ลูกหลาน ฟังทางนี้! หมอเจด เตือน ผู้สูงอายุ ยิ่งมีคนดูแลมาก อาจยิ่งเสื่อมเร็วขึ้น ชี้ 7 สิ่ง ควรให้ทำเอง ย้ำ การดูแลที่ดีที่สุด คือช่วยเท่าที่จำเป็น

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ โดยระบุว่า ผู้สูงอายุ “ยิ่งมีคนดูแลมาก” อาจยิ่งเสื่อมเร็วขึ้นได้ ไม่ใช่เพราะลูกหลานดูแลไม่ดี แต่บางครั้งเรา “ช่วยมากเกินไป”

พ่อจะลุกไปหยิบน้ำ “ไม่ต้อง เดี๋ยวลูกเอาให้” แม่จะกวาดบ้าน “นั่งเถอะ เดี๋ยวแม่บ้านทำ” จะเดินไปซื้อของ “ไม่ต้องไป เดี๋ยวสั่งมาให้” จะขึ้นบันได “อันตราย อยู่ข้างล่างดีกว่า”

ทุกประโยคเกิดจากความรัก แต่ถ้าทำแบบนี้ทุกวัน สิ่งที่ค่อย ๆ หายไปอาจไม่ใช่แค่งานบ้าน แต่คือกำลังขา การทรงตัว ความมั่นใจ ความคล่องแคล่ว และความสามารถในการดูแลตัวเอง

งานวิจัยในผู้สูงอายุพบว่า ความสามารถในการทำกิจวัตรที่ซับซ้อนในชีวิตประจำวัน หรือ IADL เช่น ทำอาหาร ซื้อของ เดินทาง จัดยา จัดการเงิน ทำงานบ้าน วางแผนเรื่องต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กับการคงความสามารถทั้งทางร่างกายและสมองเมื่ออายุมากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ชีวิตประจำวันเอง อาจเป็น “การออกกำลังกายขนาดเล็ก” ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน คนที่ต้องลุกเอง เดินเอง หยิบของเอง เตรียมอาหารเอง ออกไปซื้อของเอง ตัดสินใจเอง อาจได้ขยับร่างกายและใช้สมองมากกว่าคนที่มีทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ให้

แต่ต้องเข้าใจให้ถูกด้วยว่า เราไม่สามารถสรุปว่า “อยู่คนเดียวทำให้แข็งแรง” หรือ “อยู่กับลูกทำให้อ่อนแอ” เพราะคนที่แข็งแรงกว่าแต่แรก ย่อมมีโอกาสอยู่คนเดียวได้มากกว่า ส่วนคนที่เริ่มเดินไม่ดีช่วยตัวเองลำบาก ก็มักต้องย้ายมาอยู่กับลูกหลาน

ดังนั้น ประเด็นจริง ๆ ไม่ใช่ “ควรปล่อยพ่อแม่ให้อยู่คนเดียวหรือไม่” แต่คือ “เราจะดูแลท่านอย่างไร
โดยไม่แย่งความสามารถของท่านไป”

นี่สำคัญมาก เพราะร่างกายมนุษย์มีหลักง่าย ๆ ว่า Use it or lose it สิ่งที่ไม่ได้ใช้จะค่อย ๆ ลดความสามารถลง วันนี้เดินวันละ 4,000 ก้าว พอมีคนทำทุกอย่างให้ อาจเหลือ 2,000 ต่อมาเหลือ 1,000 กำลังขาลดลง ลุกจากเก้าอี้ยากขึ้น เดินไม่มั่นใจ กลัวล้ม

พอกลัวล้ม ก็ยิ่งไม่เดิน ยิ่งไม่เดิน กล้ามเนื้อยิ่งลด จนสุดท้ายเกิดวงจรเดินน้อย กล้ามเนื้อลด ทรงตัวแย่ กลัวล้ม เดินน้อยลงอีก Frailty หรือภาวะเปราะบาง และสุดท้าย จากเดิมที่ลูก “ช่วยเพราะรัก”
อาจกลายเป็น “ต้องช่วย เพราะท่านทำเองไม่ได้แล้วจริง ๆ” ดังนั้น ถ้าพ่อแม่ยังทำอะไรได้ อย่ารีบทำแทนทุกอย่าง

7 อย่างที่ควรให้ท่านทำเองให้นานที่สุด

1.ลุกจากเก้าอี้เอง ถ้าปลอดภัย ให้ลุกเองก่อน อย่ารีบดึงหรือพยุงทุกครั้ง

2.เดินไปหยิบของเอง น้ำหนึ่งแก้ว โทรศัพท์ หนังสือ สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้คือการเคลื่อนไหวทั้งวัน

3.ทำงานบ้านเบา ๆ พับผ้า เช็ดโต๊ะ รดน้ำต้นไม้ จัดของ ไม่ใช่ใช้งานท่าน แต่มันคือ functional exercise หรือการออกกำลังผ่านกิจกรรมจริง

4.เตรียมอาหารบางส่วนเอง ล้างผัก จัดจาน ตักอาหาร เตรียมของง่าย ๆ ทั้งมือ สมอง และการวางแผนได้ทำงานพร้อมกัน

5.ออกไปซื้อของหรือเดินนอกบ้าน ถ้าสภาพร่างกายเอื้อ การออกจากบ้านให้ทั้ง การเดิน การทรงตัว
การตัดสินใจ และปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

6.ให้ท่านตัดสินใจเรื่องของตัวเอง วันนี้จะกินอะไร จะใส่เสื้ออะไร จะไปไหน จะทำอะไรก่อนหลัง สมองก็ต้องการการใช้งานเหมือนกล้ามเนื้อ

7.อย่ารีบติดป้ายว่า “แก่แล้ว” คำว่า “อย่าทำเลย เดี๋ยวล้ม” “แก่แล้วพักเถอะ” ถ้าพูดบ่อย ๆ อาจทำให้ผู้สูงอายุเริ่มเชื่อว่า ตัวเองทำอะไรไม่ได้

เป้าหมายของการดูแลผู้สูงอายุ จึงไม่ใช่ทำให้ชีวิตท่าน “ง่ายที่สุด” แต่คือทำให้ท่าน “ยังทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้มากที่สุดและนานที่สุด”

แน่นอนว่า ถ้ามีความเสี่ยงล้มสูง กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก เวียนศีรษะ สมองเสื่อม หรือมีโรคที่ทำให้การเคลื่อนไหวไม่ปลอดภัย ต้องประเมินและปรับกิจกรรมให้เหมาะสม อย่าปล่อยให้อันตรายเกิดขึ้น เพียงเพราะอยากให้ “ทำเอง”

การดูแลที่ดีที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่ลำพัง และไม่ใช่ทำทุกอย่างแทน แต่คือ “ช่วยเท่าที่จำเป็น และรักษาสิ่งที่ท่านยังทำได้ให้อยู่กับท่านนานที่สุด”

รักพ่อแม่ ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างแทน บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำให้ท่านได้ คือเปิดโอกาสให้ท่าน ยังได้ใช้ร่างกาย ยังได้ใช้สมอง และยังรู้สึกว่า “ฉันยังดูแลตัวเองได้”

ที่มา : หมอเจด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน