หน้าฝนมาพร้อมความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เตือน 7 โรคที่ต้องระวัง พร้อมแนะ 5 วิธีดูแลตัวเองหลังเปียกฝน ลดเสี่ยงเจ็บป่วย
ช่วงหน้าฝน ยิ่งใครเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรืออาจจะกำลังเดินเที่ยวอยู่ดีๆ ฝนก็เทลงมา แน่นอนว่าบางครั้งก็เลี่ยงได้ยาก จำเป็นต้องยอมเปียกฝน แต่รู้หรือไม่ ความเสี่ยงหลังจากโดนฝนไม่ใช่แค่เป็นไข้หวัดไม่สบายธรรมดาๆ เท่านั้น วันนี้เราจะมาดูกันว่า โรคที่มากับฝนซึ่งเรามองไม่เห็นมีอะไรบ้าง รวมถึงวิธีรับมือเมื่อเปียกฝนไม่ให้ป่วย
ในน้ำฝน รวมถึงละอองฝน มีเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่มากับอากาศเจือปนอยู่ และแพร่กระจายเร็วมากในหน้าฝน มีเป็นร้อยชนิดที่ลอยอยู่ในอากาศ และเมื่อฝนใกล้ตก ลมจะพัดกระโชกแรง ไวรัสและแบคทีเรียเหล่านี้ก็จะเคลื่อนไหวเร็วขึ้นในลักษณะปลิวลอยอยู่ในอากาศ ร่างกายเราก็มีโอกาสรับไวรัสและแบคทีเรียพวกนี้ได้มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
7 โรคที่มากับฝน มีอะไรบ้างไปดูกัน
- โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์
- โรคต่อมทอนซิลอักเสบ ติดเชื้อทางระบบหายใจที่เกิดจากไวรัสหรือแบคทีเรีย
- โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน เป็นโรคที่มักเกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน
- โรคเยื่อบุตาอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ทำให้ตาแดง มีน้ำตาไหล
- โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะ ชุกชุมและแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝน
- โรคฉี่หนู ติดต่อทางบาดแผลและมีน้ำเป็นตัวพา หลีกเลี่ยงการเดินไปในน้ำขังโดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผล
- โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโร มักเกิดอาการรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก

5 วิธีป้องกันหลังเปียกฝน
1.อาบน้ำ สระผมทันที รีบเช็ดตัวและผมให้แห้งสนิท หากอยู่กับความชื้นนานๆ จะทำให้เกิดอาการหวัด
2.ทำตัวให้อุ่นๆ ดื่มน้ำอุ่น หรือจิบเครื่องดื่มร้อนๆ ป้องกันไม่ให้ไวรัสก่อตัวในร่างกาย และทำให้ร่างกายอบอุ่นภายใน
3.ทาครีมหรือมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว เพื่อลดอาการผิวแห้ง และลดอาการคันได้
4.พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้ร่างกายฟื้นฟู
5.กินอาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง มะละกอ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน