หมอเจด เผยคนมีอาการไม่ร้อน แต่เหงื่อออกกลางคืนจนเสื้อเปียก เตือน 5 โรคที่ไม่ควรมองข้าม ชี้เหงื่อกลางคืนไม่ได้ฟันธงเป็นโรคร้าย แต่ถ้ามีอาการร่วมบางอย่าง ควรตามหาสาเหตุให้ชัด

หมอเจด หรือ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ในเพจ หมอเจด ถึงลักษณะที่ไม่ร้อน แต่เหงื่อออกกลางคืนจนเสื้อเปียก เตือน 5 โรคที่ไม่ควรมองข้าม!

โดยระบุว่า เหงื่อออกตอนกลางคืนมีทั้งแบบธรรมดาและแบบที่ควรหาสาเหตุ ถ้าห้องร้อน ห่มผ้าหนา ออกกำลังกายดึก ดื่มแอลกอฮอล์ หรือกินอาหารเผ็ดก่อนนอน เหงื่อออกบ้างไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่ถ้าอากาศไม่ได้ร้อน ห้องก็เย็นปกติ แล้วตื่นมาพบว่า เสื้อเปียก หมอนชื้น ผ้าปูเปียก ต้องลุกมาเปลี่ยนเสื้อกลางคืน โดยเฉพาะถ้าเกิดซ้ำๆ หลายคืน ผมไม่อยากให้มองว่า “คงขี้ร้อนเฉยๆ”

เพราะเหงื่อกลางคืนแบบชุ่มมากๆ หรือที่เรียกว่า เหงื่อออกกลางคืนมากผิดปกติ (Night sweats) เป็นอาการที่พบได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ฮอร์โมน ยา น้ำตาลต่ำ ไปจนถึงการติดเชื้อหรือโรคบางอย่าง

สิ่งสำคัญคือ เหงื่อกลางคืนไม่ได้ฟันธงว่าเป็นโรคร้าย แต่ถ้ามีอาการร่วมบางอย่าง เราควรตามหาสาเหตุให้ชัด

1.ไทรอยด์เป็นพิษ — เครื่องยนต์ร่างกายเร่งอยู่แม้ตอนนอน

ไทรอยด์เป็นต่อมที่ควบคุมการเผาผลาญหลายระบบครับ ถ้าฮอร์โมนไทรอยด์สูงเกิน ร่างกายจะเหมือนเครื่องยนต์ที่เร่งรอบอยู่ตลอดเวลา เลยเกิดอาการได้หลายอย่าง เช่น

  • ขี้ร้อนกว่าปกติ
  • เหงื่อออกง่าย
  • ใจสั่น
  • มือสั่น
  • นอนหลับยาก
  • ถ่ายบ่อยขึ้น
  • กินได้แต่น้ำหนักลด

บางคนตอนกลางวันก็รู้สึกร้อนง่ายอยู่แล้ว แต่พอกลางคืนถึงขั้นเหงื่อออกจนเสื้อชื้น ถ้ามีอาการกลุ่มนี้ร่วมกัน โดยเฉพาะชีพจรเร็วและน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ การตรวจค่าไทรอยด์อย่าง TSH และฮอร์โมนไทรอยด์จะช่วยหาคำตอบได้มากขึ้น

2.น้ำตาลต่ำตอนกลางคืน — โดยเฉพาะคนที่ใช้ยาลดน้ำตาลบางชนิด

อันนี้สำคัญมากครับ เพราะคนเป็นเบาหวานบางคนตื่นมาแล้วเห็นเสื้อเปียก แต่ไม่รู้ว่าช่วงกลางคืนอาจมีน้ำตาลตก เวลาน้ำตาลต่ำ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอย่างอะดรีนาลีนเพื่อดึงน้ำตาลกลับขึ้นมา

  • ผลที่เกิดได้คือ
  • เหงื่อออกมาก
  • ใจสั่น
  • มือสั่น
  • ฝันร้าย
  • สะดุ้งตื่น
  • ปวดหัวตอนเช้า
  • หรือรู้สึกเพลียผิดปกติหลังตื่น

พบได้มากขึ้นในคนที่ใช้อินซูลินหรือยาบางกลุ่มที่ทำให้น้ำตาลต่ำได้ โดยเฉพาะถ้ากินมื้อเย็นน้อย ออกกำลังหนักตอนค่ำ หรือดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย ตรงนี้ไม่ควรแก้เองด้วยการเพิ่มอาหารก่อนนอนหรือปรับยาครับ ถ้าสงสัยน้ำตาลต่ำกลางคืน ควรดูรูปแบบน้ำตาลจริง ๆ และคุยกับหมอที่ดูแลเพื่อปรับแผนอย่างเหมาะสม

3.การติดเชื้อเรื้อรัง — เหงื่อกลางคืนร่วมกับไข้และน้ำหนักลดต้องระวัง

การติดเชื้อบางชนิดทำให้มีไข้เป็น ๆ หาย ๆ และเหงื่อออกตอนกลางคืนได้ครับ ตัวอย่างคลาสสิกที่หลายคนเคยได้ยินคือวัณโรค แต่จริง ๆ ยังมีการติดเชื้ออื่นอีกหลายแบบที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้ ถ้าเหงื่อออกกลางคืนมาพร้อมกับ

  • ไข้เรื้อรัง
  • ไอเป็นเวลานาน
  • น้ำหนักลด
  • เบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลียมาก
  • ต่อมน้ำเหลืองโต

โดยเฉพาะคนที่ไอเกิน 2–3 สัปดาห์ มีเสมหะผิดปกติ ไอมีเลือด หรือน้ำหนักลดชัด ไม่ควรรอให้เหงื่อหายเอง แต่ผมย้ำอีกครั้งว่า เหงื่อกลางคืนอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นวัณโรคนะครับ ต้องดูอาการและปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน

4.โรคของระบบเลือดและมะเร็งบางชนิด

พบน้อยกว่า แต่เป็นเหตุผลที่ไม่ควรปล่อยถ้ามีสัญญาณร่วม ตรงนี้เป็นข้อที่หลายคนได้ยินแล้วกลัวครับ ผมเลยอยากอธิบายให้ตรง มะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลือง สามารถทำให้มีเหงื่อออกกลางคืนมากได้ แต่อาการมักไม่ได้มาแค่เหงื่ออย่างเดียวครับ

สิ่งที่ควรสังเกตร่วม เช่น

  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • มีไข้เป็น ๆ หาย ๆ
  • ต่อมน้ำเหลืองโตที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ
  • อ่อนเพลียผิดปกติ
  • คันตามตัวโดยไม่มีสาเหตุชัด

ในทางการแพทย์ เหงื่อออกกลางคืนมากร่วมกับไข้และน้ำหนักลด เป็นกลุ่มอาการที่เราจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ตื่นมาเสื้อเปียกต้องเป็นมะเร็งนะครับ มะเร็งเป็นเพียงหนึ่งในหลายสาเหตุ และต้องดูภาพรวมก่อน

5.ฮอร์โมนเปลี่ยน โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังหมดประจำเดือน

สาเหตุที่พบได้บ่อยมาก ในผู้หญิงวัยประมาณ 40–50+ เหงื่อออกกลางคืนอาจเกี่ยวกับฮอร์โมนที่เริ่มเปลี่ยนครับ โดยเฉพาะช่วงก่อนหมดประจำเดือนและหลังหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนแกว่งและลดลง ทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิของสมองไวขึ้น

  • จึงเกิดอาการที่เรียกว่า “ร้อนวูบวาบ”
  • บางคนตอนกลางวันหน้าร้อนวูบ
  • ตอนกลางคืนตื่นมาทั้งตัวชุ่ม
  • นอนไม่ต่อเนื่อง
  • ใจสั่น
  • หงุดหงิดง่าย
  • ประจำเดือนเริ่มมาไม่สม่ำเสมอ
  • อันนี้พบได้บ่อยและไม่ได้หมายถึงโรคร้ายครับ

แต่ถ้าเหงื่อกลางคืนรุนแรงจนกระทบการนอน หรือมีอาการอื่นผิดปกติร่วมด้วย ก็ควรประเมินให้ชัดว่าเป็นจากวัยทองจริงหรือมีสาเหตุอื่นซ้อนอยู่ แล้วเหงื่อกลางคืนจากเรื่องธรรมดามีอะไรบ้าง? ไม่ใช่ทุกคนต้องมีโรคครับ

ก่อนจะคิดถึงโรค ผมอยากให้ลองเช็กเรื่องใกล้ตัวก่อน เช่น

• ห้องร้อนหรือความชื้นสูง
• ผ้าห่มหรือชุดนอนหนาเกิน
• ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน
• กินอาหารเผ็ดจัดช่วงดึก
• ออกกำลังหนักใกล้เวลานอน
• มีไข้จากหวัดหรือการติดเชื้อชั่วคราว
• ยาบางชนิด เช่น ยาต้านซึมเศร้าบางตัว ยาลดไข้ หรือยาที่มีผลต่อฮอร์โมน

ถ้าแก้ปัจจัยพวกนี้แล้วอาการหาย ก็อาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวลครับ แล้วแบบไหนเรียกว่า “มากจนควรตรวจ”? ผมจะให้ความสำคัญมากขึ้นถ้าเหงื่อออกจนต้องเปลี่ยนเสื้อหรือผ้าปูเป็นประจำ และเกิดซ้ำหลายคืน โดยไม่มีเหตุผลเรื่องอากาศหรือผ้าห่มชัดเจน ยิ่งถ้ามีอาการร่วม เช่น

  • น้ำหนักลด
  • ไข้
  • ไอเรื้อรัง
  • ใจสั่นมาก
  • มือสั่น
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • อ่อนเพลียมาก
  • หรือมีอาการน้ำตาลต่ำกลางคืน
  • แบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้ครับ

เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่หยุดเหงื่อ แต่ต้องรู้ว่าอะไรเป็นคนเปิด “สวิตช์เหงื่อ” อยู่

ถ้าไปตรวจ มักต้องดูอะไรบ้าง? ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องตรวจทุกอย่างครับ แพทย์จะเริ่มจากประวัติและอาการก่อน แล้วเลือกตรวจตามความน่าจะเป็น เช่น

• ตรวจเลือดดูเม็ดเลือด
• ตรวจน้ำตาล
• ตรวจไทรอยด์
• ดูการติดเชื้อถ้ามีอาการเข้าได้
• เอกซเรย์ปอดในบางคน
• ตรวจเพิ่มเติมตามอาการและประวัติ

คนหนึ่งเหงื่อออกเพราะวัยทอง กับอีกคนเหงื่อออกพร้อมน้ำหนักลดและต่อมน้ำเหลืองโต แนวทางตรวจไม่เหมือนกันครับ เหงื่อออกกลางคืนไม่ได้แปลว่าเป็นโรคร้ายทุกคนครับ แต่ถ้าไม่ร้อน ห้องก็ปกติ แล้วเหงื่อออกจนเสื้อเปียกซ้ำ ๆ โดยเฉพาะมีอาการอื่นร่วม ผมไม่อยากให้คิดว่า “ร่างกายคงระบายความร้อนเฉยๆ” สาเหตุอาจมาจาก

  • ไทรอยด์เป็นพิษ
  • น้ำตาลต่ำกลางคืน
  • การติดเชื้อเรื้อรัง
  • โรคของระบบเลือดบางชนิด
  • หรือฮอร์โมนช่วงวัยทอง
  • รวมถึงยาและพฤติกรรมบางอย่างก็ทำให้เกิดได้ครับ

สิ่งที่ควรดูไม่ใช่แค่ “เหงื่อออกไหม” แต่ให้ดูว่า ออกมากแค่ไหน เป็นมานานเท่าไร ทุกคืนหรือเป็นบางคืน มีไข้ไหม น้ำหนักลดไหม ใจสั่นไหม แล้วมีอาการอื่นอะไรตามมาด้วย เพราะเหงื่อหนึ่งคืนอาจไม่มีอะไร แต่เหงื่อที่เปียกเสื้อทุกคืนพร้อมร่างกายส่งสัญญาณอื่นมาอีกหลายอย่าง แบบนั้นควรฟังมันครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน