ผอ.รพ.บ้านแพ้ว แนะใช้ผ้าปิดตา-ใส่แว่น 13 ชีวิตตอนออกจากถ้ำ

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ทหาร ตำรวจ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือหน่วยซีล กู้ภัย และอื่นๆ ที่ร่วมภารกิจปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าและผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายใน ถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ซึ่งจนถึงวันที่ 2 ก.ค. ที่นักดำน้ำชาวอังกฤษไปพบตัวทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัย อยู่บนเนินเลยหาดพัทยาเข้าไปประมาณ 400 เมตร ท่ามกลางความดีใจของเจ้าหน้าที่ ญาติของทั้ง 13 ชีวิต และคนไทยทั้งประเทศ ขั้นตอนต่อไปต้องนำน้ำออกให้หมดแล้วนำตัวเด็กออกมา ก่อนส่งพยาบาลและแพทย์เข้าไป เพื่อเตรียมความพร้อมพาทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำ

สำหรับขั้นตอนการพาทั้ง 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างหนึ่งคือ ดวงตา เนื่องจากทั้ง 13 ชีวิตอยู่ในถ้ำนานกว่า 10 วัน แถมยังต้องพักฟื้นร่างกาย ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ทำให้การออกมาด้านนอกถ้ำและเจอแสงแดดจึงอาจมีปัญหากับดวงตาได้

นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผอ.รพ.บ้านแพ้ว

ทางนพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผอ.รพ.บ้านแพ้ว ได้แนะนำถึงการดูแลดวงตาว่า สำหรับขั้นตอนการนำตัวเด็กทั้ง 13 คนออกจากถ้ำต้องระวังการเจอแดดจ้าทันที เพราะเด็กอยู่ในที่มืดสนิทมาตลอดกว่า 10 วัน ควรนำผ้าปิดตาหรือสวมแว่นกันแดดให้เด็กค่อยๆเห็นแสง หากเห็นแสงจ้าทันที ตาเด็กอาจมีภาวะรูรับแสงขยายใหญ่หรือหดตัวทันที ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดตาได้ จะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชม.เท่านั้นในการปรับสภาพดวงตา

“ต่อมาต้องตรวจว่าเด็กมีอาการติดเชื้อที่ดวงตาหรือไม่ เพราะสามารถติดเชื้อได้ง่ายมาก ยิ่งการอยู่ในถ้ำแล้วอาจสัมผัสน้ำ สัมผัสขี้ค้างคาว แล้วเอามือมาถูกดวงตา ขยี้ดวงตา ทำให้ติดเชื้อได้ แต่มักจะมีอาการไม่รุนแรง อาจจะเพียงแค่ตาแดงหรือตาอักเสบ อีกประเด็นที่อาจต้องตรวจสอบคือ เนื่องจากเด็กมีการอดอาหารเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการขาดวิตามินเอ ซึ่งมีผลต่อการมองเห็นได้ ส่วนใหญ่อดอาหารระยะเวลาประมาณนี้อาจไม่มีปัญหาเรื่องการขาดวิตามินเอ เพราะร่างการคนเราจะมีกาเก็บวิตามินเออยู่แล้วและจะดึงออกมาใช้เวลาที่ขาด แต่ต้องดูว่าพื้นฐานน้องบางคนอาจจะขาดวิตามินเอหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องให้วิตามินเอด้วย ที่สำคัญอีกเรื่องคือ ต้องไม่ให้เด็กจับโทรศัพท์ทันที เพราะแสงจากมือถืออาจจะเป็นอันตรายต้องรอให้ดวงตาอยู่ในภาวะปกติก่อน ซึ่งจะใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง” นพ.พรเทพกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน