มนุษย์ออฟฟิศ ต้องรู้! เผยสาเหตุ ทำงานแล้วปวดหลังบ่อยๆ เกิดจาก 5 พฤติกรรมเหล่านี้ ชี้ ปรับแล้วช่วยลดอาการ-ลดเสี่ยงปวดหลังเรื้อรังได้

คนวัยทำงาน โดยเฉพาะชาวออฟฟิศ หรือต้องใช้แรงเยอะๆ ในทำงานมักจะมีอาการปวดหลังตามมา แล้วชอบคิดว่าการปวดหลังเป็นอาการปกติที่ไม่รุนแรง เนื่องจากเข้าใจผิดคิดไปเองว่า สาเหตุนั้นมาจากการนั่งทำงานนานๆ ทำงานหนัก ใช้แรงเยอะ หรือพักผ่อนน้อย

แต่ความจริงแล้วสาเหตุของการปวดหลังมีที่มามากกว่านั้น และหากทำพฤติกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ อาการก็จะสะสมไปเรื่อยๆ จากสถิติพบว่า กว่า 80% ของคนวัยทำงานจะมีอาการปวดหลังอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิตของคนยุคนี้เลยทีเดียว

อาการปวดหลังสามารถเกิดได้จากปัญหาเชิงโครงสร้างหรือกลไกของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อรอบหลัง

ส่วนอาการปวดหลังส่วนล่าง เป็นอาการปวดบริเวณหลังส่วนเอว บางครั้งมีอาการปวดบริเวณสะโพกหรือก้นร่วมด้วย สาเหตุหลัก ๆ อาจเกิดจากการบาดเจ็บเนื้อเยื่อบริเวณขอบล่างของซี่โครงถึงกระเบนเหน็บ เช่น กล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ หมอนรองกระดูกสันหลัง และข้อต่อกระดูกสันหลัง อาการปวดอาจลามไปที่สะโพก ต้นขาด้านหลังและน่องได้

รวมถึงพฤติกรรมที่คนวัยทำงานมักทำเป็นประจำ เช่น ทำให้ร่างกายอยู่ในท่าซ้ำๆ หรือท่าที่กดร่างกายมากเกินไปก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อาการปวดหลังเกิดขึ้นหรือเป็นเรื้อรังได้

สาเหตุที่คนวัยทำงานมีอาการปวดหลังบ่อยนั้น เพราะการนั่งทำงานหลายชั่วโมงเป็นเวลานาน การนั่งทำงานในท่าที่ไม่ถูกต้อง และนั่งอยู่ท่าเดิมโดยไม่ขยับตัวเป็นเวลานาน ทำให้มแรงกดต่อหลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อหลัง และข้อต่อต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนทำงานไม่สามารถเปลี่ยนท่าทางหรือหยุดพักได้บ่อยครั้ง นอกจากนี้ หากโต๊ะ เก้าอี้ จอคอมพิวเตอร์ หรือคีย์บอร์ดจัดวางไม่เหมาะกับศีรษะ ก็อาจทำให้ร่างกายต้องชดเชยด้วยท่าฝืนธรรมชาติ เช่น ไหล่ยก คอยื่น หลังค่อม หรือบิดเอวข้างเดิมซ้ำๆ ซึ่งล้วนทำให้กล้ามเนื้อและแนวกระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้น

เช็ก 5 พฤติกรรม ทำให้เกิดอาการปวดหลัง

  1. ไม่นั่งไขว่ห้างเป็นเวลานานๆ เพราะการนั่งไขว่ห้างทำให้หลังและกระดูกสันหลังงอหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง รวมถึงทำให้สะโพกข้างหนึ่งยกขึ้น ส่งผลให้ปวดหลังได้
  2. ไม่นั่งหลังค่อม ไหล่งอ เพราะการนั่งหลังค่อม ไหล่ห่อเป็นนานๆ นอกจากจะปวดไหล่และสะบักแล้ว อาจส่งผลไปถึงหลัง กลายเป็นความปวดไปทั่วร่างกาย
  3. ยกของหนักผิดวิธีแบบก้มหลังงอ เพราะส่วนใหญ่เราจะโน้มตัวไปข้างหน้าโดยใช้แรงจากหลังทั้งหมด ซึ่งเท่ากับว่ากระดูกสันหลังส่วนล่างต้องรับน้ำหนักของทั้งลำตัวและของที่ยก
  4. อย่ารับโทรศัพท์ด้วยไหล่ เพราะการยกไหล่เพื่อหนีบโทรศัพท์ ขณะที่ต้องใช้มือพิมพ์งานไปด้วยทำให้เกิดการเกร็งบริเวณไหล่และคอ ส่งผลให้กระดูกสันหลังผิดรูป หากทำเป็นเวลานานหรือบ่อยๆ อาจทำให้ปวดหลังได้เช่นกัน
  5. นั่งไม่เต็มก้น หรือเอนไปข้างหน้าเกินไป เพราะการยื่นหน้าใกล้จอคอมพิวเตอร์มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดไปยังกระดูกสันหลังโดยไม่รู้ตัว ซึ่งแรงกดเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นถึง 4.5 กิโลกรัมต่อระยะ 1 นิ้วที่ใบหน้าของเรายื่นออกไป

อย่างไรก็ตาม หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการปวดหลังยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดเรื้อรัง ปวดร้าว ชา หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม เพราะการวินิจฉัยที่ตรงจุดจะช่วยให้รักษาได้ถูกทางและลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรังในอนาคต

ที่มาข้อมูล : phyathai, samitivejhospitals, zenista, mahidol, doctorkeng

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน