ผู้เสียหายเปิดใจ ปมปลาสลิด 1.2 ตัน เผยลงทุนไป 4 แสน จ่ายเองทั้งหมด แต่ไร้ความช่วยเหลือ จนต้องกลับมาสู้เอง ลั่นตอนนี้ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากมูลนิธิดังแล้ว
วันที่ 24 ก.ย.2569 ที่อาคารมาลีนนท์ คุณแอม และคุณดรีม ให้สัมภาษณ์ประเด็นปลาสลิด โดยคุณแอม เล่าว่า เมื่อช่วงเดือนมี.ค.2568 ตนต่อสู้เรื่องที่ดิน 6 ไร่ ที่จ.ตราด กับเจ้าหน้าที่รัฐ จนเริ่มถูกคุกคาม จนวันหนึ่งตนทำมาหากินอยู่ แล้วมีผู้หวังดี บอกว่า เป็นข้าราชการจากหน่วยงานหนึ่งมาตรวจสอบ โดยบอกว่าก็ทำมาหากินก็ดีอยู่แล้ว จะไปยุ่งเรื่องที่ดินทำไม ให้ถอนตัวออกมา หลังจากนั้นตนไม่ได้ถอนตัว แต่ดันไปเจอเหล็กในหมู จึงมองว่าไม่ปกติ ก่อนตัดสินใจทักไปขอความช่วยเหลือจากเพจมูลนิธิฯดัง ครั้งแรกไม่ได้รับการตอบรับ แต่หลังจากนั้นเรื่องที่ดินเริ่มมีผู้เสียหายมากขึ้น และเริ่มมีหลักฐานมากขึ้น จึงตัดสินใจทักไปทางเพจมูลนิธิฯดังอีกครั้ง ซึ่งครั้งมีการติดต่อกลับมาผ่านข้อความ
คุณแอม เล่าว่า หลังจากนั้นทีมงานของมูลนิธิฯดังโทรมาหาและถามว่า เรื่องร้อนเลยใช่ไหม ตนบอกร้อน ทีมงานจึงต่อรองจากตอนแรกที่ตนเสนอช่วยปลาสลิด 30 กิโล
คุณดรีม กล่าวเสริมว่า ทีมงานบอกว่า 30 กิโลน้อย ถ้าจะนำเรื่องเรียนผู้ใหญ่ การมอบของจำนวนน้อย อาจทำให้เรื่องไม่ถึง จึงขอเสนอปรับเป็น 1.2 ตัน ก่อนได้ตอบตกลง แต่เน้นย้ำว่าขอให้ช่วยพวกตนและประชาชนคนอื่นที่เดือดร้อนด้วย โดยมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ทั้งค่าปลาสด ปลาแห้ง การแปรรูป ทอด แพ็กและการขนส่ง รวมเป็นเงิน 400,000 กว่าบาท ซึ่งตนต้องสำรองจ่ายเองทั้งหมด
คุณดรีม บอกอีกว่า หลังจากเสร็จขั้นตอนการแพ็กของแล้ว ตนต้องเป็นคนนำปลาไปส่งเอง ซึ่งได้ไปส่งที่ตลาด อตก. ใกล้กับตึก สตง.ตามที่ทีมงานแจ้ง ตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่มารับของและลงของในพื้นที่ด้านใน โดยเห็นเพียงว่ารถติดและมีของจำนวนมากจึงรีบลงของและขอถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก สำหรับการทำบุญ ไม่คาดคิดว่าวันนึงจะกลายเป็นประเด็น
ผู้เสียหายทั้งสองบอกว่า แต่หลังจากที่นำปลาไปส่งแล้ว เรื่องกลับเงียบหาย ตนทักติดต่อไปก็ไม่ได้รับการตอบรับ ไม่ได้รับการช่วยเหลือตามที่หวังไว้ ทำให้ต้องกลับมาสู้ด้วยตัวเองเหมือนเดิม
“4 แสนนี้จะคิดว่าขาดทุนไม่ได้ แต่มองว่าเป็นการลงทุนและหวังกำไร แต่แค่ไม่ได้กำไรนั้นกลับมา” ดรีมกล่าว
“ตลอดระยะเวลาที่มีการติดต่อกับทางมูลนิธิฯดัง ไม่เคยได้พูดคุยกับบุคคลดังกล่าว มีเพียงแต่พูดคุยกับทีมงานของเขาเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าเพจที่ทักไปนั้นเป็นเพจจริง”
สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจติดต่อมูลนิธิฯดังไป เพราะประชาชนส่วนใหญ่บอกว่า เวลามีปัญหาไปถึงมูลนิธิดังกล่าว และที่ผ่านมาเห็นว่าเขาลงพื้นที่จริง ลงไปหาหน่วยงานจริง เห็นชอบบุกชอบลุย จึงมองว่าต้องเป็นคนแบบนี้ที่จะสู้ไปกับเราได้ และต้องการคนแบบนี้มาช่วย แต่กลับเงียบหาย และหลังเป็นประเด็นเขาก็เงียบหายเช่นเดิม
“หลังจากนี้หากทางมูลนิธิจะติดต่อมาให้การช่วยเหลือตน ไม่ต้องการแล้ว จริงๆ ไม่ต้องการตั้งแต่ที่เขาไม่ตอบกลับมาแล้ว พอได้มาเจอกับคุณปอง ทีมงานของ ดร.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ ที่ให้การเข้าช่วยเหลือทันที หลังจากติดต่อนัดหมายเพียงวันเดียว โดยพาไปดำเนินเรื่องตามหน่วยงานต่างๆ โดยไม่ต้องรอแสงไม่ต้องมีกล้องติดตาม”
คุณดรีม พูดเสริมอีกว่า ตนไม่ได้ต้องการเงินบริจาค นม แพมเพิร์ส แต่ต้องการความยุติธรรม ความถูกต้อง และการเยียวยาจากสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่เดินเรื่อง ตนต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่าเดินทางไปหลายจังหวัด ทั้งที่ จ.ตราด จันทบุรี สมุทรสาคร และกรุงเทพฯ จนเงินเก็บหมดตัว ถึงขั้นต้องกู้หนี้ยืมสิน มากกว่านั้นเคยมีความคิดท้อแท้ถึงขั้นจะจบชีวิต
ด้าน นายพงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ ทีมงานธนกฤต จิตอาสา ระบุว่า คุณธนกฤตเคยช่วยเหลือเคสนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน ในสมัยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีฯ เมื่อทราบว่าผู้เสียหายกำลังเดือดร้อนหนักและอาจคิดสั้น จึงรีบเข้าประสานงานทันที โดยเน้นย้ำเรื่องการมีสติและเตือนว่าชีวิตมีค่า
สำหรับความคืบหน้าทางคดีที่ดิน ขณะนี้ผลการชี้มูลความผิดของเจ้าหน้าที่ออกแล้ว แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับการเยียวยา ตนจึงได้นำเรื่องไปยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ทบทวน รวมถึงยื่นเรื่องขอคุ้มครองพยานกับกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากผู้เสียหายถูกข่มขู่คุกคามจนไม่สามารถเปิดร้านหมูกระทะได้ และเตรียมจะดำเนินคดีต่อศาลปกครอง เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ต่อไป