รองผู้ว่าฯ กทม. เผยแผนจัดการขยะ ในชุมชนเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง มอง กทม.จัดการเต็มที่แล้ว และไม่ได้ล้าช้า แต่ประชาชนได้นำขยะมาทิ้งเพิ่ม
วันที่ 9 ต.ค. 2569 ที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง กรุงเทพฯ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงแผนจัดการขยะหลังน้ำลดในชุมชนเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง ว่า เบื้องต้นแบ่งพื้นที่ทำงานเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 กรมโยธาธิการและผังเมืองรับผิดชอบ โซนที่ 2 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรับผิดชอบ โซนที่ 3 กรุงเทพมหานครและกองทัพไทยรับผิดชอบ และโซนที่ 4 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบ
โซนที่ 1 และ 4 มีขยะไม่มากนัก จึงระดมกำลังเก็บขยะตั้งแต่วันแรกหลังน้ำลด โดยได้รับกำลังสนับสนุนจากสำนักงานเขตลาดกระบังประมาณ 200-300 นาย ส่วนโซนที่ 3 มีขยะมากกว่าโซนที่ 1 และ 4 จึงได้รับการสนับสนุนจากเขตเครือข่าย (เขตบัดดี้) ได้แก่ เขตธนบุรี เขตบางแค เขตพระนคร และเขตบางขุนเทียน เขตละ 30-40 นาย พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อ รถตัก และรถคีบ ขณะที่โซนที่ 3 ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นและมีขยะมากที่สุด ได้จัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 400 นายเข้าดำเนินการ
สำหรับถนนกลางหรือถนนเคหะร่มเกล้า ที่พบขยะกองอยู่ริมถนนจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใช้แรงงานคนลากขยะออกจากซอกซอยที่รถคีบหรือรถตักเข้าไม่ถึง มารวมไว้บริเวณปากซอย ก่อนใช้รถคีบของ กทม. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตักใส่รถดัมพ์เพื่อนำไปทิ้ง
ส่วนจุดทิ้งขยะเดิม ได้แก่ อ่อนนุชและท่าแร้ง ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้การทำงานล่าช้า จึงปรับแผนตั้งจุดรวมขยะ 2 แห่งภายในเคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง โดยเลือกพื้นที่ห่างจากที่พักอาศัยของประชาชน เพื่อให้ทำงานคล่องตัวและเก็บขยะได้มากขึ้น แม้จะทำให้การจราจรติดขัดบ้าง แต่ กทม. ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจมาช่วยอำนวยความสะดวก
สำหรับขยะที่จุดรวมขยะในเคหะร่มเกล้า กทม. ได้นำรถส่วนกลางขนาดใหญ่ขนย้ายไปยังจุดทิ้งขยะอีกครั้ง
ตลอด 5 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เก็บขยะในพื้นที่เคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง ได้ประมาณ 700-800 ตัน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากมีขยะเหลืออยู่จำนวนมากตามซอกซอย
นายพรพรหม กล่าวว่า พยายามเร่งเก็บขยะให้แล้วเสร็จภายในวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค. 2569 เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
ส่วนเสียงสะท้อนจากประชาชนที่มองว่า กทม. ทำงานล่าช้า นายพรพรหม กล่าวว่า การทำงานไม่ล่าช้า เพราะทาง กทม. ทำงานเต็มที่ แต่เนื่องจากชาวบ้านมีการนำขยะมาทับถมเพิ่มในทุกวัน ทำให้บางจุดที่เก็บไปแล้วกลับมามีขยะอีกครั้ง ส่วนตัวเห็นใจชาวบ้าน แต่ทาง กทม. เราก็ต้องพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด
ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชนไม่นำขยะกลับมาทิ้งในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดเก็บเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากยังมีพื้นที่อื่นที่ต้องดำเนินการ หากต้องกลับมาเก็บซ้ำจะทำให้งานล่าช้า โดยมองว่าการจัดการขยะต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการบริหารจัดการของเรา





