ใครสายอดนอน(นอนน้อย)เป็นประจำต้องระวัง! ส่งผลเสียที่หลายคนไม่คาดคิด เสี่ยงเป็น 4 โรคนี้ นอนชดเชยวันหลังไม่ได้ช่วยอะไร แนะวิธีปรับพฤติกรรม

หลายคนมักใช้เวลาช่วงกลางคืนทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นดูซีรีส์ ทำงาน ทำการบ้าน เล่นเกม เล่นโทรศัพท์ หรือเที่ยวกลางคืน จนทำให้รู้สึกตาสว่างและนอนหลับยาก ส่งผลให้มีเวลาพักผ่อนน้อยลง ขณะที่ยังต้องตื่นเช้าเพื่อทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน หรือออกกำลังกาย จนเกิดภาวะนอนไม่เพียงพอ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า การอดนอน

การอดนอนหรือนอนน้อยเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน การนอนน้อย (Lack of Sleep) คือ ภาวะที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอต่อความต้องการ หลายคนอาจคิดว่าผลกระทบมีเพียงอาการง่วงนอน แต่ความจริงแล้วพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ โดยทำให้สมองทำงานช้าลง ความสามารถในการจดจำและตัดสินใจลดลง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการขาดความระมัดระวังหรือภาวะหลับในโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ ยังทำให้ขาดสมาธิ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก และมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อย คือ การอดนอนในช่วงวันทำงานแล้วค่อยนอนชดเชยให้มากขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งไม่สามารถทดแทนผลกระทบจากการพักผ่อนไม่เพียงพอได้ทั้งหมด ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ และพักผ่อนให้เพียงพอเป็นประจำ เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงในระยะยาว

นอกจากส่งผลต่อสมองและอารมณ์แล้ว การนอนน้อยยังรบกวนการทำงานของฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร ทำให้หิวบ่อยขึ้นและรับประทานอาหารผิดเวลา อีกทั้งอาจทำให้ระบบเผาผลาญเสียสมดุล ส่งผลให้มีไขมันสะสมบริเวณรอบเอว ระดับคอเลสเตอรอลผิดปกติ น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะสมองขาดเลือด และโรคเบาหวาน

วิธีทำให้การนอนหลับมีคุณภาพ

การปรับพฤติกรรมและจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมช่วยส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพได้ ดังนี้

  1. เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับตารางการพักผ่อนที่สม่ำเสมอ
  2. จัดห้องนอนให้เหมาะกับการพักผ่อน โดยรักษาอุณหภูมิให้พอดี ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป ลดแสงรบกวน และหลีกเลี่ยงเสียงดัง
  3. งดใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอน 30 นาที เพื่อลดสิ่งรบกวนที่อาจทำให้หลับยาก
  4. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนก่อนเข้านอน เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ
  5. ไม่ออกกำลังกายอย่างหักโหมก่อนนอน เนื่องจากอาจทำให้ร่างกายตื่นตัวและพักผ่อนได้ยากขึ้น

การพักผ่อนไม่เพียงพออย่างต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น 4 โรค ดังนี้

  1. โรคหัวใจและหลอดเลือด การอดนอนอาจเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนความเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและหัวใจทำงานหนักขึ้น
  2. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 การนอนน้อยส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  3. ภาวะอ้วน การอดนอนทำให้ฮอร์โมนที่ควบคุมความหิวและความอิ่มเสียสมดุล ส่งผลให้หิวบ่อยและอยากอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารรสหวาน
  4. ปัญหาสุขภาพจิต การพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ และสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการลดอาการง่วง แต่เป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่ดีในระยะยาว

โดยระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามช่วงวัย ดังนี้

ทารกแรกเกิด (0 – 3 เดือน): ควรนอน 14-17 ชั่วโมงต่อวัน

เด็กวัยเตาะแตะ (1 – 2 ปี): ควรนอน 11-14 ชั่วโมงต่อวัน

เด็กวัยเรียน (6 – 13 ปี): ควรนอน 9-11 ชั่วโมงต่อวัน

วัยรุ่น (14 – 17 ปี): ควรนอน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน

ผู้ใหญ่ (18 – 64 ปี): ควรนอน 7-9 ชั่วโมงต่อวัน

ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): ควรนอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

แม้บางคนจะรู้สึกสดชื่นหลังนอนเพียง 5-6 ชั่วโมง แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมยังขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล และไม่ควรใช้ความรู้สึกสดชื่นเพียงอย่างเดียวเป็นตัวชี้วัดว่าร่างกายพักผ่อนเพียงพอแล้ว โดยเฉพาะเมื่อมีการนอนน้อยเป็นประจำ เพราะอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ง่วงนอนบ่อย ความสามารถในการจดจำลดลง และระบบฮอร์โมนเสียสมดุล ซึ่งล้วนส่งผลต่อการทำงานของร่างกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ที่มาข้อมูล : siphhospital , rama.mahidol , praram9

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน