เตือน 5 พฤติกรรม รบกวนการพักผ่อน ไม่ควรทำก่อนเข้านอน ปรับแล้วช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น ไม่ตื่นกลางดึก ตื่นเช้ามาสดชื่น

อาการนอนไม่หลับสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ หลับยาก ตื่นกลางดึก นอนหลับไม่สนิท ตื่นมาแล้วรู้สึกงัวเงียไม่สดชื่น รวมถึงอารมณ์แปรปรวนในระหว่างวัน ซึ่งอาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้

หลายครั้งเมื่อเกิดปัญหาการนอน เราอาจเผลอคิดว่าสาเหตุมาจากร่างกายหรือปัจจัยภายนอก โดยมองข้ามพฤติกรรมของตัวเองที่ทำเป็นประจำก่อนเข้านอน ทั้งที่บางพฤติกรรมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ร่างกายยังคงตื่นตัวและไม่พร้อมเข้าสู่ช่วงพักผ่อน ส่งผลให้หลับยากหรือตื่นขึ้นมากลางดึกโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น ก่อนจะมองหาสาเหตุจากสิ่งรอบตัว ลองหันกลับมาสังเกตพฤติกรรมของตัวเองในช่วงก่อนเข้านอนว่า มีอะไรที่กำลังรบกวนการพักผ่อนอยู่หรือไม่ เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับการนอนได้ดียิ่งขึ้น

แล้วพฤติกรรมอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนเข้านอน เพราะอาจทำให้ร่างกายตื่นตัว ตาสว่าง และส่งผลต่อคุณภาพการนอน เราจะพาไปดูกัน เพื่อให้ทุกคนได้กลับมาใส่ใจการพักผ่อน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนอนหลับอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

5 พฤติกรรมไม่ควรทำก่อนนอน

  1. ก่อนนอนควรงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะคาเฟอีนมีผลโดยตรงต่อการนอนไม่หลับ คาเฟอีนจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้มีการตื่นตัว จะทำให้นอนหลับยาก หลับไม่สนิท
  2. เล่นมือถือหรือดูทีวีก่อนเข้านอน การเล่นมือถือและการดูทีวีก่อนเข้านอนนั้น ถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมบนเตียงนอนของหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นการเสพข่าวที่น่าตื่นเต้น การดูหนังหรือซีรีส์ ระทึกขวัญ ส่งผลให้ร่างกายตื่นตัว ชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติ มีอาการตาสว่าง อยากจะดูหรือเสพสื่อต่อ สามารถแก้ไขได้โดยการลดระยะเวลาในการเล่นมือถือ ก่อนเข้านอน หรือไม่นำมือถือ และแท็บเล็ตขึ้นมาเล่นบนเตียงนอน
  3. ออกกำลังกายหนักๆ ก่อนเข้านอน การออกกำลังกายหนักๆ เช่น การวิ่งเร็ว เล่นเวทเทรนนิ่ง การเต้นแอโรบิกแรง ๆ จะส่งผลทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น ร่างกายตื่นตัว ทางที่ดีแล้วควรลองปรับเปลี่ยนเวลาออกกำลังกายให้ไวขึ้น หรือลองออกกำลังกายในรูปแบบอื่นๆ เช่น โยคะ ไทชิ ชี่กง ก็ได้ หรือใช้เวลาในการวอร์มดาวน์ภายหลังการออกกำลังกายให้มากขึ้นกว่าเดิม
  4. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาการมื้อหนัก หรืออาหารที่ย่อยยากก่อนนอน 4 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายจะต้องทำงานหนักในการย่อยอาหารเหล่านี้ในขณะที่เรานอนหลับ ทำให้หลับไม่สนิท อาจมีอาการแน่นท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย
  5. การอ่านหรือการดูเรื่องสยองขวัญและระทึกขวัญ จะทำให้ร่างกายและสมองของเราเกิดความตื่นเต้นและลุ้นไปกับหนังที่เราดู ส่งผลให้ระดับอะดรีนาลีน ในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น การทำงานของร่างกายตื่นตัวอย่างเต็มที่ หัวใจบีบตัวมากขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น ความดันเลือดสูงขึ้น จนส่งผลให้เกิดอาการตาค้างหรือนอนไม่หลับได้

ที่มาข้อมูล : h8clinic , medparkhospital , nksleepcare

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน