โฆษกศาลแจงเมาเเล้วขับ ‘ติดคุกสถานเดียว’ จริงหรือไม่ ชี้สั่งลงโทษเป็นดุลพินิจศาล

โฆษกศาลยันเมาเเล้วขับติดคุกสถานเดียวไม่ใช่เรื่องจริง ชี้การรอลงอาญาเป็นดุลพินิจของศาล เตือนประชาชนเเชร์ข้อมูลเท็จอาจทำให้สังคมตื่นตระหนก

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจวัดแอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงการที่ประชาชนเเชร์ข้อความ “วันนี้เป็นวันแรก ของการบังคับใช้กฎหมายเมาแล้วขับ ปรับ 1 หมื่นคุก 1 เดือน ไม่รอลงอาญาไม่บำเพ็ญประโยชน์ แปลว่า…เป่าเจอ ไปติดคุกเลย โปรดทราบแจ้งเพื่อนๆ ในกลุ่มประชาสัมพันธ์ด้วยนะครับ หากรับราชการโดนไล่ออกเลยครับ” ว่า

การรณรงค์สร้างจิตสำนึกสาธารณะกรณีเมาแล้วขับถือเป็นสิ่งดี แต่ในแง่ของตัวกฎหมายจราจรที่บังคับใช้ในปัจจุบัน จากการตรวจสอบพบว่าการเเก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบก ล่าสุดในปี 2560 เเก้ไขเรื่องเกี่ยวกับปริมาณเเอลกฮอล์ สำหรับผู้ขับขี่บางประเภทหรือคำสั่ง คสช. ล่าสุดก็เป็นเรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษในชั้นศาล

ดังนั้น ส่วนที่บอกว่าหากโดนข้อหานี้เเล้วบทลงโทษจะต้องถูกจำคุกสถานเดียวนั้น จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง การสั่งลงโทษหรือให้รอการลงโทษหรือไม่นั้น จึงยังคงเป็นดุลพินิจของผู้พิพากษาตามบทบัญญัติของกฎหมาย

ส่วนข้อความที่ระบุว่า หากผู้ที่เมาเเล้วขับเป็นข้าราชการจะต้องโดนวินัยไล่ออกนั้น ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ว่าหากศาลสั่งลงโทษจำคุกเเล้วไม่ได้รับการรอลงอาญา เมื่อเป็นข้าราชการก็อาจเป็นการผิดวินัยร้ายเเรงได้ ตรงนี้ถือว่าเป็นผลต่อเนื่องจากคำพิพากษา

ซึ่งการเผยเเพร่หรือเเชร์ข้อความลักษณะดังกล่าวนั้น แม้เป็นการเผยเเพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เเต่ก็อาจมองได้สองทางคือทำให้ตื่นตะหนก หรือเป็นลักษณะป้องปรามที่ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่อย่างไรก็ตาม การเผยเเพร่เเละเเชร์เรื่องราวใดต่อนั้น ประชาชนจะต้องพึงระวังว่าอาจจะทำให้สังคมตื่นตระหนก จนกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะได้