หมอโพสต์เคส ผู้ป่วยหญิง อายุ 64 ปี ปวดกระดูก ทั้งที่ไม่ได้กระแทก ไม่ไอ ไม่เหนื่อย สุดท้ายตรวจพบ มะเร็งปอด เตือนอาการปวดกระดูกที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
วันที่ 15 ก.ย.2569 นพ.ภูรินทร์ ห้าประเสริฐ คลินิกโรคปอดและระบบทางเดินหายใจ ประจำโรงพยาบาลมหาชัย โพสต์เคสผู้ป่วยที่น่าสนใจ ความว่า วันนี้มีเคสอยากเล่า อีกละ มาติดตามกันครับ
“เธอไม่ได้มาหาหมอเพราะไอ…ไม่ได้มาหาหมอเพราะเหนื่อย…แต่เธอมาหาหมอเพราะปวดไหปลาร้าและสุดท้าย เรากลับพบว่าต้นตอของความเจ็บปวดครั้งนี้อยู่ที่ปอด”
ผู้หญิงอายุ 64 ปี มาหาหมอกระดูกด้วยอาการปวด เจ็บ และบวมบริเวณไหปลาร้าข้างขวา กดก็เจ็บ…ขยับก็เจ็บ เป็นมาเพียง 3 วัน และที่สำคัญคือ ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีการกระแทก!
ถ้ามองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดถึงโรคของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ แต่เมื่อซักประวัติเพิ่มเติม กลับพบว่าเธอมีอาการ
- เบื่ออาหาร
- น้ำหนักลด 4 กิโลกรัมใน 1 เดือน
- ไอแห้ง ๆ ต่อเนื่องมา 1 เดือน
เอกซเรย์บริเวณไหปลาร้า พบภาพผิดปกติคล้ายกระดูกถูกทำลาย
คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้น…นี่ไม่ใช่แค่ “ปวดกระดูก” หรือเปล่า? แต่เป็นกระดูกที่กำลังถูกมะเร็งทำลายอยู่หรือไม่?
เมื่อทำ CT scan ช่องอกและช่องท้อง คำตอบเริ่มชัดขึ้น…พบก้อนบริเวณทรวงอกด้านหลังหัวใจ พบต่อมน้ำเหลืองในทรวงอกโตหลายตำแหน่ง พบก้อนที่ต่อมหมวกไตด้านซ้าย
และที่สำคัญ…พบรอยโรคทำลายกระดูกหลายตำแหน่ง ทั้ง
- กระดูกไหปลาร้า
- กระดูกซี่โครง
- กระดูกสันหลัง L2
ภาพทั้งหมดทำให้เราสงสัยอย่างมากว่า
มะเร็งปอดระยะกระจาย ที่กำลังประกาศตัวผ่าน “อาการปวดกระดูก” มะเร็งปอดไม่ได้ทำให้คนไข้มีเพียงไอ ไอเป็นเลือด หรือเหนื่อยหอบเท่านั้น เมื่อโรคกระจายไปยังกระดูก มันสามารถทำให้เกิด
- ปวดกระดูก
- กระดูกถูกทำลาย
- กระดูกหักได้แม้ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ
- บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น กระดูกสันหลังยุบหรือกดทับไขสันหลัง
ดังนั้น…อาการปวดกระดูกที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หากไม่มีอุบัติเหตุร่วมกับน้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ อย่าคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดกระดูกธรรมดา
เพราะบางครั้งสิ่งที่เจ็บอยู่ที่ไหปลาร้า อาจไม่ใช่ต้นเหตุของโรค และสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นเพียง “กระดูกที่ปวด” อาจเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังพยายามบอกเราว่า มีโรคร้ายซ่อนอยู่ที่อื่นมานานแล้ว
สำหรับผู้ป่วยรายนี้ ขั้นตอนต่อไปคือการเก็บชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันชนิดของมะเร็ง และตรวจทางพยาธิวิทยาและโมเลกุล เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพราะปัจจุบันการรักษามะเร็งปอดไม่ได้มีเพียงเคมีบำบัด แต่การเลือกการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งและลักษณะทางโมเลกุลของก้อนมะเร็งด้วย
เคสนี้จึงสอนเราว่า อย่าดูเฉพาะอวัยวะที่คนไข้บอกว่าเจ็บ ต้องมองหาสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง เพราะบางครั้ง “ปอด” อาจเป็นต้นทาง แต่ “กระดูก” กลับเป็นที่แรกที่ส่งสัญญาณให้เรารู้
ที่มา : Phurin Harprasert