ประชาชนแห่ชมและถ่ายภาพรถ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ทะเบียน ก 9999 เชียงใหม่ ปัจจุบันจอดไว้ที่โครงการชั่งหัวมัน เพชรบุรี ขณะที่เหล่าพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลสู่พระบรมมหาราชวังไม่ขาดสาย กลุ่มผู้พิการทางสายตาเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ปลาบปลื้มในพระมหากรุณา ธิคุณ ที่ทรงเป็นห่วงและช่วยเหลือผู้พิการ ด้านเจ้าหน้าที่ปรับระบบคิวใหม่ แจกบัตร ลาคิว สำหรับผู้มีเหตุจำเป็นเข้าห้องสุขา แล้วกลับมาเข้าคิวได้ตามเดิม

บำเพ็ญพระราชกุศลวันที่ 38

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 พ.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดำเนินมาเป็นวันที่ 38 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวต ฉัตร จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 19 พ.ย.

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร โดยมี ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ และม.ล.เทพฉัตร สวัสดิวัตน์ ร่วมในพระราชพิธีด้วย

มากันมาก-ยืดเวลาปิดสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบถวาย สักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ภายหลังปิดให้เข้าในเวลา 23.10 น. จากเดิมที่ปิดเวลา 21.00 น. เนื่องจากมีประชาชนต่อแถวรอเข้าสักการะที่บริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก มีจำนวนทั้งสิ้น 40,737 คน รวม 22 วัน 675,785 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,947,458.75 บาท รวม 22 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 48,109,596.50 บาท

ส่วนการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เปิดเวลา 05.00 น. จากนั้นได้เปลี่ยนทางเข้าเป็นประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี

ผู้พิการซาบซึ้งน้ำพระราชหฤทัย

นายอุดมโชค ชูรัตน์ อายุ 59 ปี ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งตัว ครูโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่พัทยา ที่ร่วมเดินทางมากับคนพิการจากมูลนิธิพระมหาไถ่ เพื่อการพัฒนาคนพิการ จ.ชลบุรี กล่าวว่า มากัน 35 คน พระองค์ทรงมีน้ำพระราชหฤทัยช่วยเหลือทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนพิการ ที่พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า งานช่วยเหลือคนพิการมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าผู้พิการไม่ได้อยากจะเป็นผู้พิการ และอยากช่วยเหลือตนเอง เราต้องช่วยเขาให้ช่วยเหลือตนเองได้ ตนก็ใช้ความรู้และความสามารถที่ตนมีไปช่วยเหลือคนอื่นตามพระราชดำรัสของพระองค์

?ผมดีใจมากที่ได้มาสักการะพระบรมศพ แม้จะรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไปสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่อย่างน้อยก็ได้รับการอำนวยความสะดวกให้เข้าไปกราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ ด้านล่างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผมได้อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย จากนี้จะทำตามที่พระองค์พระราชทานคำสอนไว้ ผมเป็นครูก็จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด? นายอุดมโชคกล่าว

แจกบัตรลาคิว-กรณีเข้าห้องสุขา

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในวันนี้เป็นวันที่ 2 ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) โดยรอบพระบรมมหาราชวัง นำบัตรลาคิวสำหรับประชาชนที่ต้องการออกไปทำธุระส่วนตัวนอกแถวมาให้ประชาชนใช้ โดยสามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่เพื่อติดต่อขอรับบัตรลาคิวชั่วคราวในกรณีมีเหตุจำเป็น เช่น เข้าห้องสุขา หากประชาชนไม่แจ้งกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบริเวณจุดรับบัตรลาคิว จะไม่สามารถเข้าไปนั่งในเต็นท์บริการได้ ต้องเริ่มต่อคิวเข้าแถวใหม่อีกครั้ง

ส่วนบริเวณจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดนั้น เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจยังคงตรวจค้นอาวุธ และสิ่งผิดกฎหมายของผู้ที่จะเดินทางเข้ามาภายในบริเวณท้องสนามหลวงอย่างเข้มงวด และให้ทุกคนแสดงบัตรประจำตัวประชาชนด้วย พร้อมทั้งคอยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนระมัดระวังสิ่งของมีค่าที่นำติดตัวมา เนื่องจากเกรงว่าจะมีมิจฉาชีพปะปนมากับประชาชน

ทั้งนี้ ในช่วงค่ำ ที่จุดคัดกรองตรงข้ามวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ตำรวจจับกุมนายพุธ ชนะสงคราม อายุ 51 ปี พร้อมอาวุธปืนขนาด .380 และเครื่องกระสุนปืน ซุกซ่อนในกระเป๋าสะพายข้าง บรรจุอยู่ในกล่องใส่โทรศัพท์มือถือ ห่อหุ้มพลาสติกอย่างดี เพื่ออำพรางการถูกตรวจ ค้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีตามกฎหมาย

“คนตาบอด”เข้ากราบสักการะ

เวลา 14.00 น. ผู้พิการทางสายตา 300 คน และจิตอาสา 100 คน จากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมี 3 นักแสดงสาว ประกอบด้วย ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิก, นิวเคลียร์-หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ และน้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ร่วมเป็นจิตอาสาจูงคนตาบอด

นายรัชตะ มงคล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดฯ กล่าวว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดฯ ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเห็นคุณค่าของผู้พิการทางสายตา ซึ่งมีศักยภาพในการเรียนหนังสือ มิใช่เพียงอยู่บ้านเฉยๆ เท่านั้น เพราะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นสำเร็จการศึกษา ก็จะสามารถดูแลตัวเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สร้างโรงเรียนคนตาบอดในกรุงเทพฯ ขึ้น

เคยเสด็จฯเยี่ยม-ช่วยเหลือ

?สมัยก่อนพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปที่โรงเรียนบ่อยมาก ทรงเยี่ยมเยียนนักเรียนผู้พิการทางสายตา หลายครั้งที่พระองค์โปรดที่จะเล่นกับเด็กๆ โดยทรงส่งสัญญาณมายังอาจารย์ที่สายตาปกติว่าไม่ให้บอกว่าพระองค์คือใคร จากนั้นจะทรงใช้พระนามย่อว่า “พล” เล่นกับเด็กๆ แทน อีกทั้งยังทรงเป็นพระอาจารย์ ทรงสอนวิชาดนตรีให้แก่ผู้พิการทางสายตาอีกด้วย? นายรัชตะกล่าวและว่า นอกจากนี้ยังทรงมีพระมหา กรุณาธิคุณต่อผู้พิการทางสายตาเรื่อยมาทุกปี โดยพระราชทานเลี้ยงอาหารอาจารย์และนักเรียนผู้พิการทางสายตาที่วังพญาไท พร้อมทรงแซ็กโซโฟนพระราชทานแก่ทุกคน

นายรัชตะกล่าวต่อว่า ที่สำคัญพระองค์มีพระราชประสงค์อยากให้ผู้พิการทางสายตาทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้กับชีวิต ไม่ท้อถอยกับโชคชะตา พระองค์จึงทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงยิ้มสู้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ ผู้พิการทุกคนมีกำลังใจในชีวิตต่อไป วันนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ผู้พิการทางสายตาทุกคนที่เคย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จะมาแสดงความกตัญญู และร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ในฐานะลูกที่ดีของพ่อ จากนี้ต่อไปถึงแม้จะไม่มีพ่ออยู่แล้ว แต่พวกเราทุกคนจะน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไป

ทรงให้กำลังใจผู้พิการสายตา

ส่วน น.ส.สุชัญญา วิศรุตไภศาล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ และนายวุฒิชัย แซ่ลี้ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา ร่วมกันกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มากราบพระองค์

สองนักเรียนผู้พิการทางสายตากล่าวต่อว่า ตั้งแต่ตอนที่พวกเรายังเด็กก็ได้ทราบข่าวพระราชกรณียกิจต่างๆ จากข่าวพระราชสำนัก ทำ ให้ทราบว่าพระองค์ทรงงานหนักมาก แม้ว่าพวกเราเป็นผู้พิการทางสายตา แต่พระองค์ก็ยังทรงนึกถึงและไม่ทอดทิ้ง พระองค์ทรง พระราชนิพนธ์เพลงยิ้มสู้ เพื่อให้กำลังใจคนตาบอดด้วย ยิ่งทำให้พวกตนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

วันนี้ทั่วปท.จัด”รวมพลังภักดี”

ขณะเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่าบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่สำหรับกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดี และร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ซึ่งจัดพร้อมกันทั่วประเทศ

โดยติดตั้งระบบแสง เสียง พร้อมกับติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ 2 จอ บริเวณ ด้านซ้าย-ขวาของเวทีใหญ่ตรงกลาง สำหรับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ร่วมร้องเพลงชาติ จากนั้นนายกฯ นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนจะร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีในเวลา 08.30 น.

ถ่ายทอดสดตั้งแต่ 06.30 น.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่ารัฐบาลจัดงาน ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย นายกฯ คณะรัฐมนตรี ข้าราชการการเมืองชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดสำนักนายกฯ จะร่วมร้องเพลงชาติในเวลา 08.00 น. จากนั้นนายกฯ จะกล่าวนำถวายสัตย์ปฏิญาณแสดงความจงรักภักดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นอันเสร็จพิธี

โฆษกรัฐบาลกล่าวต่อว่า ส่วนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ผอ.สถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แยกไปจัดในรูปแบบเดียวกัน และเชิญชวนข้าราชการ พ่อค้านักธุรกิจ ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน โดยคำนึงถึงความสะดวก มิให้มีการระดม หรือเคลื่อนย้ายประชาชนข้ามพื้นที่โดยไม่จำเป็น แต่ละพื้นที่อาจพิจารณาจัดงานไปพร้อมกับรัฐบาล โดยรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศ ตั้งแต่เวลา 06.30 น. เป็นต้นไป

ทูลกระหม่อมหญิงฯเสด็จพิธี

จากนั้นเวลา 15.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จจากพระที่นั่งบรมพิมาน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร จำนวน 8 รูป สวดพระอภิธรรม

ต่อมาเวลา 16.00 น. สำนักพระราชวังยุติการให้เข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเปลี่ยนทางเข้าสักการะพระบรมศพ จากประตูมณีนพรัตน์มาเป็นประตูวิเศษไชยศรี โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศยังคงหลั่งไหลมาสักการะพระบรมศพอย่างไม่ขาดสาย เจ้าหน้าที่จัดแถวให้ประชาชนเดินเรียง 4 แถว อย่างเป็นระเบียบผ่านประตูพิมานไชยศรี ยืนตั้งแถวรอหน้าบริเวณพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก่อนเข้าสักการะพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และเดินออกทางประตูเทวาภิรมย์ โดยมีจิตอาสาคอยให้บริการเข็นรถเข็นให้ผู้สูงอายุ และผู้พิการที่เข้า สักการะพระบรมศพด้วย

เวลา 19.00 น. ม.จ.ฑิฆัมพร ยุคล ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธี ธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัด อนงคารามวรวิหาร จำนวน 8 รูป สวดพระอภิธรรม

แห่ชมรถทะเบียน ก 9999

ส่วนกรณีรถหมายเลขทะเบียน ก 9999 เชียงใหม่ พระราชพาหนะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง แล้วเปลี่ยนมาเป็นทะเบียน กก 9999 เชียงใหม่ ตามการเทียบหมวดอักษรใหม่ และชำระภาษีเรื่อยมาเป็นระยะเวลา 34 ปีนั้น ปัจจุบันพระราชพาหนะคันดังกล่าวจอดอยู่ที่สำนักงานของโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ตั้งอยู่ในหมู่ 5 ต.หนองคอไก่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ย. มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวชมโครงการอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะบริเวณบ้านพักส่วนพระองค์ เลขที่ 1 ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ สำหรับบ้านพักส่วนพระองค์นั้นปลูกสร้างแบบเรียบง่าย เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น สีน้ำตาล รวมทั้งรถยนต์ส่วนพระองค์ที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้าน เป็นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ตอนเดียว ยกสูง ทะเบียน ก 9999 เชียงใหม่ เพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่าน และถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย

สักการะ - ผู้พิการทางสายตา 300 คน จากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระ บรมมหาราชวัง เมื่อ วันที่ 20 พ.ย.

สักการะ – ผู้พิการทางสายตา 300 คน จากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระ บรมมหาราชวัง เมื่อ วันที่ 20 พ.ย.

แปรอักษร - ประชาชนกว่า 5 พันคน ร่วมกันแปรอักษรและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในกิจกรรมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระ เกียรติ จ.นครราชสีมา

แปรอักษร – ประชาชนกว่า 5 พันคน ร่วมกันแปรอักษรและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในกิจกรรมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่หน้าที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระ เกียรติ จ.นครราชสีมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน