ที่แท้เป็นทหาร บิ๊กไบก์ ซิ่งชนตำรวจ ก่อนบิดหนี ทิ้งรองเท้าไว้ดูต่างหน้า ด้าน “อ้ายแบงค์ซาว” ลุยแจ้งความ เผยนาทีไล่ล่า ตำรวจเร่รงติดตามตัวดำเนินคดี
วันที่ 8 ก.ย.2569 จากกรณีเพจ “อ้ายแบงค์ซาว” ซึ่งเป็นตำรวจจราจร สน.บางซื่อ ได้มีการโพสต์คลิปเหตุการณ์ระทึกกลางดึกในพื้นที่เขตบางซื่อ กทม. เมื่อชายขี่รถบิ๊กไบก์พับแผ่นป้ายทะเบียนและท่อดัง พยายามขี่รถหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางซื่อ
โดยระหว่างการหลบหนี ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถบิ๊กไบก์ส่ายไปมาตามเส้นทางต่าง ๆ บริเวณถนนหน้าสวนจตุจักร ด้วยความเร็วสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขี่จักรยานยนต์ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิดและพยายามเรียกให้จอดตลอดทาง

ที่แท้เป็นทหาร บิ๊กไบก์ ซิ่งชนตำรวจ ก่อนบิดหนี ทิ้งรองเท้าไว้ดูต่างหน้า ด้าน “อ้ายแบงค์ซาว” ลุยแจ้งความ เผยนาทีไล่ล่า ตำรวจเร่รงติดตามตัวดำเนินคดี
แต่คนก่อเหตุไม่ยอมจอด และยังขี่รถบิ๊กไบก์หนีไปยังถนนวิภาวดีรังสิตขาออก กระทั่งรถของผู้ก่อเหตุเกิดเสียหลักแฉลบเฉี่ยวชนกับฟุตปาธ และพุ่งชนตำรวจ ก่อนจะบิดเร่งเครื่องรถหลบหนีไป
ซึ่งผู้ก่อเหตุได้ทำรองเท้าผ้าใบ 1 คู่ตกไว้ในจุดเกิดเหตุให้ตำรวจไว้ดูต่างหน้า ส่วนรถตำรวจก็ได้รับความเสียหาย เนื่องจากรถล้มคว่ำแต่ยังโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการโพสต์ว่ามีข้อมูลทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุระบุชัดเจน รวมถึงภาพบันทึกจากกล้องติดหมวกที่เห็นใบหน้าและลักษณะรถอย่างเด่นชัด
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประสานงานติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยืนยันว่ามีหลักฐานครบถ้วนและทราบข้อมูลมาว่าผู้ก่อเหตุเป็นทหารอยู่สังกัดในกรุงเทพมหานคร
ล่าสุดหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว เบื้องต้นจากการสอบถาม ผู้ก่อเหตุทราบว่า เป็นข้าราชการทหารสังกัดหนึ่ง ส่วนเรื่องคดีทางผู้เสียหายคือ ส.ต.อ.พนมรุ้ง เจียมตัว ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางซื่อ เรียบร้อยแล้ว
โดยหลังแจ้งความผู้เสียหายได้มีการเดินทางไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อที่จะแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ก่อเหตุอีกด้วย
ส.ต.อ.พนมรุ้ง เจียมตัว ผบ.หมู่ จร.สน.บางซื่อ หรือ อ้ายแบงค์ซาว กล่าวว่า ขณะออกตรวจพื้นที่ตามปกติในเวลา 19.20 น.ของวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้พบรถบิ๊กไบก์คันดังกล่าวที่บริเวณแยกกำแพงเพชร ถนนกำแพงเพชร มีลักษณะป้ายทะเบียนถูกพับซ่อนไว้ใต้บังโคลน ซึ่งเข้าข่ายการปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน จึงพยายามเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหลบหนี
จึงขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามและพยายามประกบข้างเพื่อออกคำสั่งให้หยุด ก่อนขี่ไปดักด้านหน้าเพื่อให้ชะลอรถ แต่ผู้ขับขี่ยังคงหาช่องทางหลบหนี
กระทั่งเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ขับขี่เร่งเครื่องเบี่ยงไปทางซ้าย ทำให้รถบิ๊กไบก์พุ่งชนบริเวณแฮนด์รถจักรยานยนต์และแขนของตำรวจจนล้มลงพื้นถนน ก่อนที่คนขี่จะหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ได้นำหมายเลขทะเบียนที่สังเกตเห็นจากรถ มาตรวจสอบประกอบกับภาพจากกล้องติดหมวกกันน็อก พบว่ารถคันดังกล่าวมีทะเบียน และภาพสามารถเห็นใบหน้า รวมถึงลักษณะรถและผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน
ต่อมาเจ้าหน้าที่จาก สน.บางซื่อ ได้ประสานข้อมูลเข้ามาแจ้งว่า รถคันดังกล่าวถูกเจ้าหน้าที่อีกชุดตรวจพบ และเรียกไว้เมื่อเวลาประมาณ 19.55 น. ก่อนปล่อยรถไป เนื่องจากขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตำรวจจราจร
เมื่อมีการนำภาพบุคคล ลักษณะการแต่งกาย รถและทะเบียนมาตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่าตรงกับบุคคลเดียวกัน และทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าผู้ขับขี่เป็นทหารสังกัดหนึ่งในกรุงเทพฯ ส่วนยศและหน่วยงานต้นสังกัดยังไม่ขอเปิดเผยในขณะนี้
ส.ต.อ.พนมรุ้ง กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว เบื้องต้นเป็นคดีอาญา ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน หลังเจ้าหน้าที่มีการออกคำสั่งเรียกและให้หยุดรถอย่างชัดเจน แต่ผู้ขับขี่กลับเลือกหลบหนี รวมถึงกรณีขับรถประมาทหวาดเสียว ซึ่งจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ส่วนผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อเข้ามาเพื่อขอโทษหรือมอบตัว โดยตำรวจระบุว่า หากผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัวก็พร้อมพูดคุยถึงข้อเท็จจริง แต่หากยังไม่มาพบเจ้าหน้าที่ ก็จะดำเนินการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
“ฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนว่า อยากให้ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทาง และหากรู้ว่าตัวเองทำผิดกฎหมาย ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ไม่ควรเลือกหลบหนี เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้” ส.ต.อ.พนมรุ้ง กล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและประสานติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับ ส.ต.อ.พนมรุ้ง เป็นตำรวจน้ำดี ได้รับรางวัลยกนิ้วของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และต้องเข้ารับรางวัลตำรวจจราจรดีเด่นของตำรวจนครบาล ในวันที่ 8 ก.ย.2569

