เจ้าของร้าน ‘สวนรถไฟ’ ตอบทุกประเด็นดราม่า อินฟลูฯสายกีฬาอัดคลิปร่ำไห้ ซัดอ้างจะมาตั้งบูธแจกกาแฟ วันจริงเปิดร้านขายฉ่ำ เปิดวงจรปิดโชว์ไม่ได้กักขังหน่วงเหนี่ยวใด ๆ

24 ต.ค. 69 – เวลา 16.00 น. เจ้าของร้านอาหารบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ชี้แจงประเด็นดราม่า “จุดพักนักวิ่ง” กับคู่กรณี กอล์ฟ กัญญ์นลิน อินฟลูเอนเซอร์สายกีฬา ที่ออกมาโพสต์คลิปร่ำไห้จนกลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์

เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า วันแรกที่คุยกันคือวันที่ 6 ก.ค. โดย กอล์ฟ กับ โอ๊ต (แฟนหนุ่ม) ได้มาติดต่อขอตั้งบูธสำหรับแจกกาแฟ ทำคอมมูนิตี้สำหรับนักวิ่ง ซึ่งตอนแรกมีการขอเช่าพื้นที่แบ่ง GP แต่ทางร้านปฏิเสธไม่อนุญาตให้เช่า แต่หากทำเป็นคอมมูนิตี้สำหรับนักวิ่ง ตนยินดี ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ไม่ได้มีการพูดคุยกันแบบชัดเจน ไม่มีการขออนุญาตใช้น้ำไฟใด ๆ

ขณะที่ผู้จัดการร้าน กล่าวว่า วันที่ 16 ต.ค. เวลา 15.00 น. กอล์ฟเข้ามาตั้งบูธเพื่อเตรียมงานสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ ตอนนั้นมีเพียงเต็นท์เปล่า แต่รุ่งเช้าวันถัดมา (17 ต.ค.) กอล์ฟ พร้อมทีมงาน เตรียมทั้งถังน้ำแข็ง ป้ายเมนู มีการเปิดขายกาแฟ จนเวลา 08.00 น. พนักงานที่ร้านโทรมาบอกว่า ไม่ได้มีการมาแจกเหมือนที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งยังมีการใช้น้ำใช้ไฟของทางร้านอีกด้วย

ตนจึงโทรหา คุณกอล์ฟ ขอให้หยุดขาย ทางคุณกอล์ฟมีการคุยกับเจ้าของร้าน ให้เหตุผลว่าไม่สามารถหยุดขายได้เนื่องจากลูกค้าเยอะ

ด้านเจ้าของร้าน กล่าวเสริมว่า ยอมรับว่าเป็นคนโกรธง่าย จนพูดแรงออกไปในประเด็นที่ตั้งบูธผิดจุด โดยพูดไปว่า “อย่าให้เห็นมาวิ่งแถวนี้นะ จะด่าให้หนักเลย”

จากนั้นร้านจึงได้แจ้งความ จนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย จาก สน. บางซื่อ มาที่ที่ร้าน ได้มีการเจรจากันที่โต๊ะอาหารหน้าร้าน โดยมีเพียงพนักงานของทาง กอล์ฟ เท่านั้น ส่วนกอล์ฟและโอ๊ตเก็บของกลับไปแล้ว ก่อนที่ต่อมาโอ๊ตจะกลับมา การพูดคุยในวันนั้นคิดว่าเรื่องจบแล้ว จนเห็นคลิปที่กอล์ฟโพสต์

ขณะเดียวกันร้านได้มีการเปิดคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดให้ผู้สื่อข่าวดู เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวตามที่กล่าวอ้าง ทั้งนี้ในคลิปวิดีโอเห็นการพูดคุย อยู่โต๊ะอาหารหน้าร้าน มีเจ้าของร้าน น้องพนักงาน และตำรวจสองนาย นั่งพูดคุยไกล่เกลี่ยกัน

ส่วนประเด็นการออกบูธ เจ้าของร้านยืนยันว่าไม่มีการคุยแผนล่วงหน้า 2 เดือน ไม่เคยได้คุยรายละเอียดอื่น ๆ นอกจากพูดคุยกันผ่านไลน์ ถึงการขออนุญาตตั้งพื้นที่เท่านั้น ส่วนที่ให้โพสต์ขอโทษเนื่องจากไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับผู้อื่นอีก

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวทางฝั่งกอล์ฟเผยแพร่ออกไป ทางร้านได้รับผลกระทบมากจากการกดรีวิว 1 ดาว

“ตนไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น ที่จะให้คนอื่นที่ขายสินค้าชนิดเดียวกันมาตั้งบูธหน้าร้าน เพราะมันเป็นการค้าขาย”

หลังจากนี้ไม่ได้ต้องการให้ทางกอล์ฟชี้แจงอะไร แต่จะรอดูฟีดแบกหลังจากการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ว่าเรื่องจะจบหรือไม่ หากเรื่องยังไม่จบตนก็พร้อมจะดำเนินคดีในทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน