ใครเป็นสายน้ำหวาน ต้องระวัง! ชานมไข่มุก เมนูยอดฮิตอันตรายกว่าที่คิด กินทุกวันเสี่ยงเป็น 5 โรคนี้แบบไม่รู้ตัว แนะวิธีกินยังไงให้ความสุข ลดเกิดโรค
‘ชานมไข่มุก’ เมนูเครื่องดื่มยอดฮิตที่หลายคนรู้จัก ด้วยรสชาติหวาน หอม กลมกล่อมแถมยังมีไข่มุก ทำให้ดื่มเพลินในช่วงเวลาที่ขาดน้ำตาล หรือช่วยคลายความเครียด แต่คุณรู้หรือไม่ เมนูสุดแสนอร่อยนี้แฝงด้วยการเสี่ยงเกิดโรคมากมายโดยที่เราไม่รู้ตัว
การดื่มชานมไข่มุก 1 แก้วนั้นจะได้รับพลังงานค่อนข้างสูง เทียบเท่ากับพลังงานจากการรับประทาน อาหารปกติ 1 มื้อ และสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง คือ น้้าตาลที่ใส่ในชานมและไข่มุก ถือเป็นพลังงานสูญเปล่า (Empty Calories) เพราะได้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว โดยไม่มีสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ผลการศึกษาระบุว่า การได้รับน้้าตาลในปริมาณมากๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้้าตาล และระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงขึ้นได้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ครีมเทียมที่ใส่ลงในชานมส่วนใหญ่ผลิตจากไขมันปาล์ม ซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวค่อนข้างสูง ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเช่นเดียวกัน
ตัวการทำให้ที่เกิดโรค
1.น้ำตาล : ร่างกายคนเราต้องการน้ำตาลเพียงไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม โดยปริมาณการบริโภคน้ำตาลนั้นแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย ทั้งนี้คนไทยมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้นเรื่อย ๆ หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป จะเกิดการสะสมและเป็นพลังงานส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการ ซึ่งชานมไข่มุก 1 แก้วมีน้ำตาลสูงมาก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8-11 ช้อนชา (หรือราว 32 – 44 กรัม) ยังไม่รวมถึงน้ำตาลที่อยู่ในส่วนผสมของไข่มุก
2.ไขมันทรานส์ : ส่วนผสมหลักของชานม เช่น ครีมเทียม นมข้นหวาน ที่อันตราย สะสมง่าย ทำให้ไขมันแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ตับได้เร็วแบบไม่ทันตั้งตัว
3.ชา : ส่วนผสมของชา เนื่องจากชานั้นมีสารที่เรียกว่า ออกซาเลต (Oxalate) หากรับประทานเป็นประจำทุกวันในปริมาณมาก ออกซาเลตจะตกผลึกสะสมในไตและกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เป็นนิ่ว นอกจากนี้ยังยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุหลายชนิดในกระแสเลือดอีกด้วย
หากดื่มชานมไข่มุกในปริมาณ เสี่ยงเกิดโรค ดังนี้
1.โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพราะชานมไข่มุก 1 แก้ว อาจมีน้ำตาลมากถึง 8-11 ช้อนชา การได้รับน้ำตาลเกินทุกวันจะทำให้ร่างกายต้านทานต่ออินซูลิน จนนำไปสู่ภาวะเบาหวาน งานวิจัยพบว่า การบริโภคน้ำตาลในเครื่องดื่มทุกวัน เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานสูงถึง 26%
2.ไขมันพอกตับ น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินจากไข่มุกจะถูกแปรรูปเป็นไขมันและสะสมในตับ ส่งผลให้ตับทำงานหนัก เสี่ยงเป็นไขมันพอกตับโดยไม่รู้ตัว แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยก็ตาม
3.โรคอ้วน พลังงานเฉลี่ยของชานมไข่มุก 1 แก้วอยู่ที่ 300-500 แคลอรี หากกินทุกวันโดยไม่ออกกำลังกายจะทำให้พลังงานเกินอย่างรวดเร็ว และไขมันสะสมตามหน้าท้อง สะโพก ต้นขา อ้วนลงพุง โดยซึ่งโรคอ้วน คือ จุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังหลายชนิด
4.โรคหลอดเลือดหัวใจ ครีมเทียมที่ใช้ผสมชานมไข่มุกอาจมีไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวสูง ไขมันเหล่านี้จะเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และลดคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจวายหรือเส้นเลือดตีบ
5.โรคมะเร็ง บางรายงานพบว่า ไข่มุกหรือตัวแก้วพลาสติกอาจปนเปื้อนสารเคมี ซึ่งเป็นสารรบกวนฮอร์โมนและอาจเป็นสารก่อมะเร็ง แม้จะยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด แต่การบริโภคเป็นประจำทุกวันโดยไม่รู้แหล่งที่มาวัตถุดิบ อาจเพิ่มความเสี่ยงในระยะยาว
ดื่มชานมยังไงให้มีความสุข ลดการเกิดโรค
1.ลดปริมาณน้ำตาล เลือกสั่งชานมไข่มุกแบบหวานน้อยหรือแบบไม่หวานเลย
2.เปลี่ยนท็อปปิ้งแทนไข่มุก หากชื่นชอบในความหนึบหนับต้องการเคี้ยว อาจเปลี่ยนเป็นท็อปปิ้งชนิดอื่นที่ให้แคลอรีน้อยกว่า เช่น บุก เฉาก๊วย เจลลี่น้ำตาลน้อย หรือว่านหางจระเข้
3.หลีกเลี่ยงครีมเทียม นมข้นหวาน เลือกดื่มชาที่ไม่ใส่ครีมเทียมหรือท็อปปิ้งที่มีแคลอรีสูง
4.ลดการดื่มชานมไข่มุกเป็นครั้งคราว อย่าดื่มทุกวัน ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่า น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพแทน

ที่มา : โรงพยาบาลพญาไท , โรงพยาบาลบางประกอก , กระทรวงสาธารณสุข