เจ้าคุณปิง-เลขาธงชัย เผ่นด้วย ค้นกุฏิพบภาพลับสีกา"จ."สารภาพ พาพรหมเมธีหนี ประสานลาว-ล่า ชี้ซุกเวียงจันทน์ จ่อจับ5คนรู้เห็น

3 มิ.ย. 2561 - 09:00 น.

 

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ป.เค้น “สีกา จ.” จนรับ สารภาพพาอดีตพระพรหมเมธีข้ามแม่น้ำโขงหนีไปซุกประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีชาวลาวที่รู้จักกันคอยช่วยเหลือ แต่อ้างทั้งพระอาจารย์และคนขับหลังไปถึงฝั่งลาวก็มีคนมารับช่วงต่อไม่รู้นำไปกบดานที่ไหน “เจ้าคุณปิง” เลขาฯ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ก็เผ่นอีกรูป หลังตำรวจค้นกุฏิเจอภาพลับ ซุกไว้อื้อ พระธรรมสุธีรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพฯ ตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัด สระเกศและวัดสามพระยา

ประสานลาวล่าเจ้าคุณจำนงค์

จากกรณีพบรถตู้หรูโตโยต้า อัลพาร์ด ของอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด จอดทิ้งอยู่หน้ากุฏิเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ตำรวจคาดว่าลูกศิษย์พาหนีไปประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เร่งสืบสวนแกะรอย หาเบาะแสและเจรจากับทางลาว เพื่อนำตัวอดีตพระพรหมเมธีซึ่งมีเบาะแสชัดเจนแล้วว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศลาว กลับมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ส่วนการหลบหนีจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของตำรวจ พบว่ามีการหลบหนีไปตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. แต่ไม่ระบุว่าหลบหนีออกไปทางจุดไหนของชายแดน ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงในการหลบหนีตำรวจสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนแน่ชัดแล้ว เตรียมเสนออนุมัติออกหมายจับทั้งหมด 5 ราย เป็นคนไทย 3 ราย และเป็นชาวลาว 2 ราย ซึ่งเชื่อมโยงว่าช่วยเหลือในการหลบหนี

หนึ่งในจำนวน 5 ราย เป็นสีกาคนสนิทของเจ้าคุณจำนงค์ ซึ่งรอเพียงพยานหลักฐาน ชัดเจนทางตำรวจจะมีการเสนอออกหมายจับทันที ส่วนหนึ่งจากข้อมูลเบาะแสพบว่าในการหลบหนีทางเจ้าคุณจำนงค์สามารถหลบหนีได้สะดวกตามแนวชายแดน เนื่องจากมีคนสนิทที่เป็นชาวลาว ที่คอยให้การดูแลอำนวยความสะดวก เนื่องจากมีการติดต่อไปมาในฐานะลูกศิษย์ที่เคยร่วมกันทำบุญตามวัดต่างๆ ทั้งในลาว และในพื้นที่ จ.นครพนม

สีกาคนสนิทรับสิ้น

รายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว สีกา จ. วัย 50 ปี ลูกศิษย์ใกล้ชิดชาวไทย คาด่าน ตม.สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) ขณะเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมนำตัวไปสอบสวน กระทั่งยอมรับสารภาพแล้วว่า ใช้รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พาพระพรหมเมธี โดยคนขับรถและตนนั่งมาด้วย ไปรับกิจนิมนต์ที่ จ.พิษณุโลก ตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ขณะกำลังเดินทางกลับวัดสัมพันธวงศ์ ได้ข่าวว่าตำรวจเปิดปฏิบัติการไล่ล่า จึงเปลี่ยนใจไม่กลับวัดที่กรุงเทพฯ ก่อนมุ่งหน้าเบนเข็มเดินทางไปที่ จ.นครพนม เพื่ออาศัยจังหวะหลบหนีไปฝั่งลาว

แต่ สีกา จ. เป็นห่วงรถตู้ที่จอดตากแดดตากฝนทางฝั่งไทย จึงวานให้ชาวลาวที่รู้จักกัน ให้หาคนไปขับไปจอดเก็บที่ข้างโรงครัววัดป่าสุคนธรักษ์ อ.เรณูนคร เพราะรู้จักกับเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้มาก่อน กระทั่งทราบข่าวทางโทรทัศน์ว่าพระพรหมเมธีหนีหมายจับจากประเทศไทย ชาวลาวคนดังกล่าวจึงตกใจกลัวว่าหาก เจ้าหน้าที่พบว่าอยู่กับสีกา จ. อาจจะติดร่างแหไปด้วย

ต่อมาชาวลาวจึงขอร้องสีกาจ.ให้กลับประเทศไทย โดยให้คนขับรถข้ามสะพานไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) มาส่งที่ฝั่งไทยในเช้าวันที่ 31 พ.ค. ปรากฏว่ามาถึงด่าน ตม.ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคนในรถไว้ทั้งหมดและถูกตำรวจกองปราบปรามนำตัวไปสอบสวน ก่อนจะปล่อยตัวคนลาวที่ขับรถมาส่งให้เดินทางกลับฝั่งลาว หลังสอบปากคำแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี แต่เจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมตัวสีกา จ.ไว้สอบเค้นอย่างหนัก จนเปิดปากรับสารภาพดังกล่าว

อ้างมีคนรับไปอีกทอด

ส่วนพระพรหมเมธีพร้อมคนขับรถสีกา จ. อ้างว่ามีคนมารับช่วงต่อตั้งแต่ตอนสายของ วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่านำไปหลบซ่อนอยู่ที่ใด รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า สีกา จ. เจ้าแม่ตลาดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนขนาดใหญ่หลายแห่ง มีสามีเป็นคนไทย เป็นผู้ทำสัมปทานเหมืองแร่ทองคำอยู่แขวงสาละวัน ทางภาคใต้ของลาว

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนม ออกหมายจับคนขับรถพระพรหมเมธี ในฐานความผิดมาตรา 189 ผู้ใดช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนพระพรหมเมธีเชื่อว่ายังคงกบดานอยู่ในเมืองท่าแขก แขวง คำม่วน ตรงข้ามกับ จ.นครพนม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและตำรวจกองปราบฯ อยู่ระหว่างประสานตำรวจระดับสูงของประเทศลาว เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายเร่งนำตัวพระพรหมเมธี มาดำเนินคดี เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหญิงชาวลาว และสีกา จ. เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งจากกองปราบฯ บช.น. บช.ภาค 1 และสตม. ยังคงปักหลักติดตามตัวพระพรหมเมธี อยู่ที่จ.นครพนม หลังจากที่ก่อนหน้านี้พบว่าได้หลบหนีข้ามไปยังแขวงคำม่วน ประเทศลาว ล่าสุดพบเบาะแสว่า อาจหลบหนีออกจากแขวงคำม่วน โดยสงสัยว่าน่าจะมีเป้าหมายอยู่ที่กรุงเวียงจันทน์ โดยมีคนลาวเป็นผู้พาหลบหนี โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ สั่งการให้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น ผบช.สตม. และพล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับตำรวจลาวเพื่อเร่งติดตามตัวพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด

ตั้งรรท.เจ้าอาวาส 2 วัดดัง

วันเดียวกัน พระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เนื่องด้วยตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรวิหาร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ และเจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ ว่างลง

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 5 วรรค 2 แห่งกฎหมายเถรสมาคม ฉบับที่ 19 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งผู้รักษาการแทน เจ้าอาวาส ดังนั้น จึงแต่งตั้งให้พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) อายุ 54 พรรษา 32 ปัจจุบันดำรงแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และ เจ้าคณะภาค 12 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พร้อมกันนี้ ได้แต่งตั้งให้พระราชวิสุทธิดิลก (ละเอียด กิตติสุขุโม) อายุ 75 ปี พรรษา 54 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วย เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เจ้าคุณปิงก็หายตัว


ตำรวจกองปราบปรามนำหมายค้นของศาลอาญา เพื่อเข้าตรวจค้นกุฏิของพระเมธีสุทธิกร (สังคม สังฆะพัฒน์) หรืออดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อายุ 47 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่กลายเป็น ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ภายในคณะ 4 ของวัดดังกล่าว โดยใช้เวลาเข้าตรวจค้นอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง พบว่าภายในกุฏิถูกเก็บกวาดไว้อย่างเรียบร้อย เป็นระเบียบ จนเกรงว่าหลักฐานบางอย่างอาจถูกทำลายไปแล้ว แต่ก็ยังพบเอกสารจำนวนหนึ่ง จึงนำกลับไปตรวจสอบว่ามีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันยังได้ติดตามหาตัวพระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล) หรือเจ้าคุณปิง อายุ 37 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระเลขานุการส่วนตัวของอดีตพระพรหมสิทธิ เพื่อจะนำตัวไปสอบปากคำ แต่ไม่พบตัว เจ้าหน้าที่ภายในวัดบอกว่า เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.เจ้าคุณปิงยังมาปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ แต่หลังจากเมื่อวานแล้วก็ไม่พบตัวอีกเลย ไม่ทราบว่าเดินทางไปที่ใด

จากการตรวจสอบอาคารสิทธิเดช ซึ่งเป็นที่ตั้งกุฏิของเจ้าคุณปิง พบว่าถูกปิดเงียบประตูทางเข้าต้องใช้รหัสผ่าน จึงจะสามารถเข้าไปได้ ห่างไปประมาณ 20 เมตรพบประตูรั้ว สีขาวที่สามารถทะลุออกข้างวัดไปยังถนนบริพัตร ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงทราบว่าประตูดังกล่าวเป็นประตูที่พระลูกวัดและชาวบ้านใช้สัญจรไปมาเป็นปกติ ซึ่งใครก็สามารถผ่านประตูนี้ได้ทั้งนั้น โดยก่อนหน้านี้ตำรวจเคยเข้าตรวจค้นกุฏิของ เจ้าคุณปิงไปแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งพบภาพลับจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงต้องการนำตัวไปสอบปากคำยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียว กันหรือไม่ หากพบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และพบการกระทำ ความผิดกฎหมายอาญาจะต้องถูกดำเนินคดี

สำหรับเจ้าคุณปิงนั้นเป็นที่รู้กันว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีความสนิทสนมกับวงการดารา ผู้จัดละคร และวงการบันเทิง จนมีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นคนที่มีชื่อเสียงจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังเป็นผู้สนับสนุนโครงการปลูกต้นกล้ายาตราพุทธภูมิ ซึ่งเป็นโครงการบวชสามเณรของ วัดสระเกศฯ ที่มีบรรดาเด็กผู้ชายเข้ามาร่วมบวชจำนวนมากในแต่ละปีอีกด้วย ทั้งนี้ เจ้าคุณปิงถือเป็นพระดาวรุ่งคนหนึ่งของวัดสระเกศฯ ก่อนหน้าที่จะอุปสมบทจบการศึกษาด้านวิศวกรรม ศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

กระทั่งเมื่ออุปสมบทก็เข้าศึกษานักธรรมจนจบชั้นเอก พร้อมกับเปรียญธรรม 3 ประโยค และจบการศึกษาพุทธศาสนามหาบัณฑิตจากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยควบคู่กันด้วย โดยเป็นหนึ่งในพระที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์อย่างรวด เร็ว เนื่องจากบวชมาเพียงแค่ 16 พรรษาแต่ได้เป็นถึงพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ตำแหน่ง พระวิสุทธิศาสนวิเทศ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2558 โดยก่อนหน้านี้ครองสมณศักดิ์เป็นพระ ครูปลัดสุวัฒนสิทธิคุณ ทำหน้าที่พระฐานานุกรม ในพระพรหมสิทธิเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น

“ปนัดดา”จี้ถามปมจับเถระ

วันเดียวกัน ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ กรมราชทัณฑ์จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ก้าวผิดคิดพลาด?ให้โอกาสแก้ตัวใหม่” (มาตรการทางเลือกแทนการจำคุก) โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรม เป็นประธาน พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด คณะกรรมการราชทัณฑ์ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน, ศ.ณรงค์ ใจหาญ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายดล บุนนาค ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง, นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัด ประจำสำนัก งานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดกาญจนบุรี, ผศ.ดร.ปารีณา ศรีวณิชย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมเสวนา

เมื่อถึงช่วงท้ายของการเสวนาเปิดให้มีการซักถาม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผช.รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นถามวิทยากรบนเวทีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ กรณีพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่เกิดขึ้นในไทยนั้น ที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการนั้นชอบหรือไม่ชอบ เพราะเหตุครั้งนี้ทำ ร้ายจิตใจคนไทยมาก อยากขอคำตอบเพื่อให้เป็นความสบายใจของคนไทย และกล่าวเพิ่มเติมว่าไม่ได้หมายถึงท่านพระพุทธะอิสระ แต่อยากถามถึงกรณีพระผู้ใหญ่เช่นวัดสระเกศฯ หรืออีกหลายรูปที่คนไทยเคารพนับถือ

อัยการเตือนระวังทำผลีผลาม

พล.ต.อ.วันชัยตอบคำถามเป็นคนแรกระบุว่า ความรู้สึกส่วนตัวคิดไม่ถึงว่าผู้ทรงศีลในระดับต้นๆ จะมีพฤติการณ์เช่นนี้ เป็นห่วงสังคมไทยจะเอาตัวอย่างแบบไหนให้เยาวชนยึดโยง มีข่าวว่าพระมีเงินถึงร้อยล้านบาท ถามว่าอย่างเราถ้าไม่ทำธุรกิจใหญ่โตจะเป็นไปได้ไหม เคยพูดกันว่าก่อนมีเรื่องเงินทอนว่าควรต้องดูกลไกวัดว่า ได้เงินมาจากกิจการวัดตรงไหนและให้เอากลับเข้าบัญชีวัดให้หมด มีคณะกรรมการดูแลกองกลาง ถ้าทำได้แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ดีกว่าไม่มีอะไรเลยแล้วทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอย

นายน้ำแท้กล่าวว่า กรณีนี้ทราบไหมว่ามีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมภายหลังว่า พระไม่รู้เรื่องเลยในการจัดสรรงบประมาณจากสำนักพุทธ และนำเงินนี้ไปใช้จริง ไม่ใช่เรื่องเงินทอนวัดคนละเรื่องกัน ก่อนแจ้งข้อหาต้องชัด จะดำเนินคดีกับใครต้องชัดเจน ไม่ใช่ดูคร่าวๆ แล้วผลีผลามทำ รอดูเรื่องนี้ว่าเมื่อเข้าสู่ชั้นอัยการแล้วจะสั่งอย่างไร ถ้าสั่งไม่ฟ้องถือเป็นการเสียหายต่อวงการพระอย่างยิ่งใหญ่ เราอาจต้องทบทวนเรื่องการแจ้งข้อหา การจับ การสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจนกว่านี้ก่อนจับกุม ส่วนชั้นการขังก่อนพิจารณา

“ผมยืนยันว่าถ้าเขาเป็นผู้กระทำผิดจริงก็มีหลายมาตรการ แต่ถ้าเขาไม่ผิดจะไม่มีสิทธิทำอะไรเขา เขาไม่ควรต้องได้รับการกระทำอะไรเลย ก่อนจะพูดว่าจะประกันตัวหรือไม่ ควรกรองเอาคนไม่ผิดออกก่อน” นายน้ำแท้กล่าว

เผยขาดดุลพินิจการใช้อำนาจ

ด้านนายดลกล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกของพระที่บวชมาแต่เด็ก รู้ธรรมะเจริญสายพระมา 30-40 ปี แล้วต้องสึกคือการทำลายชีวิต เมื่อเราดำเนินการโดยใช้กฎหมายที่ใช้บังคับกับบุคคล และเข้าใจพนักงานที่ทำงานว่าต้องรักษามาตรฐานเดียวกันจะได้ไม่ถูกตำหนิ การบังคับใช้กฎหมายต้องเท่าเทียมกันไม่ว่าเป็นใคร ซึ่งไม่ผิดแต่ไม่ถูก เพราะต้องมีดุลพินิจ อำนาจจับเป็นของตำรวจ โดยศาลออกหมายให้ ตำรวจไม่จำเป็นต้องจับตามหมาย ถ้าเขายอมให้จับก็ไม่ต้องชูหมาย ตอนนี้เราขาดดุลพินิจการใช้อำนาจอย่างสมดุลพอดี ในมุมมอง ป.วิอาญาไม่มีกฎหมายเขียนเรื่องจับสึก

“แต่ก็มีปัญหาเรื่องสึกทางธรรมกับสึกทางโลก พระที่ไม่กล่าววาจาสึกแม้ไม่ห่มผ้าเหลืองแล้วแต่ทางธรรมยังเป็นพระอยู่ แต่ทางโลกถือว่าสึกเพื่อเข้าเรือนจำ เรียกว่าถูกจับสึก ปัญหาทางธรรมเป็นเรื่องความรู้สึกจิตใจ เวลาออกหมายจับบุคคลบางประเภท เช่น สถานทูตไม่สามารถบุกเข้าไปจับได้ แต่พระไม่ได้เขียนไว้ แล้วถ้าจะเขียนต้องเป็นวัดระดับไหน ก่อนจับต้องบอกเจ้าอาวาสไหม กฎหมายไม่มีเรื่องกระบวนการจับพระ กระบวนการตรวจค้นจับกุมต้องทำเหมือนคนธรรมดาไหม เมื่อมีคนกล่าวหาพระที่คนนับถือ ตำรวจก็ไม่มีเครื่องมืออื่นรองรับ ถ้ามีทางเปิดให้ทุกคนจะสบายใจ” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ กลาง กล่าว

อธิบดีคุกเผยสถาพ7เถระ-สุวิทย์

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงความเป็นอยู่ของอดีตพระผู้ใหญ่ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำว่า ได้รับงานว่า อดีตพระเถระทั้ง 7 คนไม่มีปัญหาอะไรเพิ่มเติม ทุกคนสบายดีและสามารถปรับตัวได้แล้ว ส่วนอดีตพระพุทธะอิสระยังมีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งยังต้องทำการรักษาต่อเนื่อง

ด้านนายกฤช กระแสทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการดูแลอดีตพระผู้ใหญ่ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำว่า ขณะนี้อดีตพระผู้ใหญ่สามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว โดยเรือนจำได้เริ่มให้อดีตพระผู้ใหญ่เปลี่ยนจากสวมกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน แต่ยังให้สวมเสื้อสีขาว มีเพียงนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธะอิสระเท่านั้นที่ยังคงสวมใส่เสื้อสีขาวและกางเกงขาสั้นสีขาว

นายกฤชกล่าวด้วยว่า ผู้ต้องขังทุกคนไม่มีอาการเครียด และเริ่มปรับตัวเข้ากับผู้ต้องขังอื่นๆ ได้แล้ว ซึ่งผู้ต้องขังที่เป็นอดีตพระทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ กิจกรรมที่ทำจึงเป็นการสวดมนต์และปฏิบัติธรรม ส่วนอาการป่วยของนายธงชัย สุขโข หรืออดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีอาการท้องเสียตั้งแต่ก่อนเข้าเรือนจำก็เริ่มดีขึ้น โรคประจำตัวเดิมก็ไม่มีผล สามารถทำกิจวัตรได้เป็นปกติ ขณะที่อดีตพระพุทธะอิสระที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นก็ยังต้องทำกายภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เจ้าคุณปิง-เลขาธงชัย เผ่นด้วย ค้นกุฏิพบภาพลับสีกา"จ."สารภาพ พาพรหมเมธีหนี ประสานลาว-ล่า ชี้ซุกเวียงจันทน์ จ่อจับ5คนรู้เห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง