เจ้าหน้าที่ อบต.สุดชุ่ย ตั้งเครื่องสูบน้ำขวางถนน ไร้สัญญาณเตือน หนุ่ม ป.ตรีควบจยย.กลับบ้าน นึกว่าผ่านได้ พุ่งชนเสียชีวิต พ่อช็อกซ้ำ ตร.ชี้ลูกชายผิด ทำทรัพย์สินราชการเสียหาย แถมทางหลวงยังบอก อบต.ไม่ได้ขออนุญาตตั้งเครื่องสูบน้ำ เพิ่งทำเรื่องของหลังเกิดเหตุไปแล้ว
วันที่ 26 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของ นายนันทกร อายุ 21 ปี บัณฑิตหนุ่มปริญญาตรี ชาว จ.นครปฐม เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ “สายไหมต้องรอด” หลังสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครปฐม นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งขวางเส้นทางจราจรโดยไม่ติดป้ายเตือน เป็นเหตุให้รถจยย.เสียหลักล้มลงจนเสียชีวิต
นายสันติ อายุ 43 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยในวันเกิดเหตุกู้ภัยได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุบริเวณถนนด้านหลังเรือนจำกลางนครปฐม ตนกับภรรยาจึงรีบไปตรวจสอบ โดยทราบว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายพร้อมเพื่อนอีก 1 คน กำลังขี่รถจยย.มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ อบต.ดังกล่าว นำเครื่องสูบน้ำเข้ามาติดตั้งไว้ แต่กลับไม่มีการตั้งป้ายเตือนหรือเปิดสัญญาณไฟแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ
ยิ่งไปกว่านั้น จากข้อมูลยังพบว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ขับรถกระบะเข้าไปเปิดแผงกั้นเพื่อเช็กระดับน้ำ แต่เมื่อตรวจเช็กเสร็จกลับไม่ได้ปิดแผงกั้นไว้ที่เดิม คาดว่าลูกชายเห็นแผงกั้นเปิดอยู่และคิดว่าสามารถขับขี่ผ่านไปได้ จนกระทั่งพุ่งชนและเกิดอุบัติเหตุชีวิต
ซึ่งครอบครัวติดใจและรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม จากการทำงานของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ที่ชี้ว่าลูกชายตนเป็นฝ่ายผิด โดยระบุว่าเป็นการฝ่าฝืนแผงกั้นเข้าไปจนทำให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย จากนั้นตนได้สอบถามไปยังกรมทางหลวงชนบท กลับพบว่า การนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งของ อบต.วังตะกู นั้น ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และเพิ่งยื่นเรื่องขอใบอนุญาต หลังจากเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว
เบื้องต้น เพจสายไหมต้องรอด ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ พร้อมเตรียมดำเนินการประสานงานไปยัง สภ.เมืองนครปฐม เพื่อขอให้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในคดีนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป