หน้าแรก
อาชญากรรม ทุกทิศทั่วไทย
ประเด็นร้อน วิเคราะห์การเมือง
เกาะติดกระแสหุ้นและการเงิน อสังหาฯ
รอบโลก นิวส์มอนิเตอร์ ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวโควิด-19
เด่นออนไลน์
ละคร
หวย
กีฬาต่างประเทศ ไทยลีก เกมส์ - อีสปอร์ต ONE CHAMPIONSHIP
คลิปฮอต
บิวตี้ Food & Cafe ท่องเที่ยว ไอที-สมาร์ทโฟน
Smart Sustain
วงล้อเศรษฐกิจ ทิ้งหมัดเข้ามุม ชกไม่มีมุม วิทยาการ คอลัมน์พระเครื่อง ข่าวสดทีวีไกด์ รถยนต์ ความรู้ทั่วไป รำลึก-อาลัย
Khaosod Chinese

นิวยอร์ก ประกาศภาวะฉุกเฉิน โรคหัด หลังยอดระบาดพุ่ง เช็กอาการเสี่ยง ต้องระวัง

7 ต.ค. 2569 - 16:15 น.

นิวยอร์ก ประกาศสภาวะฉุกเฉิน “โรคหัด” หลังยอดระบาดพุ่ง มีผู้เสียชีวิตแล้ว เผยอาการเสี่ยง ต้องระวัง! แนะแนวทางป้องกัน

นิวยอร์ก รัฐนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา ประกาศสภาวะฉุกเฉิน จากภัยพิบัติหลังเผชิญการระบาดของ “โรคหัด” โดยทางรัฐได้ขยายขอบเขตบุคลากรทางการแพทย์ สามารถให้วัคซีนป้องกัน โรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น

รูปภาพประกอบ

ขณะเดียวกันยอดผู้ป่วยในพื้นที่ยังคงเพิ่มสูง ซึ่งจากการตรวจสอบ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2026 พบผู้ป่วยโรคหัดกว่า 108 ราย ซึ่ง 92 รายตรวจเจอเชื้อโรคหัดตั้งแต่วันที่ 15 กรกฏาคม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีอัตตราการได้รับวัคซีนต่ำ

ทางสำนักงานผู้ว่าการรัฐระบุว่า มีผู้ติดเชื้ออยู่ในนครนิวยอร์ก 7 ราย และอยู่ในพื้นนอกนครนิวยอร์กอีก 101 ราย อย่างไรก็ตาม หน่วยงานสาธารณสุขในท้องถิ่นต่างๆ ได้ให้วัคซีนไปแล้วกว่า 1,000 โดสในพื้นที่ชนบท นับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม

การออกคำสั่งฉุกเฉินดังกล่าว มีผลพวงมาจากสถานการณ์การระบาด ในรัฐเพนซิลวิเนียที่อยู่ใกล้เคียงกับนิวยอร์ก โดยล่าสุดมีผู้ติดเชื้อในรัฐเพนซิลวิเนียกว่า 1,004 ราย และเสียชีวิตแล้ว 5 ราย

governor.ny.gov

โรคหัด คืออะไร คนไทยควรกังวลไหม?

โรคหัด คือ หนึ่งในไข้ออกผื่นที่เกิดจากเชื้อไวรัส measles virus มักพบในเด็กเล็ก แต่ก็สามารถพบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้เช่นกัน โรคหัดติดต่อกันได้ง่ายผ่านทางเดินหายใจ อย่างการไอ จาม เชื้อไวรัสสามารถอยู่ในอากาศได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง

ผู้ที่สัมผัสเชื้อและยังไม่มีภูมิคุ้มกันมีโอกาสติดโรคหัดได้ถึงร้อยละ 90 ซึ่งผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ถึง 4 วันก่อนผื่นเริ่มขึ้น และหลังผื่นขึ้น โดยในผู้ป่วยบางคนโรคอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และนำไปสู่การเสียชีวิตได้

รูปภาพประกอบ

อาการที่ควรสังเกต
โรคหัด มีระยะของการฝักตัวอยู่ที่ 7-14 วันหลังจากรับเชื้อ และจะเริ่มมีอาการต่างๆ ตามมา ดังนี้

ระยะแรก ผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้สูง เพลีย มีอาการไออย่างหนัก ตาแดง อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นก่อน 2-4 วัน หลังจากนั้นในบางคนอาจมีผื่นขึ้นและอาจพบผื่นสีขาวๆในกระพุ้งแก้ม เรียกว่า Koplik spot ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่พบในโรคหัด

ระยะที่สอง คือ ระยะผื่น 3-5 วัน จะมีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย โดยเริ่มขึ้นที่(ศีรษะ)ก่อนจะกระจายไปตามลำตัวแขน-ขา ต่อมาจะเปลี่ยนสีเป็นสีคล้ำอยู่รวมกันเป็นปื้น ขณะเดียวกันผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ไออย่างหนัก ตาแดง ต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย หากผ่านช่วงนี้ไปไข้จึงจะลดลง แต่อาการไอและผื่นจะยังคงเหลืออยู่ต่อไปประมาณ 1-2 สัปดาห์

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ คือ ภาวะปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ ถ่ายเหลว สมองอักเสบ รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และภาวะถ่ายเหลว ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุด

ผู้ที่มีโอกาสพบภาวะแทรกซ้อนมากที่สุด ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อย่างผู้ที่รับประทานยากดภูมิ ได้รับเคมีบำบัดอยู่ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ เด็กอายุน้อย โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 1 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ

รูปภาพประกอบ

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาที่แน่นอน สามารถรักษาได้ตามภาวะอาการของผู้ป่วย โดยแพทย์อาจให้ยาลดไข้ ทานอาหารที่มีสารอาหารเพียงพอ และพิจารณาให้วิตามินเอหรืออาหารเสริมให้ผู้ป่วย ซึ่งช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และลดอัตราการเสียชีวิตได้

แนวทางป้องกัน

โรคหัดสามารถแพร่เชื้อจากอีกคนไปสู่อีกคนได้ง่าย ดังนั้น หากพบผู้ป่วยที่มีอาการน่าสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคหัด ควรโทรแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ทราบทันที เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์และการแพร่กระจายของเชื้อ

ที่มา : rama.mahidol.ac.th

อ่านข่าวเพิ่มเติม : บังกลาเทศอ่วม “หัดระบาด” เดือนกว่าเด็กเสียชีวิตพุ่ง 200 ราย-ติดเชื้อ 2.8 หมื่นคน


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่

นิวยอร์ก ประกาศภาวะฉุกเฉิน โรคหัด หลังยอดระบาดพุ่ง เช็กอาการเสี่ยง ต้องระวัง