AIS เผยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026 เปิด 5 สถานการณ์ดิจิทัลคนไทย
สุขภาวะขยับสู่ระดับก้าวหน้า แต่ทักษะรู้เท่าทันยังต้องเร่งพัฒนา

AIS ตอกย้ำภารกิจสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัย เผยผลวิจัยดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของไทย หรือ Thailand Cyber Wellness Index 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อสำรวจและติดตามความพร้อมของคนไทยในการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัล พร้อมนำข้อมูลมาใช้เป็นฐานในการพัฒนาทักษะและสร้างภูมิคุ้มกันให้ตรงกับความเสี่ยงของคนแต่ละกลุ่ม

โดยพบว่า สุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 0.51 ในปี 2566 เป็น 0.724 ในปี 2569 ซึ่งเป็นการขยับสู่ระดับก้าวหน้า ขณะที่คนไทยใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่วแต่ทักษะการรู้เท่าทันและการตรวจสอบข้อมูลยังเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพัฒนาควบคู่กัน สะท้อนผ่าน 5 สถานการณ์สำคัญที่คนไทยกำลังเผชิญบนโลกดิจิทัล ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า ผล Thailand Cyber Wellness Index ในปีนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่า คนไทยมีความพร้อมในการใช้ชีวิตบนโลกดิจิทัลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เราเห็นว่า การใช้เทคโนโลยีได้คล่อง ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้เท่าทันข้อมูลและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์เสมอไป

วันนี้โจทย์ของประเทศไทยจำเป็นต้องขยับจากการทำให้คนเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีเป็น ไปสู่การสร้างคนไทยให้คิดเป็น ตรวจสอบเป็น ปลอดภัยเป็น และรับผิดชอบต่อผู้อื่นเป็น เพราะทักษะเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตในยุคที่ AI ข้อมูลข่าวสาร และภัยออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ผล TCWI 2026 ยังสะท้อนว่าการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกับคนทุกกลุ่ม เพราะเด็ก เยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ ต่างมีพฤติกรรมและความเสี่ยงไม่เหมือนกัน AIS จึงจะนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็นฐานในการออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับคนแต่ละช่วงวัย ผ่าน Digital Health Check หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy และความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

สำหรับดัชนีชี้วัดสุขภาวะดิจิทัลของคนไทย ประจำปี 2569 หรือ Thailand Cyber Wellness Index 2026 จัดทำขึ้นจากการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 77,492 คนทั่วประเทศ และวัดผลครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ 1) การใช้งานดิจิทัล 2) ทักษะดิจิทัล 3) การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน

4) อัตลักษณ์และสิทธิบนโลกดิจิทัล 5) ความปลอดภัยและความมั่นคง 6) การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ และ 7) ความสัมพันธ์ดิจิทัล โดยผล Thailand Cyber Wellness Index เผยให้เห็น 5 สถานการณ์สำคัญที่สะท้อนสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยในวันนี้ ดังนี้

1.สุขภาวะดิจิทัลคนไทยสูงสุดในรอบ 4 ปี แต่ยังมีคนไทย 1 ใน 6 ที่ต้องเร่งพัฒนา

คะแนนเฉลี่ยสุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 0.51 ในปี 2566 และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 0.724 ในปี 2569 ทำให้ภาพรวมสุขภาวะดิจิทัลของประเทศขยับขึ้นสู่ระดับก้าวหน้า ขณะเดียวกัน คนไทย 1 ใน 6 ยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะดิจิทัลเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

2.คนไทยใช้งานเทคโนโลยีได้คล่อง แต่ทักษะการรู้เท่าทันและตรวจสอบข้อมูลยังต้องพัฒนาควบคู่กัน

เมื่อพิจารณาสุขภาวะดิจิทัลทั้ง 7 ด้าน พบว่า ความสามารถในการใช้งานดิจิทัลมีคะแนนเฉลี่ย 0.720 ขณะที่ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลมีคะแนนต่ำที่สุด อยู่ที่ 0.653 สะท้อนถึงช่องว่างที่ต้องเร่งพัฒนาควบคู่กัน

ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนว่า การใช้อุปกรณ์ แพลตฟอร์ม หรือบริการดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว จำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กับความสามารถในการตั้งคำถาม วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล โดยเฉพาะในยุค Generative AI ที่สามารถสร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอที่ดูสมจริงได้อย่างรวดเร็ว การหยุดคิดและตรวจสอบก่อนเชื่อหรือส่งต่อจึงกลายเป็นทักษะสำคัญของผู้ใช้งานทุกคน

3.ภัยหลอกลวงออนไลน์อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด คนไทย 1 ใน 5 เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้อง

ผล TCWI 2026 พบว่า คนไทย 20.7% หรือประมาณ 1 ใน 5 เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ ทั้งลิงก์ปลอม ข้อความหลอกลวง การปลอมตัวเป็นบุคคลหรือหน่วยงาน และการชักชวนให้เปิดเผยข้อมูลหรือโอนเงิน

สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ความปลอดภัยบนโลกดิจิทัลในวันนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากหรือการป้องกันมัลแวร์ แต่ต้องรวมถึง “ความปลอดภัยในการตัดสินใจ” ตั้งแต่การตรวจสอบตัวตน แหล่งที่มา และความน่าเชื่อถือของข้อมูล ไปจนถึงการหยุดคิดก่อนคลิกลิงก์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือโอนเงิน

4.เด็ก Gen Alpha อายุ 10–15 ปี แม้โตมากับเทคโนโลยี แต่สุขภาวะดิจิทัลยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ

เด็ก Gen Alpha มีคะแนนสุขภาวะดิจิทัลเฉลี่ย 0.61 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดย 29.4% หรือเกือบ 3 ใน 10 ยังอยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะด้านการรู้เท่าทันข้อมูล ความปลอดภัย ความสัมพันธ์บนโลกออนไลน์ และความเข้าใจเรื่องร่องรอยดิจิทัล หรือ Digital Footprint

ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาคะแนนสุขภาวะด้าน Cyberbullying ตามช่วงวัย พบว่าคะแนนลดลงจาก 0.82 ในวัย 10–12 ปี เหลือ 0.76 ในวัย 13–15 ปี และ 0.75 ในช่วงอายุ 16–22 ปี สะท้อนว่า การป้องกันไม่ควรรอจนเด็กเข้าสู่ช่วงวัยที่ต้องให้ความสำคัญ

แต่ควรเริ่มปูพื้นฐานตั้งแต่วัย 10–12 ปี ให้เด็กเข้าใจว่าทุกโพสต์ ความคิดเห็น และการส่งต่อข้อมูลสามารถสร้างผลกระทบและทิ้งร่องรอยบนโลกออนไลน์ได้ พร้อมเรียนรู้การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล คิดก่อนโพสต์หรือแชร์ เคารพสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ร่วมขยายความรุนแรง และกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญ Cyberbullying

5.คนไทยใช้และเข้าใจ AI ดีขึ้น แต่ช่องว่างระหว่างช่วงวัยยังชัดเจน

คะแนนเฉลี่ยด้านการใช้และความเข้าใจ AI ของคนไทยในปี 2569 อยู่ที่ 3.30 จาก 5 เพิ่มขึ้นจาก 3.18 ในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าคนไทยเริ่มคุ้นเคยและนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่เมื่อพิจารณาตามช่วงวัย พบว่ากลุ่มอายุ 23–29 ปีมีคะแนนสูงที่สุดที่ 3.61

ขณะที่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีคะแนนต่ำที่สุดที่ 2.53 ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนถึงช่องว่างด้านการเข้าถึง ความรู้ และความสามารถในการใช้ AI ระหว่างคนแต่ละช่วงวัย หรือความเหลื่อมล้ำทาง AI (AI Divide) ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการมีหรือไม่มีโอกาสใช้เทคโนโลยี

แต่รวมถึงความสามารถในการเลือกใช้ AI ให้เหมาะสมกับงาน ตั้งคำถาม ตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ และเข้าใจข้อจำกัดของเทคโนโลยี เพราะ AI จะสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง เมื่อผู้ใช้งานยังสามารถคิด ตรวจสอบ และตัดสินใจได้ด้วยตนเอง

จากผล Thailand Cyber Wellness Index ทั้งหมด AIS จะนำข้อมูลไปต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะที่เหมาะกับบริบทและความเสี่ยงของคนแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่การวางรากฐานด้านการรู้เท่าทัน ร่องรอยดิจิทัล และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นสำหรับเด็ก การรับมือ Cyberbullying และแรงกดดันจากสังคมออนไลน์สำหรับเยาวชน การใช้ AI และป้องกันภัยหลอกลวงสำหรับวัยทำงาน ไปจนถึงการเสริมความมั่นใจด้าน AI และความปลอดภัยให้แก่ผู้สูงอายุ

AIS ทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ครอบครัว สื่อมวลชน และพันธมิตร อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลจากผลสำรวจให้เกิดการลงมือทำ ตั้งแต่การค้นหาช่องว่างผ่าน Digital Health Check การพัฒนาความรู้ผ่านหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy ไปจนถึงการร่วมสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและรับผิดชอบ

ยังคงเดินหน้าในฐานะผู้นำที่เป็นเพื่อนคู่คิดที่ไม่เพียงเชื่อมต่อคนไทยเข้ากับเทคโนโลยี แต่ร่วมสร้างความพร้อมให้ทุกคนสามารถ “ใช้เป็น คิดเป็น ตรวจสอบเป็น ปลอดภัยเป็น และรับผิดชอบเป็น” เพื่อให้สุขภาวะดิจิทัลของคนไทยเติบโตได้ทันกับเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน สามารถเรียนรู้ผ่านหลักสูตร AI Literacyเพื่อเสริมความเข้าใจในการเลือกใช้ ตรวจสอบข้อมูล และใช้ AI อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และรับผิดชอบ ได้ที่ https://aunjaicyber.ais.th/pathway/162

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน