ทนายชุดทำคดีเเตงโมชี้ 9 ประเด็นข้อกฎหมาย หลังดีเอสไอหอบสำนวนส่ง ป.ป.ช.
เมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 นายภัทรพงศ์ ไชยปุรณะ ทนายความ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. อดีตผบก.สส.ภ.1 อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนและคลี่คลายคดี เเตงโมดาราสาวตกเรือเสียชีวิต โพสต์เฟซบุ๊กให้ความเห็นทางกฎหมาย เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของแตงโม ดาราสาว 9 ประเด็นทางกฎหมาย
1. คดีแตงโมผ่านการสอบสวนของตำรวจแล้ว กระทั่งพนักงานอัยการส่งฟ้อง และศาลมีคำพิพากษาแล้ว ส่วนการสืบสวนของดีเอสไอไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลได้
2. การสอบสวนเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานฯเพื่อจะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ ส่วนการสืบสวน เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
3. จนท.และพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ (บางตำแหน่งอำนาจคล้ายตำรวจพิเศษ) ทำคดีได้เฉพาะคดีพิเศษ(ตามกฎหมายและระเบียบ) ถ้าจะรับคดีที่กรมไม่มีอำนาจ ต้องมีมติตามขั้นตอน
4. คดีการเสียชีวิตของดาราสาวที่ศาลจังหวัดนนทบุรีเท่านั้น จำเลยที่ปฏิเสธ ถ้ามีการอุทธรณ์คดียังไม่ถึงที่สุด ส่วนจำเลยที่รับสารภาพ ศาลพิพากษาจนเลยระยะเวลาอุทธรณ์แล้วจึงถึงที่สุด
5. ศาลแต่ละศาลมีอำนาจตามเขตอำนาจ ไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลอาญา พิพากษาคดีของศาลนนทบุรีได้
6. ข้อกฎหมายเรื่องพยานหลักฐานใหม่ ใช้กรณีสั่งไม่ฟ้อง แต่อัยการฟ้องทุกข้อหายังไม่มีกฎหมายให้อำนาจดำเนินคดีซ้ำ เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิอาญา ม.39(4)
7. การรื้อคดี ต้องเป็นฝ่ายจำเลย(คดีถึงที่สุด) ไม่มีกฎหมายให้ผู้เสียหายหรือญาติผู้เสียหายรื้อคดีได้
8. การส่งหนังสือราชการ การรับหนังสือ ออกเลขเป็นงานสารบัญตามปกติ แต่เนื้อหาต้องพิจารณาตามขั้นตอน กฎหมาย ใครจะยื่นหนังสือกับดีเอสไอเพื่อรักษาสิทธิ์ของประชาชนก็ย่อมได้ อยู่ที่ดุลพินิจของดีเอสไอ เผื่อดีเอสไอรับทำให้
9. ข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ให้ต้องรับโทษ สาระสำคัญคือ โทษของผู้ต้องหาต้องระบุข้อหาได้และผ่านการสอบสวนว่าผู้ต้องหากระทำผิดจริง ประสงค์จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษตามข้อหานั้น ส่วนการคาดเดาว่า ผู้ต้องหาน่าจะมีแนวโน้ม อาจจะทำเช่นว่านี้ในทางกฎหมาย ถ้าหน่วยงานตัวเองยังไม่ชัวร์เลยว่ามีการกระทำผิด จะให้หน่วยงานอื่นชัวร์ได้อย่างไร