หมอ เปิด 21 เคล็ดลับ ต้านมะเร็ง ทำอย่างไรบ้าง ยิ่งทำ มะเร็ง ยิ่งกลัว แต่ 99% ไม่ชอบทำ เผยช่วง 7-8 ชั่วโมงนาทีทองของร่างกายคือช่วงไหน เช็กเลยพลาดข้อไหนบ้าง
วันที่ 11 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “21 เคล็ดลับ ต้านมะเร็ง ยิ่งทำ มะเร็ง ยิ่งกลัว แต่ คนไทย 99% ไม่ชอบทำ”
นพ.ศุภฤกษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า 21 คาถา ป้องกันมะเร็ง นิสัย Longevity ชะลอวัย ลดความเสี่ยงมะเร็ง ที่คนไทยส่วนใหญ่มองข้าม “ลดความเสี่ยง” โรคร้ายมาฝากแบบกระชับครับ ลองเช็กกันดูว่าเราพลาดข้อไหนไปบ้าง
เปิด 21 เคล็ดลับ ต้านมะเร็ง ดังนี้
1.ทำ IF (Intermittent Fasting) 16/8 :
การเว้นช่วงกินอาหารจะช่วยเปิดสวิตช์ระบบออโตฟาจี (Autophagy) ให้ร่างกายกลืนกินเซลล์ขยะและเซลล์ที่ผิดปกติทิ้งไปครับ นอกจากนี้ยังช่วยกดระดับอินซูลินให้ต่ำลง ลดการอักเสบเรื้อรังได้อย่างยั่งยืน
2.ดื่มน้ำเปล่า 2 แก้วทันทีหลังตื่น :
ร่างกายขาดน้ำมาทั้งคืนทำให้เลือดหนืดข้น การสาดน้ำเปล่าเข้าไปจะช่วยเจือจางเลือดและกระตุ้นการขับของเสียออกจากไตครับ
3.เดินรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า : รังสียูวีเอช่วยกระตุ้นการสร้างก๊าซไนตริกออกไซด์ในเลือด ทำให้หลอดเลือดคลายตัวและลดความดันโลหิตครับ แสงแดดยังช่วยรีเซตนาฬิกาชีวิตให้ฮอร์โมนทำงานเป็นปกติ
4.ดื่มมัทฉะออร์แกนิคแทนกาแฟ 3in1 :
สาร EGCG ในมัทฉะแท้ช่วยดับไฟอักเสบและลดความเสี่ยงเซลล์กลายพันธุ์ ย้ำว่ามัทฉะสูตรหมอโอ๊ค ห้ามลาเต้ ต้องชงกับน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเท่านั้น ห้ามใส่นมและน้ำตาลโดยเด็ดขาดครับ
5.งดน้ำตาลขัดขาวและของหวานจัด :
น้ำตาลที่ล้นเกินคือปุ๋ยชั้นดีที่เร่งให้เซลล์เนื้องอกเจริญเติบโต การตัดความหวานจะช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินและลดสารเร่งแก่ (AGEs) ที่ทำลายเซลล์
6.เลี่ยงของทอดและน้ำมันพืชทอดซ้ำ :
น้ำมันพืชที่ผ่านความร้อนสูงจะเกิดการออกซิเดชันและสร้างสารก่อมะเร็งกลุ่มอะคริลาไมด์ เปลี่ยนมาใช้วิธีต้ม นึ่ง อบ จะปลอดภัยต่อหลอดเลือดมากกว่าครับ
7.เสริมโปรตีนพืชคุณภาพสูงทุกวัน :
การลดเนื้อสัตว์แปรรูปแล้วแทนที่ด้วยโปรตีนจากพืช จะช่วยลดสารพิษในลำไส้และให้กรดอะมิโนไปซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจากโปรตีนพืชยังช่วยดึงน้ำตาลออกจากเลือดได้ดีขึ้นครับ
8.ออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง :
การสร้างมวลกล้ามเนื้อจากการยกน้ำหนักคือการสร้างเตาเผาน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายครับ สิ่งนี้ช่วยลดไขมันช่องท้องซึ่งเป็นแหล่งผลิตสารอักเสบตัวร้ายได้อย่างชะงัด
9.เสริม ครีเอทีน บำรุงกล้ามเนื้อ :
เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อจะฝ่อลง การเสริมครีเอทีน (Creatine) จะช่วยเติมพลังงานระดับเซลล์ ทำให้เพื่อนๆ อาจจะยกได้หนักขึ้น อาจจะออกแรงได้เยอะขึ้น เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อครับ
10.นอนหลับลึกให้ได้ 7-8 ชั่วโมง :
ช่วงหลับลึกคือนาทีทองที่ร่างกายจะหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์และลดความเสี่ยงเซลล์ผิดปกติ การปรับห้องให้มืดสนิทและงดจอมือถือก่อนนอนจะช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมดฟื้นฟูได้ลึกขึ้นครับ
11.หายใจลึกๆ จัดการความเครียด :
ความเครียดเรื้อรังทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลพุ่ง ซึ่งไปทำลายภูมิคุ้มกันระดับเซลล์และทำให้ร่างกายแก่เร็ว การฝึกหายใจแบบ 4-7-8 เป็นประจำจะช่วยปรับระบบประสาทให้ผ่อนคลายและลดความเครียดลงได้ทันทีครับ
12.เสริม แมกนีเซียม ก่อนนอน :
แร่ธาตุตัวนี้สำคัญต่อกระบวนการซ่อมแซม DNA ในเซลล์ และช่วยให้หลอดเลือดที่หดเกร็งคลายตัว ทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนได้สมบูรณ์แบบครับ
13.ดับไฟอักเสบด้วย โอเมก้าสาม :
กรดไขมัน EPA และ DHA จากปลาทะเลน้ำลึกทำหน้าที่เป็นนักดับเพลิง เข้าไปลดสารไซโตไคน์อักเสบในหลอดเลือด ช่วยให้เลือดไม่หนืดข้นและเซลล์ได้รับออกซิเจนเต็มที่ครับ
14.เพิ่มกากใยด้วย ไซเลี่ยมฮัสค์ :
ไฟเบอร์ละลายน้ำจะทำงานเหมือนฟองน้ำ คอยดักจับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลส่วนเกินในลำไส้ไม่ให้ดูดซึมเข้าเลือด อีกทั้งยังช่วยดูแลระบบขับถ่ายเพื่อลดความเสี่ยงโรคทางเดินอาหารครับ
15.รักษาสมดุลภูมิคุ้มกันด้วย วิตามินดี3เค2 :
วิตามินดี 3 ทำหน้าที่ควบคุมยีนให้เซลล์แบ่งตัวเป็นระเบียบ ส่วน K2 จะดึงแคลเซียมที่ค้างในหลอดเลือดกลับเข้ากระดูก ช่วยลดความเสี่ยงหลอดเลือดแข็งตัวครับ
16.ทานผักตระกูลกะหล่ำเป็นประจำ :
บรอกโคลีและกะหล่ำปลีมีสารสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตับให้ขับสารพิษและฮอร์โมนส่วนเกินออกจากร่างกาย การทานอาหารต้นสายกลุ่มนี้บ่อยๆ จะช่วยลดความเสี่ยงความผิดปกติระดับเซลล์ได้อย่างยั่งยืนครับ
17.เติม บีเทน บำรุงระบบเผาผลาญ :
บีเทนช่วยตับในการกำจัดไขมันและสารพิษ เพื่อลดภาระการทำงานของตับครับ ทั้งยังช่วยลดกรดโฮโมซีสเตอีนในเลือดที่เป็นตัวการทำลายหลอดเลือดและเร่งความแก่ชราครับ
18.เลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูป :
สารไนเตรตในไส้กรอกหรือแฮมเมื่อโดนความร้อนจะเปลี่ยนเป็นไนโตรซามีน ซึ่งเข้าไปทำลาย DNA ในเซลล์โดยตรง การเลือกทานเนื้อสัตว์ที่ยังเห็นรูปร่างเดิมจะปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาวมากกว่าครับ
19.เสริม โคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) :
เมื่ออายุมากขึ้น เตาเผาพลังงานในเซลล์ (ไมโทคอนเดรีย) จะค่อยๆ เสื่อมสภาพลง สารตัวนี้เปรียบเสมือนแบตเตอรี่ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชาร์จพลังให้เซลล์ทำงานได้เต็มที่ครับ
20.เคี้ยวอาหารให้ละเอียด :
การเคี้ยวช้า ๆ 30 ครั้งต่อคำ ช่วยให้กระเพาะย่อยง่ายขึ้น และกระตุ้นฮอร์โมนอิ่มให้ทำงานเร็วขึ้น ส่งผลให้เราไม่รับแคลอรีเกินความจำเป็นและลดการอักเสบในลำไส้ครับ
21.ตรวจสุขภาพทุกปี :
โรคร้ายหลายชนิดเป็นภัยเงียบที่ไม่มีอาการเตือนในระยะแรกครับ การเจาะเลือดดูค่าการอักเสบหรือค่าน้ำตาลสะสม จะช่วยให้เราไหวตัวทันและปรับพฤติกรรมได้ก่อนเกิดโรค ทำทันที สุขภาพเปลี่ยนทันทีครับ