กรมควบคุมโรค เผย 10 จังหวัด มียอดติด โควิด-19 มากสุด ชี้ส่วนใหญ่ยังเป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ จมูกยังได้กลิ่น
1 ก.ย. 69 – กรมควบคุมโรค จัดแถลงข่าวชี้แจงข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หลังพบการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ (Fake News) เกี่ยวกับการแพร่ระบาดและความรุนแรงของโรคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนสร้างความกังวลแก่ประชาชน โดยมี พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ และ นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นพ.ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค ร่วมให้ข้อมูล
พญ.จุไร กล่าวว่า สถานการณ์ของโควิดในไทย ขณะนี้จำนวนเคสของผู้ป่วยโควิดกำลังเพิ่มขึ้น แต่จำนวนเคสที่เพิ่มขึ้นยังน้อยกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน ซึ่งจะเป็นช่วงเข้าฤดูฝน พบผู้ป่วยสะสม 99,691 ราย อัตราป่วย 151.34 ต่อประชากรแสนคน มีผู้เสียชีวิต 15 ราย อัตราป่วยตายอยู่ที่ 0.02 % แต่ถ้าเทียบกับปีที่แล้วยังมากกว่าขณะนี้
“เพราะฉะนั้น สิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้ จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้มากกว่าก่อนหน้านี้ และความรุนแรงลดลง ซึ่งเรายังต้องเฝ้าระวังกันต่อไป” พญ.จุไร กล่าว
ข้อมูลล่าสุด 10 จังหวัดที่มีอัตราการป่วยสูงสุด คำนวณต่อประชากรแสนคน มีดังนี้
1. กรุงเทพมหานคร
2. ชลบุรี
3. ภูเก็ต
4. ลำพูน
5. นนทบุรี
6. นครปฐม
7. ระยอง
8. สระบุรี
9. เชียงใหม่
10. อ่างทอง
ด้าน นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า ในแง่ของสายพันธุ์ ได้มีการติดตามรหัสพันธุกรรมของไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด พบว่าร้อยละ 50 สายพันธุ์ที่เกิดขึ้น เป็นสายพันธุ์ NB.1.8.1 เริ่มมีการระบาดตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนที่เหลือจะเป็นสายพันธุ์ JN.1 และ BA.3.2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดิมที่เคยมีการระบาดเกิดขึ้น
สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นลูกหลานของสายพันธุ์โอไมครอน เพียงแต่ว่าตำแหน่งของการกลายพันธุ์ของเขาสามารถแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วขึ้น และติดง่ายมากขึ้น แต่ความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น จากตัวเลขของอัตราการเสียชีวิตพบว่าอยู่ที่ร้อยละ 0.02 ในช่วงปัจจุบันนี้
ส่วนอาการยังคล้ายคลึงกับโควิด-19 จากสายพันธุ์อื่น ๆ เพียงแต่ว่าอาจไม่พบอาการของจมูกไม่ค่อยได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส อาการนี้จะลดน้อยลง แต่ยังคงเป็นอาการของระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือมีการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก บางท่านอาจจะมีไข้ต่ำ ๆ ซึ่งเป็นอาการเหมือนกับไข้หวัดทั่วไปหรือคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาการในแต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสุขภาพของบุคคลนั้น ๆ