เป็นโพสต์จากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งซึ่งเขียนถึงอาการป่วยของตนเองเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆท่านได้ดูแลสุขภาพซึ่งเริ่มจากเลือดกำเดาออกแต่รุนแรงเพิ่มขึ้นจนต้องแอดมิดและทำให้ความดันตกจนวูบไป
โดยเธอเขียนถึงเรื่องดังกล่าวไว้ว่า “ขออนุญาตโพสไว้เตือนตัวเองในทุกๆปี เพราะคิดว่าป่วยครั้งนี้น่าจะเฉียดตายมากที่สุด
–เมื่อคืนวันอังคารเวลาประมาณ1ทุ่มเดินเข้าห้องครัวก้มหยิบน้ำเเข็งในตู้เย็นพอเงยหน้าขึ้นรู้สึกมีเสียงดังกึ๊กที่จมูกด้านซ้ายแล้วตามด้วยความรู้สึกว่ามีน้ำไหลออกมาเลยเอามือจับดูปรากฎว่าคือเลือด
–เลยวิ่งไปหาสามี บอกสามีว่าตัวเองเค้าเลือดออก สามีก็เอาทิชชู่มาเช็ดมาซับด้วยความที่คิดว่าคือเลือดกำเดาไหล แต่ตัวเราเองรู้ว่าไม่ใช่ เพราะเลือดมันไหลเหมือนเราเปิดก๊อกน้ำเลย ออกทั้งปาก ออกทั้งจมูก
–ตัดสินใจบอกสามีว่าไปโรงบาลเถอะเพราะไม่ใช่เลือดกำเดาปกติธรรมดาแน่ๆ ระหว่างนั้นเลือดก็ไหลไม่หยุด อุดรูจมูกไว้เลือดก็อัดอยู่ข้างในจนหูอื้อหูดับ
–ถึงโรงบาลพยาบาลเอาถุงประคบเย็นโปะหน้าผากไว้เป็นครึ่งชั่วโมงเลือดก็ไม่หยุดไหล กลายเป็นก้อนเลือดและเลือดลิ่มๆไหลออกมาแทน ระหว่างนั้นความดันขึ้นสูงมาก180-190ตลอดเวลาคุณหมอเลยเอาอุปกรณ์อะไรซักอย่างไม่รู้ชื่อเรียกแต่คล้ายๆกับผ้าอนามัยแบบสอดมายัดรูจมูกไว้เพื่อห้ามเลือดผลคือเลือดไม่ไหลออกจมูกแต่ไหลลงคอแทน
–ต่อมาคุณหมอแจ้งว่าคงจะต้องแอดมิดเพราะเลือดออกเยอะมากๆ แต่ในตอนนั้นเหมือนเลือดจะเริ่มไหลน้อยลงก็ได้แอดมิดขึ้นห้องเรียบร้อย
–พอถึงห้องนั่ังซักพักปรากฏว่าเลือดกลับมาไหลอีก ออกปากออกจมูกเหมือนเดิมจนพยาบาลต้องไปตามคุณหมอมาคุณหมอเลยตัดสินใจว่าต้องทำการแพคจมูก
–เราไม่รู้หรอกว่าการแพคจมูกคืออะไรแต่คุณหมอแจ้งว่ามันจะเจ็บ และพยาบาลก็เตรียมเครื่องมือในห้อง บรรยากาศในห้องตอนนั้นเหมือนห้องผ่าตัดย่อมๆเลย พยาบาล4-5คนคุณหมออีก1คน
–คุณหมอเอาเครื่องมือที่ยัดจมูกห้ามเลือดออกเลือดก็พุ่งออกมาทั้งปากทั้งจมูกจนแทบจะกระอักเลือดเลย แล้วคุณหมอก็ใช้อุปกรณ์ถ่างรูจมูกออกแล้วใช้ผ้าคล้ายๆผ้าก็อซยัดเข้าไปในรูจมูก ยัดแบบลึกมากๆจนเรารู้สึกว่าเลือดมันโดนรูดลงมาที่คอเป็นก้อนๆ ขณะนั้นคือเจ็บมากๆเจ็บจนเราคิดว่าเราไม่ไหวแล้วบอกหมอกับพยาบาลว่าไม่ไหวแล้วค่ะ เหมือนจะเป็นลมแล้วค่ะ
–ต่อมาเหมือนจะวูบภาพจะตัด มองอะไรไม่เห็น แขนขาอ่อนแรง ความดันตก มาทราบภายหลังว่าความดันตกเหลือแค่ 80 คุณหมอรีบให้ยาทางสายน้ำเกลือ นอนซักพักก็เหมือนจะรู้สึกตัวและดีขึ้น
–คุณหมอมาแจ้งว่ายังไงคืนนี้ต้องเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการจี้เส้นเลือดที่แตกเพราะเลือดไหลเยอะมากปล่อยไว้คืออันตรายมาก
–เวลาเที่ยงคืนกว่าๆเข้าห้องผ่าตัด คุณหมอเปิดก๊อซที่ยัดไว้ดูคุณหมอแจ้งว่าเหมือนจะห้ามเลือดได้แล้วคุณหมอไม่ทำอะไรแค่จะยัดผ้าก๊อซเพิ่มเเค่นั้น คุณหมอให้เจาะเลือดทุกๆ6ชั่วโมงเพราะฮีโมโกบินในเลือดลดต่ำมาก ตัวเหลืองมากเนื่องจากเสียเลือดเยอะ
–เวลาตีหนึ่งกว่าๆออกจากห้องผ่าตัดมานอนพักใน I.C.U ตั้งแต่เกิดมานี่คือครั้งแรกที่อยู่ I.C.U กลัวมากๆ กลัวตายมากๆ บอกกับตัวเองตลอดเวลาที่เกิดขึ้นว่ายังตายไม่ได้นะ ตอนนี้ลูกยังเล็ก ถ้าตายตอนนี้ลูกยังจำอะไรเกี่ยวกับเราไม่ได้เลยนะ
–การรักษาทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เลือดหยุดไหลความดันดีขึ้นนอนห้องพิเศษ1คืน คุณหมอให้กลับบ้านได้
สรุปอาการที่เป็นคือเส้นเลือดแตกในจมูกซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ไม่ใช่เส้นเลือดฝอยถ้าแตกในสมองก็คงจะสู่ขิตตุยเย่ไม่ได้มานั่งพิมพ์อะไรแบบนี้
สาเหตุคือ ป่วยเป็นหวัดตั้งแต่กลางเดือนที่แล้วและไม่ได้รักษาหรือกินยาจริงจังให้หายขาดปล่อยให้เป็นเรื้อรังติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนทำให้เส้นเลือดในจมูกเปราะ บวกกับความดันสูงเลยทำให้เส้นเลือดแตกและแรงดันในเส้นเลือดก็สูงเลยดันเลือดออกมาไม่หยุด
ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ อยากให้ทุกๆคนดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ อะไรๆเกิดขึ้นได้เสมอทุกเวลาไม่มีการแจ้งเตือนใดๆทั้งสิ้น เป็นแค่นี้ก็ถือว่าตัวเองโชคดีมากๆเเล้ว นึกถึงทีไรก็เสียวสันหลังไม่หาย
สุดท้ายนี้ ขอบคุณคุณหมอคุณพยาบาลทุกคนที่ช่วยดูแลรักษาเป็นอย่างดี ขอบคุณทุกคนในบ้านที่เป็นห่วงและช่วยดูแลลูกๆให้นะคะ ขอบคุณสามีมากๆที่อยู่ดูแลไม่ห่างเลย รักทุกคนนะคะ
ขอEdit เพิ่มเติมจากคำถามที่ถามมาเยอะนะคะตอบเม้นไม่ไหวขอสรุปให้ตรงนี้นะคะ
–นิลรักษาที่โรงบาลบางปะกอก1ค่ะ
–คุณหมอ หฤษฏ์ฐานนท์ จงภิญโญตระกูล เป็นคุณหมอเวรERในคืนนั้นที่ได้ช่วยทำการห้ามเลือดแพคจมูกและไม่ปล่อยอาการเลยค่ะคุณหมอเก่งมากๆเลยค่ะ
–คุณหมอจักรกฤษณ์ กรณโสภณพันธ์ คุณหมอแผนกหู คอ จมูก ที่ขับรถมาห้องผ่าตัดตอนเที่ยงคืนเพื่อดูอาการ ขอบคุณคุณหมอมากๆเลยค่ะ
–คุณหมอรวี สิงห์สถิตย์สุข เป็นคุณหมอประจำตัวรักษาโรคความดันอายุรกรรมของนิลค่ะ
–พยาบาลวอร์ด7น่ารักทุกคนค่ะดูแลตั้งแต่ลูกชายแอดมิด จนแม่มาแอดมิดก็ยังน่ารักเอาใจใส่เหมือนเดิมค่ะ
สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคำอวยพรนะคะ ขอให้ทุกๆท่านมีความสุขปลอดจากโรคภัยเช่นกันนะคะ หวังว่าเรื่องของนิลจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นไม่มากก็น้อยค่ะง