ออยศรี ฝากถึง บุ๋ม ปนัดดา หยุดร้องไห้ แม้น้ำตาเป็นสายเลือด ข้อเท็จจริงก็ไม่เปลี่ยน ถามที่บอกหมดแรง เพราะไม่มีเงินไปสร้างพูลวิลล่าหรือ ด้านทนายเดินหน้าแจ้งความ พร้อมเชิญ 2 พิธีกรดังให้ปากคำในฐานะพยาน

วันที่ 29 ต.ค.69 จากกรณีดราม่าเงินบริจาคสร้างมูลนิธิองค์กรทำดีของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี จนลุกลามไปถึงการใช้เงินของมูลนิธิฯ ไปสร้างพลูวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต จนหลายคนออกมาตั้งคำถาม รวมทั้งอยากให้ บุ๋ม ปนัดดา ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว นอกจากนี้ ออยศรีและผองเผือก ที่เคยโอนเงินเข้ามูลนิธิของบุ๋ม ปนัดดา ก็ได้ออกมาเปิดประเด็นถึงความเคลือบแคลงสงสัยในการใช้เงินบริจาค

ล่าสุด ออยศรีและผองเผือก กล่าวว่า เราเคยชินอยู่แล้วว่าพี่บุ๋มเป็นประธานมูลนิธิ ทำให้เราขาดความระมัดระวังในการโอนเงิน จริงๆ พอมีมูลนิธิแล้วก็ควรจะยุติสำหรับบัญชีบุคคล จะอ้างว่าเอาบัญชีบุคคลเข้าสู่วาระการประชุม มองว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงไม่ปิดบัญชีนี้ไปเลย และใช้แต่บัญชีมูลนิธิ แบบนี้น่าจะมีความโปร่งใสมากกว่า

อย่างเมื่อวานพี่บุ๋ม บอกว่า อยากจะถอยจากการทำมูลนิธิแล้ว จึงเกิดคำถามว่า พี่บุ๋มกำลังหมดแรงจากการที่จะต้องปิดบัญชีส่วนตัวเหรอ พี่บุ๋มอาจจะกังวลว่าจะไม่มีเงินไปทำพูลวิลล่าเหรอ?

พี่บุ๋มเป็นคนบอกเองว่า ให้ออยศรีทำเต็มที่ ออยจะทำเต็มที่ จากน้ำตาของพี่บุ๋ม ดาราสาวเบอร์ใหญ่ เวลาร้องไห้มันช่างน่าสงสารเหลือเกิน ทั้งที่คนที่ทำไม่ถูกคือพี่บุ๋มเอง คือการเปิดใช้บัญชีส่วนบุคคลในการแทรกซึมเข้าไปให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นบัญชีมูลนิธิ สิ่งที่ตนทำแน่ใจว่ามันถูกต้อง แต่หลังจากที่พี่บุ๋มร้องไห้เราโดนรถทัวร์ลงฉ่ำ จึงอยากจะพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่เป็นของแท้

เราไม่ใช่ศัตรูกัน สิ่งที่ตนเปิดนั้นเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ พี่บุ๋มอาจจะสูญเสียในเรื่องของประโยชน์ส่วนตนรึเปล่า มีพี่บุ๋มคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถขับเคลื่อนบัญชีได้ อย่าบอกว่าไม่รู้และไม่เกี่ยวข้องกับสามี ดังนั้นเงินจะออกไปได้ ก็ต้องออกไปจากพี่บุ๋มคนเดียว จึงอยากให้พี่บุ๋มหยุดร้องไห้ แม้ว่าน้ำตาจะไหลออกมาเป็นสายเลือด แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงได้

อย่างไรก็ตาม ที่พี่บุ๋มพยายามออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรามีปัญหาส่วนตัวกัน ไม่ลงรอยกัน เพราะว่าตนเป็นทีมทนายของ กัน จอมพลัง นั้น ขอยืนยันว่าตนก็เคยบอก กัน จอมพลัง ไปเหมือนกันว่า ถ้าหากมีหลักฐานที่ชัดเจนว่า มูลนิธิกัน จอมพลัง เอาเปรียบประโยชน์สาธารณะ และคดโกงจริง ยังไงตนก็ร่วมกระทืบแน่นอน

อยากให้ทุกคนมีสติหน่อย พยายามบอกว่าพี่บุ๋มเป็นคนดีมาก การเปิดรับบัญชีส่วนตัวสามารถทำได้ จึงอยากถามกลับว่า มันสามารถทำได้หรอ ถ้าหากประเด็นนี้เป็นมูลนิธิกัน จอมพลัง เชื่อว่าจะโดนด่าเละแน่นอน

สุดท้ายนี้ ยังมีอีกหนึ่งมูลนิธิ นั่นก็คือมูลนิธิเป็นหนึ่ง ตนมีหลักฐานทั้งหมดจากอำนาจศาลชัดเจนว่า คุณต้นอ้อ ได้นำเงินจากมูลนิธิโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นบัญชีสามี หรือบัญชีลูก ตนมีหลักฐานทุกอย่าง

ขณะที่ นายธนาคาร น้อยพิทักษ์ กรรมการฝ่ายกฎหมายบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่คุณบุ๋ม ปนัดดา บอกให้คุณออยศรี เดินให้สุด ตนก็เลยจัดให้ตามคำขอ โดยจะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับมูลนิธิองค์กรทำดี ที่กองปราบในข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พรบ.คอมพิวเตอร์, พรบ.เกี่ยวกับการฟอกเงิน และจะร้องเรียน ปปช.ด้วย

ซึ่งในปี 2568 ออยศรี โอนเงินให้กับ คุณบุ๋ม ปนัดดา 1,000 บาท ด้วยใจที่บริสุทธิ์อยากช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วม ยืนยันว่าไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกัน ในขณะที่กัน จอมพลัง เป็นคนที่รู้จักและเป็นลูกความในบริษัทแท้ๆ ออยศรียังไม่เคยโอนให้เลย ซึ่งการแถลงข่าวของคุณบุ๋ม ปนัดดา กำลังทำให้เห็นว่า ออยศรี มีสาเหตุโกรธเคืองส่วนตัวกับคุณบุ๋ม

ซึ่งหลังจากนี้จะเชิญ คุณหนุ่ม กรรชัย, คุณพุทธ อภิวรรณ, ออยศรี รวมถึงคุณเอ๋ ลูกความของทนายเดชา เข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกับกองปราบด้วย และจะร้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาลในฐานะผู้กำกับดูแลมูลนิธิ ขอให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดีว่า นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือผิดวัตถุประสงค์อย่างไรบ้าง

ส่วนทนายความที่จะฟ้อง คุณออยศรี อยากให้ย้อนไปทบทวนกฎหมาย ว่านี่เป็นการพูดคุยเรื่องของการตรวจสอบมูลนิธิ ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องส่วนตัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน