายว่าจะเอายังไงกันต่อ

และเรื่องการขายทรัพย์สินของอีกฝ่ายนั้น ยอมรับว่ามีอยู่จริงแต่ก็ต้องไปคุยกันอีกที และฝ่ายต้าเองก็ยังไม่ได้ประเมินในเรื่องของเพจในช่องทางอื่นๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน