กองระบาดวิทยากรมควบคุมโรคเผยแพร่บันทึกข้อความขอความร่วมมือเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูง

โดยระบุว่า พบโรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ เป็นโรคอุบัติใหม่ที่ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน อาเจียน ท้องเสีย เกล็ดเลือดต่ำ ตับอักเสบ และอาจเกิดภาวะช็อกหรืออวัยวะล้มเหลวหลายระบบได้ มีอัตราเสียชีวิต 10-30%

จากข้อมูลในหลายประเทศ พบว่ามีการแพร่เชื้อจากเห็บที่เป็นพาหะ รวมถึงอาจติดต่อจากสัตว์สู่คน หรือคนสู่คน ผ่านสารคัดหลั่งของผู้ป่วย จากการติดตามสถานการณ์ในประเทศไทย มีการรายงานผู้ปวยโรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่ำ

พบครั้งแรกในปี 2562 และมีรายงานผู้ป่วยล่าสุดในเดือนมิถุนายน ปี2568 จำนวน 2 ราย ปัจจุบันพบผู้ป่วยสะสมรวม 6 ราย กระจายอยู่ใน4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 2 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย นครปฐม 1 ราย และฉะเชิงเทรา 1 ราย

โดยประเทศไทยมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเอื้อ ต่อการติดเชื้อโรค SFTS ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่พันธุ์ของเห็บพาหะ การสัมผัส อย่างใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่อาจมีเห็บพาหะ การนำเข้าสัตว์เลี้ยงที่อาจมีเห็บพาหะจากต่างประเทศ การเดินทาง ไปพื้นที่ที่มีการระบาด ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่

การสัมผัส อย่างใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงที่อาจมีเห็บพาหะ การนำเข้าสัตว์เลี้ยงที่อาจมีเห็บพาหะจากต่างประเทศ การเดินทาง ไปพื้นที่ที่มีการระบาด ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ กองระบาดวิทยา ขอความร่วมมือเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคติดเซื้อไวรัสที่ทำให้เกิด กลุ่มอาการไข้สูงและเกล็ดเลือดต่

โดยมีการให้ข้อมูลเพิ่มว่า เห็บชนิดนี้เกาะกินเลือดสัตว์ได้หลายชนิด เช่น โค กระบือ แกะ แพะ ม้า สุกร สุนัข แมว สัตว์ป่า และสัตว์ฟันแทะ รวมทั้งกัดคนได้เป็นครั้งคราว ประเทศไทยเคยมีรายงานพบเห็บชนิดนี้จากการสำรวจในอุทยานแห่งชาติบางแห่ง แต่ยังไม่มีรายงานที่สรุปชัดเจนว่าเห็บชนิดนี้ตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน