หนุ่มขับรถจากชัยภูมิ มาดูคอนฯ ‘อัสนี-วสันต์’ บัตรอยู่กับตัว ถึงหน้างานกลับถูกแจ้งบัตรถูกสแกนเข้าไปแล้ว เผยกว่าจะได้เข้างาน ได้ฟังเพลงสุดท้ายพอดี
10 ก.ย. 69 – จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เดินทางไปชมคอนเสิร์ตใหญ่ “อัสนี-วสันต์” แต่เมื่อจะสแกนบัตรเพื่อเข้างาน กลับได้รับแจ้งว่าบัตรดังกล่าวมีการสแกนเข้าไปแล้ว ทั้งที่บัตรตัวจริงยังอยู่กับเจ้าของ เมื่อตรวจสอบกับครอบครัวที่อยู่ในงาน พบว่าที่นั่งตามบัตรดังกล่าวยังไม่มีผู้ใครนั่ง ฃ
ล่าสุด นายธีรวุฒิ เจ้าของบัตร เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า ตนมาจาก จ.ชัยภูมิ เพื่อมาชมคอนเสิร์ต โดยก่อนเดินทางได้เตรียมบัตรไว้เป็นอย่างดี บัตรตัวจริงยังอยู่กับตัวตลอด เนื่องจากวันที่ตนซื้อบัตรคอนเสิร์ตจริง ๆ คือวันที่ 2 ก.ย แต่ปรากฏว่าเวทีมีปัญหา จึงต้องมาชมคอนเสิร์ตในวันที่ 9 ก.ย ซึ่งในวันที่ 2 นั้น ก็ยังเข้างานได้ตามปกติ
ตนเดินทางมาประมาณ 4 ชั่วโมง กระทั่งเดินทางมาถึงสถานที่จัดงานในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. จึงนำบัตรไปสแกนเข้างาน แต่กลับได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าบัตรมีการสแกนเข้าไปแล้ว
ตนจึงสงสัยมาก เพราะช่วงเวลาที่มีการระบุว่าบัตรถูกสแกนนั้น ตนยังอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ อีกทั้งบัตรตัวจริงก็ยังอยู่ในความครอบครองของตน ไม่ได้ส่งต่อหรือมอบให้บุคคลอื่น หลักฐานการซื้อก็มีทั้งหมด
นายธีรวุฒิ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้แฟนสาวรวมถึงพ่อแม่ตน เข้าไปภายในงานก่อนแล้ว และสามารถเข้างานได้ปกติ ตนจึงให้คนในครอบครัวช่วยตรวจสอบที่นั่งตามหมายเลขบนบัตร ซึ่งพบว่าที่นั่งดังกล่าวยังว่าง ไม่มีบุคคลอื่นนั่งอยู่
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก่อนแจ้งกลับมาว่ามีประวัติการสแกนบัตรดังกล่าวเข้าไปแล้ว แต่ตนไม่ได้รับหลักฐานหรือข้อมูลที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บัตรถูกสแกนเมื่อใด หรือถูกสแกนจากจุดใด ตนรอให้เจ้าหน้าที่แก้ไขปัญหาอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และผู้ดูแล จนท้ายสุดได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในงานได้ช่วงท้ายคอนเสิร์ต
อย่างไรก็ตาม เมื่อสามารถเข้าไปภายในงานได้ คอนเสิร์ตก็ใกล้จะจบลงแล้ว ทำให้ตนแทบไม่มีโอกาสได้เข้าไปนั่งยังที่นั่งตามบัตร และไม่ได้รับชมการแสดงตามที่ตั้งใจเดินทางมา เพราะว่ามัวแต่ตรวจสอบที่นั่ง
นายธีรวุฒิ ยืนยันว่า สิ่งที่ติดใจไม่ใช่เรื่องที่พลาดชมคอนเสิร์ต เพราะรู้อยู่แล้วว่ามาช้า แต่ตนแค่ไม่อยากเสียสิทธิ์ของตนเอง ซึ่งทำให้ตนสงสัยว่าถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่คอนเสิร์ตเพิ่งจะเริ่ม แล้วเกิดปัญหาแบบนี้ตนก็จะไม่ได้เข้างานใช่หรือไม่ จุดประสงค์หลักของตนคืออยากทราบว่าหากบัตรตัวจริงอยู่กับตน แล้วเหตุใดระบบจึงแสดงว่ามีการสแกนบัตรเข้าไปก่อนหน้านี้ และใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
นายธีรวุฒิ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่เดินทางไปชมคอนเสิร์ตอยู่เป็นประจำ และที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน จึงอยากให้ผู้จัดงานและผู้เกี่ยวข้องนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปตรวจสอบระบบการตรวจบัตรและกระบวนการเข้างาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับผู้ชมรายอื่นในอนาคต