เปิดตำนาน 45 ปี สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ จากแลนด์มาร์กความสุข สู่มรสุมน้ำท่วมใหญ่ เดิมพันขาย 1 หมื่นล้าน

สไลเดอร์สายรุ้ง 7 สี ทะเลเทียมที่สร้างคลื่นซัดหัวใจคนไทยมาหลายรุ่น และเสียงกรีดร้องปนเสียงหัวเราะที่ดังก้องทุ่งคันนายาวมากว่า 45 ปี กำลังตกอยู่ใต้ความเงียบงันที่น่าใจหายที่สุดในประวัติศาสตร์

ใครเล่าจะคิดว่า อาณาจักรความสุขที่เคยท้าทายทุกความฝัน จะต้องมาสยบยอมให้กับมวลน้ำนิ่งสนิทเพียง 5 วัน ที่กลืนกินทุกสิ่งจนจมดิ่ง และบีบให้ผู้ให้กำเนิดต้องเอ่ยคำว่า ‘ขาย 10,000 ล้านบาท ยกเครื่องเล่นให้ฟรี’

ทว่าก่อนจะถึงมรสุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากหยาดเหงื่อของชายคนหนึ่ง ที่เคยถูกปรามาสว่าคิดเพ้อเจ้อ เพียงเพราะอยากยกทะเลมาไว้กลางเมืองหลวง

ย้อนกลับไปในปี 2518 พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ แถบคันนายาวและมีนบุรีในเวลานั้น ยังไม่มีแม้แต่ถนนลาดยาง มีเพียงทุ่งนาเวิ้งว้างสุดสายตา ไฟฟ้าและน้ำประปายังเข้าไม่ถึง ยุคที่ใครอยากสัมผัสเกลียวคลื่นต้องนั่งรถประจำทางฝ่าถนนลูกรังหลายชั่วโมงไปถึงชลบุรี

แต่ ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้มีสายตากว้างไกลแห่งบริษัท อมรพันธุ์นคร จำกัด กลับมองเห็นภาพอนาคตที่ต่างออกไป เขาตัดสินใจรวบรวมที่ดินแปลงใหญ่กว่า 1,300 ไร่ วางผัง 1,000 ไร่ เพื่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรรองรับการเติบโตของเมือง

ยอมเฉือนผืนดินทำเลทองกว่า 300 ไร่ ขุดดินนับแสนคิว เทคอนกรีต วางระบบปั๊มคลื่นกลไก และนำเข้าท่อสไลเดอร์ไฟเบอร์กลาสจากต่างประเทศ เพื่อสร้างสวนน้ำและสวนสนุกระดับมาตรฐานสากล จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2523 บริษัท อมรพันธุ์นคร สวนสยาม จำกัด จึงก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2523 ประตูยักษ์เปิดต้อนรับผู้คนเป็นวันแรกภายใต้ชื่อ สวนสยาม ทะเลกรุงเทพฯ พร้อมท่อนสโลแกนอมตะที่กลายเป็นภาพจำของคนทั้งประเทศ “สวนสยาม โลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม”

วันนั้นถนนรามอินทรามุ่งหน้ามีนบุรีเผชิญปรากฏการณ์รถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร ผู้คนทั่วสารทิศต่างหอบเสื่อ หิ้วปิ่นโต พาลูกหลานมาสัมผัสทะเลเทียมแห่งแรกของภูมิภาค

ไฮไลต์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ คือ สระน้ำจำลองคลื่นธรรมชาติขนาดมหึมาที่ปูพื้นลาดเอียงเสมือนหาดทรายจริง เคียงคู่กับ สไลเดอร์ยักษ์ 7 สี สีรุ้งสูงชันเทียบเท่าตึก 7 ชั้น ซึ่งเคยครองสถิติความสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รวมถึง ซูเปอร์สไปรัล สไลเดอร์ท่อเกลียวคดเคี้ยว และเครื่องเล่นมาตรฐานสากลยุคแรกเริ่มร่วม 30 ชนิด ทั้งม้าหมุนสองชั้น ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ เรือมังกรสองหัว รถไฟเหาะตีลังกา และล่องแก่งขอนไม้

ตลอดทศวรรษ 2530–2540 สวนสยามทำหน้าที่เป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แต่กลายเป็น พิพิธภัณฑ์ชีวิต และอุทยานอเนกประสงค์เพื่อการเรียนรู้และสังคมของคนไทย เป็นหมุดหมายอันดับหนึ่งของรถบัสทัศนศึกษาจากโรงเรียนทั่วประเทศที่พาเด็กต่างจังหวัดมาเห็นทะเลครั้งแรก

มีอาคารค่ายพักแรม ฐานผจญภัยสะพานเชือก และลานกิจกรรมรอบกองไฟที่รองรับเด็กนักเรียนในวิชาลูกเสือ – เนตรนารีนับล้านคน ขณะเดียวกันยังแต่งแต้มจินตนาการด้วยโซนผจญภัยยอดฮิตอย่าง

ท่องป่าไดโนเสาร์ที่นั่งรถจี๊ปและล่องเรือชมสัตว์ดึกดำบรรพ์ขยับได้ขนาดเท่าจริง และ ไซ แอม ทาวเวอร์ หอคอยหมุนชมวิวปรับอากาศ 360 องศา สูง 109 เมตร ที่เคยสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ยังเป็นสะพานวัฒนธรรมนำการแสดงระดับโลกมาให้คนไทยได้สัมผัสในราคาย่อมเยา ทั้งสเก็ตน้ำแข็ง Hot Ice จากอังกฤษ , มายากล Cyber Magic จากสหรัฐอเมริกา , ละครสัตว์รัสเซีย ตลอดจนเทศกาลหุ่นโคมไฟยักษ์จากจีน

ก้าวเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2550 สวนสยามทุ่มงบลงทุนครั้งมโหฬารกว่า 3,000 ล้านบาท สั่งนำเข้าเครื่องเล่นเอ็กซ์ตรีมระดับโลกจากยุโรป Vortex 1 ใน 2 รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านแบบห้อยขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนั้น หอคอยดิ่งพสุธาสูง 75 เมตร พร้อมรีแบรนด์เป็น สยามพาร์คซิตี้

จนกระทั่งในปี 2552 ได้รับการบันทึกจาก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส อย่างเป็นทางการว่าเป็น ทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดพื้นที่ผืนน้ำกว้างใหญ่ถึง 13,600 ตารางเมตร คว้าเตอร์รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 12 สวนสนุกที่ดีที่สุดของเอเชีย ก่

อนจะยกระดับสู่ สยามอะเมซิ่งพาร์คแบ่งเป็น 6 โซนความสนุก พร้อมโครงการ Bangkok World ภายใต้แนวคิด Everyday is Amazing ที่จำลองสถาปัตยกรรมพระนครยุคคลาสสิก ทั้งศาลาเฉลิมกรุง ประตูแพร่งภูธร และเยาวราช เพื่อเป็นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับนานาชาติ

ทว่า ในวันที่สวนสนุกกำลังเตรียมฉลองหมุดหมายครึ่งศตวรรษ ธรรมชาติกลับเหวี่ยงหมัดฮุกที่ไร้ความปรานี มวลน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมขังพื้นที่ยาวนานถึง 5 วัน น้ำที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเย็นฉ่ำและความสุข กลับกลายเป็นฝันร้ายที่กลืนกินระบบกลไก หัวใจไฟฟ้า และแผงวงจรของเครื่องเล่นทุกชิ้นจนเสียหายแทบ 100%

เสียงหัวเราะถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงัด ตัวเลขความเสียหายพุ่งแตะ 300 ถึง 500 ล้านบาทในพริบตา สวนสนุกต้องปิดตัวลงอย่างไม่มีกำหนดอย่างน้อยครึ่งปีเพื่อรื้อระบบความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด

แต่บาดแผลที่บาดลึกยิ่งกว่าความเสียหายทางกายภาพ คือกำแพงเงื่อนไขของระบบประกันภัย ที่เคาะตัวเลขชดเชยเบื้องต้นออกมาได้เพียงครั้งละไม่เกิน 5 ล้านบาท หยดน้ำเล็กๆ ที่เทียบไม่ได้เลยกับมหาสมุทรแห่งค่าซ่อมแซมที่รออยู่ข้างหน้า ความเหนื่อยล้าสะสมและการต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวทำให้ชายวัยเกษียณผู้สร้างตำนาน ตัดสินใจวางเดิมพันครั้งประวัติศาสตร์ ประกาศขายที่ดิน 10,000 ล้านบาท พร้อมยกเครื่องเล่นทั้งหมดให้ฟรี

ทว่าท่ามกลางตัวเลขหลักหมื่นล้าน เงื่อนไขที่ดังชัดที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นหัวใจของผู้ก่อตั้ง “ใครที่จะมารับไม้ต่อ ต้องสัญญาว่าจะดูแลพนักงานทุกคนต่อไป”

วันนี้สวนสยามไม่ได้ยืนอยู่แค่ตรงทางแยกของการซ่อมแซมเพื่อเปิดใหม่ แต่มันคือก้าวข้ามผ่านยุคสมัยของแลนด์มาร์กความสุขที่หล่อเลี้ยงคนไทยมากว่า 4 ทศวรรษ

ไม่ว่าตอนต่อไปของเรื่องนี้จะจบลงด้วยการคืนชีพของคลื่นยักษ์ หรือการส่งมอบให้มือใหม่มาสานฝันต่อ

แต่ตำนานของทะเลเทียมกลางทุ่งนา จะยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่กล้าหาญและน่าจดจำที่สุดของเมืองไทยอย่างไม่มีวันจางหาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน