จอนนี่มือปราบ ร่ายยาวบทวิเคราะห์ ก่อนจะตัดสิน อำนาจ รื่นเริง เผยมีรอยโรคทางระบบประสาท 2 ส่วน จนไม่สามารถรักษาได้ด้วยการ ตักเตือน สั่งสอน หรือสัญญาลูกผู้ชายได้ เพราะสารเคมีในสมองเสียหายเกินกว่าจะควบคุมด้วยจิตใจตน
วันที่ 4 ก.ย.69 หลังกลายเป็นประเด็นให้พูดถึงอย่างกว้างขาวงในโลกโซเชียล ของเจ้าเพชร อำนาจ รื่นเริง นักมวยดังอดีตแชมป์โลก ที่เข้าบำบัดอาการติดสุรากับ จอนนี่มือปราบ อดีตตำรวจชื่อดัง นานถึง 3 เดือน แต่พอกลับไปบ้านไม่ทันข้ามคืน ก็กลับไปดื่มสุราและเสพยาเสพติดอีก จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาด สุดท้ายต้องพากลับมาหาจอนนี่อีกครั้ง และต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะเกินจะเยียวยาด้วยการอบรมหรือการฝึกฝนอีกแล้ว
ล่าสุด จอนนี่มือปราบ ได้โพสต์วิเคราะห์อาการของ อำนาจ รื่นเริง เพราะชาวเน็ตจำนวนมากได้ตัดสิน อำนาจ ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง จอนนี่ บอกว่า
ก่อนตัดสินอำนาจรื่นเริง!! ก่อนจะด่า มาอ่านบทความนี้กันก่อนครับ นี่คือบทวิเคราะห์รอยโรคและสภาพจิตของ “อำนาจ รื่นเริง” อดีตแชมป์โลกรายนี้ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
มิติที่ 1: การวิเคราะห์ทางประสาทวิทยา (Neurological Analysis) สิ่งที่สังคมต้องเข้าใจเป็นอันดับแรกคือ สมองของอำนาจในปัจจุบัน ไม่เหมือนสมองของคนปกติทั่วไป โดยมีรอยโรคทางระบบประสาทที่สำคัญ 2 ส่วน
1) ภาวะสมองเสื่อมจากการชกมวย (Chronic Traumatic Encephalopathy – CTE): นักมวยอาชีพที่ผ่านการโดนชกสะสมที่ศีรษะมาอย่างยาวนาน เนื้อสมองจะเกิดการฉีกขาดในระดับเซลล์และมีโปรตีนผิดปกติ (Tau protein) สะสม ส่งผลให้สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสติ เหตุผล และยับยั้งชั่งใจ “เสื่อมสภาพและฝ่อลง” คนไข้กลุ่มนี้จะมีอาการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ (Impulse Control Disorder) อารมณ์แปรปรวน และมีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างรุนแรงเมื่อมีสิ่งกระตุ้น
2) รอยโรคพิษสุราและสารเสพติดเรื้อรัง (Substance-Induced Neurotoxicity): แอลกอฮอล์และสารเสพติดที่เขาเคยเสพในอดีตได้เข้าไป ทำลายระบบสารสื่อประสาท Dopamine และ GABA อย่างถาวร เมื่อสมองขาดแอลกอฮอล์ สมองจะเกิดภาวะ “พร่องสารความสุข” ทำให้เกิดอาการเหม่อลอย นั่งพูดคนเดียว หลอน หวาดระแวง และร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ (ซึ่งตรงกับอาการทางกายภาพที่ญาติและคนใกล้ชิดเปิดเผย)
มิติที่ 2: การวิเคราะห์ทางจิตวิทยาและจิตเวช (Psychological Analysis)
1) ภาวะ “โรคจิตเวชร่วมซ้อน” (Dual Diagnosis): อำนาจเผชิญกับ โรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง (Major Depressive Disorder) จากมรสุมชีวิตรอบด้าน ทั้งปัญหาครอบครัว การเลิกรากับภรรยา และการแยกจากลูก เมื่อหัวใจแตกสลาย เขาจึงใช้แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือในการเยียวยาตัวเองชั่วคราว (Self-Medication) เพื่อหนีจากความจริง ยิ่งดื่มมาก อาการทางจิตเวช (ซึมเศร้า หลอน ระแวง) ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
2) กลไกการติดซ้ำเมื่อเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม (Environmental Trigger & Relapse): การที่คุณจอนนี่ มือปราบ พลังใจสูง นำตัวเขาไปบำบัดรักษาในที่ปิดได้นานถึง 3 เดือนจนดูปกติ มีวินัย เป็นเพราะ “สมองถูกแยกออกจากสิ่งเร้าอย่างเด็ดขาด” แต่ในทางจิตวิทยา เมื่อเขากลับมาสู่พื้นที่เดิม (อ.ศรีราชา) สมองจะเกิดกลไก Visual & Environmental Cue Trigger ทันที ภาพร้านค้าเดิม กลุ่มเพื่อนเดิม สภาพแวดล้อมที่มีปมความเครียดเดิม จะเข้าไปสั่งการให้ร่างกายหลั่งสารอยากเสพสารเสพติดอย่างรุนแรงจนจิตใจไม่สามารถต้านทานได้ และนำไปสู่ภาวะ “ดีแตก” หรือการเสพซ้ำในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
สรุปแนวทางการรักษาและการให้ความรู้แก่สังคมในฐานะแพทย์ อาการของอำนาจไม่สามารถรักษาได้ด้วยการ “ตักเตือน สั่งสอน หรือขอสัญญาลูกผู้ชาย” อีกต่อไปแล้ว เพราะสารเคมีในสมองเสียหายเกินกว่าจะควบคุมด้วยจิตใจตนเองได้
1) ต้องบังคับรักษาทางจิตเวชเชิงลึก: จำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.สุขภาพจิต นำตัวเขาเข้าสู่ โรงพยาบาลจิตเวช เพื่อรับยาต้านอาการซึมเศร้า ยาปรับสารเคมีในสมองเพื่อลดอาการหลอน/ระแวง และรับการบำบัดภาวะถอนพิษสุราอย่างเป็นระบบ
2) สังคมต้องเปลี่ยนมุมมอง: เลิกดุด่าหรือซ้ำเติมว่าเขาเป็น “คนนิสัยเสีย” แต่ต้องมองเขาเป็น “ผู้ป่วยติดสารเสพติดและโรคสมองเสื่อมจากการชกมวย” การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือการเข้าควบคุมตัวในงานวัดไม่ใช่การรังแก แต่เป็นกระบวนการที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้เขาขับรถตกข้างทางหรือทำร้ายตนเองและผู้อื่นในชุมชนครับ
ขอส่งความห่วงใย กำลังใจและความปรารถนาดีให้กับ “อำนาจ รื่นเริง” อย่าซ้ำเติมเขาเลยครับ ผมเข้าใจเรื่องนี้ ผมถึงไม่คิดจะทิ้งเขาเลย เลยอยากช่วยเขา