มูลนิธินโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล (PPGG) จัดเวทีภาคประชาสังคมระดับภูมิภาค (Regional Civil Society Forum) เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ The Forum โรงพยาบาลเมดพาร์ค กรุงเทพฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางรับมือความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากรในเอเชีย ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026
เวทีภายใต้หัวข้อ “ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วม สร้างความยืดหยุ่น และพัฒนาสู่ความยั่งยืน” (Advancing Inclusion, Resilience, and Sustainable Development) ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่ความท้าทายเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจเอเชีย บทบาทของภาคประชาสังคมและคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจจากสังคมสูงวัย
ประเด็นสำคัญของเวทีคือ การสร้างความยืดหยุ่นให้เอเชียเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Asia’s Resilience Challenge: Towards Sustainable Futures) ท่ามกลางผลิตภาพที่เติบโตช้าลง ความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น การเข้าสู่สังคมสูงวัย ตลอดจนแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวทางที่นำมาพิจารณาครอบคลุมการปฏิรูปนโยบาย การมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงระยะยาว
อีกด้านหนึ่ง เวทีให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาสังคมและคนรุ่นใหม่ในการร่วมสร้างการเติบโตและความก้าวหน้าทางสังคม (Civil Society and Youth – The Co-Creation Engine of Growth and Social Progress) โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม รวมถึงการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม เครือข่ายเทคโนโลยี และโครงการที่ริเริ่มโดยเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจของสาธารณชนและความเข้มแข็งของสถาบัน
สำหรับประเด็นสิ่งแวดล้อม การคุ้มครองธรรมชาติด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและแนวทางแบบองค์รวม (Environmental Protection Through Innovative Technology and Holistic Approaches) ยังครอบคลุมถึงการใช้เทคโนโลยีตรวจจับไฟป่าตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เกษตรกรรมยั่งยืน วนเกษตร การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าในท้องถิ่นที่ช่วยสร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรยังเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจอายุยืน เปลี่ยนสังคมสูงวัยให้เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต (Longevity Economy: Turning Demographic Shifts into Engine of Growth) ซึ่งมุ่งมองให้ไกลกว่าความท้าทายด้านสวัสดิการและภาระการคลัง ไปสู่โอกาสในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมของประชาชน และความสามัคคีในสังคม โดยภายในปี 2573 ประชากรไทยมากกว่า 25% และประชากรในหลายประเทศอาเซียนคาดว่าจะมีอายุเกิน 60 ปี
เวทีดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของการพัฒนาเอเชียในระยะต่อไป ซึ่งไม่ใช่เพียงการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังต้องรับมือกับความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมและคนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมเป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลักดันการพัฒนาที่ทั่วถึง มีความยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว

