อุ่นใจป๋าเป็นประธาน พระดำรัส ต่อองคมนตรี “ในหลวง”ขอบใจ มาช่วยกันทำงาน “ม.ราชภัฏ”ทั่วปท. จัดถวายพระพร พิธีปฏิญาณตน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำคณะองคมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.

องคมนตรีชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณฯ มีพระราชดำรัสยินดี ขอบใจที่มาช่วยงาน จะมอบภารกิจ แบ่งงานกันให้ทำในเรื่องความชำนาญของแต่ละคน ให้สอดคล้องกับนโยบายที่เกี่ยว กับสถาบันและประเทศชาติ ขณะที่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล ปฏิญาณตนแสดงความจงรักภักดี ส่วนพระราชพิธีพระบรมศพ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” นั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมาชิกราชสกุล ราชนิกุล ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศล

“ราชสกุล-ราชนิกุล”เป็นเจ้าภาพ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 ธ.ค. สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งดำเนินเป็นวันที่ 55 ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่น พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 6 ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 7 ธ.ค.นี้ เป็นวันแรกที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา และราชนิกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช

“พระเทพฯ”บำเพ็ญพระราชกุศล

ต่อมาเวลา 10.45 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์ประธานทุนจุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ เสด็จฯ ยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ทรงวางพวงมาลาทุนจุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ

ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร และถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร โดยมีสมาชิกราชสกุล ยุคล, มหิดล, จักรพงศ์, จุฑาธุช, บริพัตร, รังสิต, ศักดิเดชน์ ภาณุพันธ์, มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ เป็นเจ้าภาพร่วมในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เข้าร่วมในพระราชพิธีด้วย

ต่อมาเวลา 11.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรง บำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรม พระบรมศพ

สรุป 37 วัน-ถวายเงิน 101 ล้าน

สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา จำนวนทั้งสิ้น 35,943 คน รวม 37 วัน จำนวน 1,316,302 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 3,031,146.50 บาท รวม 37 วัน จำนวนทั้งสิ้น 101,533,747.50 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันที่ 38 ที่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชน เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศสวมชุดไว้ทุกข์เดินทางมาต่อคิว เพื่อเข้ากราบถวาย สักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ในเวลา 04.55 น. จากนั้นเปลี่ยนทางเข้าเป็นประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตน ศาสดาราม เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี

ชาวหัวหินรักพระองค์ท่าน

นางเติม นาสวาสดิ์ สมาชิกกลุ่มสตรีหนองพรานพุก ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรักหัวหินมาก และชาวหัวหินก็รักพระองค์ท่านมากเช่นกัน ช่วงที่พระองค์ประทับอยู่ที่วังไกลกังวล ในวันสำคัญๆ ชาวหัวหินจะมารวมทำกิจกรรมที่หน้าวังไกลกังวล ท่านไม่อยู่แล้วก็เงียบเหงา แต่พวกเราก็ต้องอยู่ให้ได้ จะนำพระบรมฉายาลักษณ์ที่ได้ไปใส่กรอบบูชา และปฏิบัติตามแนวทางที่พระองค์ท่านทรงสอน

ขณะที่ น.ส.ทัชชา บำเรอจิต อายุ 43 ปี รองปลัดเทศบาลตำบลคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่ามากราบถวายสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 แล้ว เคยได้รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อปีพ.ศ.2550 ขณะเสด็จฯ พระบรมมหาราชวัง ด้วยสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณ จึงพาลูกทั้ง 3 คน มากราบถวายสักการะพระบรมศพ พร้อมนำหลักคำสอนเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ การพออยู่พอกินใช้ชีวิตเรียบง่ายมาปฏิบัติเป็นตัวอย่างให้ลูก

รายการอาหารพระราชทาน

ส่วนที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น.เกี๊ยวน้ำลูกชิ้นปลา 1,500 ถ้วย กาแฟบาริสต้า 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง

มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ข้าวมันไก่ไรซ์เบอร์รี่ 1,500 จาน ข้าวพะแนงหมู 1,500 จาน ขนมจีนน้ำยากะทิลูกชิ้นปลา 1,000 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง หมูสับ 1,000 ลูก เฉาก๊วย 1,000 ถุง ขนมหวาน 1,000 ถ้วย มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวไข่พะโล้ กุนเชียง 3,000 จาน มีน้ำดื่มสมุนไพร 700 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาบริการตลอดทั้งวัน

“ราชสกุลสวัสดิวัตน์”เป็นเจ้าภาพ

ต่อมาเวลา 16.30 น. พล.ร.อ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ ในฐานะสายราชสกุลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ ในสมเด็จพระ ปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา พร้อมด้วยราชสกุลสวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร

โดยมีคณะกรรมการทุน 7 กันยายน (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคณะกรรมการอุทยาน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี, คณะกรรมการมูลนิธิพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, คณะกรรมการมูลนิธิเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์

คณะกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์, คณะกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และมูลนิธิชีวิตพัฒนา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, สมาชิก ราชสกุลนรินทรกุล (พระปฐมบรมราชวงศ์), ราชสกุลนรินทรางกูร (พระปฐมราชวงศ์) และราชสกุลเทพหัสดิน (พระปฐมบรมราชวงศ์) เป็นเจ้าภาพร่วม

ประเทศภูฏานสวดมนต์ถวาย

วันเดียวกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทยและผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม นำโดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเดินทางไปจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 7-10 ธ.ค. ณ กรุงทิมพู ราชอาณา จักรภูฏาน

ต่อมาเวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นราชอาณาจักภูฏาน ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน พร้อมผู้นำศาสนานำประชาชน ชาวภูฏาน ร่วมสวดมนต์ถวายที่อนุสรณ์สถานกลางกรุงทิมพู เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรภูฏาน โดยอัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาตั้งไว้บนอนุสรณ์สถานด้วย พร้อมทั้งจุดโคมและเทียนถวายด้วย

ปรับเนื้อหาวิชาสถาบันกษัตริย์

ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทร เทพยวรางกูร ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แล้ว จึงให้ทุกหน่วยงานปรับปรุงเนื้อหาในหนังสือเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 อาจจะพิมพ์เอกสารแทรก หรือจัดทำเอกสารประกอบ เพื่อให้ครูนำไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

นายชัยพฤกษ์กล่าวว่า ระยะต่อมาในปีการศึกษา 2560 เนื้อหาในหนังสือทุกเล่มต้องถูกต้องและสมบูรณ์เป็นปัจจุบัน โดยเพิ่มเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ในส่วน การขึ้นทรงราชย์ของรัชกาลที่ 10 และการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เข้าไปโดยระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ส่วนระดับอุดมศึกษาอยู่ในวิชาศึกษาทั่วไป และในคณะหรือสาขาวิชาที่เรียนสายสังคมศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์

กระบี่ปีติรับเสด็จ”ในหลวง”

วันเดียวกัน ที่ จ.กระบี่ นายพินิจ บุญเลิศ ผวจ.กระบี่ กล่าวว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พสกนิกรชาว จ.กระบี่ และจังหวัดใกล้เคียงจะได้มีโอกาสเฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่จะเสด็จพระราช ดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจใน จ.กระบี่ ในพิธีเปิดอาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่ หลังใหม่ ในวันศุกร์ที่ 9 ธ.ค.นี้ เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ขณะนี้ได้จัดเตรียมความพร้อมสถานที่ มาตรการรักษาความปลอดภัย และในทุกๆ ด้าน เพื่อรับเสด็จ นับเป็นจังหวัดแรกในรัชสมัยรัชกาลที่ 10 ที่เสด็จพระราช ดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ

ผวจ.กระบี่กล่าวต่อว่าทางจังหวัดเตรียมทูลเกล้าฯ ถวาย เรือหัวโทงจำลอง ผลงานฝีมือกลุ่มผลิตเรือหัวโทงจำลอง ต.คลองประสงค์ อ.เมืองกระบี่ กระเช้าผลิตภัณฑ์โอท็อป ประกอบด้วยขนมและกาแฟ จ.กระบี่ จากสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.กระบี่ กระเช้าผลไม้จากสำนักงานเกษตร จ.กระบี่ ประกอบด้วยกล้วยหอมทอง ข้าวกล้อง และกุ้งมังกร 10 ตัว ในวันที่ 9 ธ.ค. จะมีพสกนิกรมารับเสด็จไม่ต่ำกว่า 35,000 คน

ชาวราชภัฏถวายพระพร

ขณะเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัย ราชภัฏนครราชสีมา เป็นประธานประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์ และแสดงความจงรักภักดี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 10 พร้อมอ่านราชกิจจานุเบกษา ประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

ส่วนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นายไพรฑูรย์ เจริญพันธุวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พร้อมด้วย รศ.สมชาย วงศ์เกษม อธิการบดี ผู้บริหาร คณาจารย์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นักศึกษากว่า 1,500 คน ร่วมพิธีถวายคำปฏิญาณตนและถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวปฏิญาณตนแสดงความจงรักภักดี เช่นกัน

“พิบูลสงคราม-ภูเก็ต”จัดพิธี

ด้านมหาวิทยาลัยราชภักฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก นายโกวิทย์ ทรงคุณ ผู้แทนนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมทั้งอ่านประกาศราชกิจจานุเบกษา ประกาศสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ เรื่องอัญเชิญองค์พระรัชทายาท ขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10

ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ผศ.ดร.ประภา กาหยี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นำคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะผู้บริหาร บุคลากรสายวิชาการ สายสนับสนุน ร่วมกันประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรา ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาวราชภัฏอย่างหาที่สุดมิได้

องคมนตรีชุดใหม่ถวายสัตย์

เมื่อเวลา 18.49 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำคณะองคมนตรีชุดใหม่ เข้าเฝ้าฯ กราบพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ในโอกาสที่ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นองค มนตรี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

สำหรับองคมนตรีชุดใหม่ ประกอบด้วย 1.พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ 2.นายเกษม วัฒนชัย 3.นายพลากร สุวรรณรัฐ 4.นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ 5.นายศุภชัย ภู่งาม 6.นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ 7.พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข 8.พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ 9.พล.อ.ธีรชัย นาควานิช และ 10.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรา ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชดำรัสกับคณะองคมนตรีที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทว่า “ยินดีและขอบใจที่มีน้ำใจมาช่วยงาน คณะองคมนตรีในยุคนี้ปัจจุบันนี้จะได้รับการมอบภารกิจ ตลอดจนได้รับโอกาสถึงหน้าที่ที่จะให้คำแนะนำ ตลอดจนช่วยกันดำรงความมั่นคงแก่สถาบันประเทศชาติ จะมีการแบ่งงานกันให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าใครทำอะไร และในเรื่องความชำนาญของแต่ละคน จะขอคำแนะนำตลอดจนปรับความสำคัญในการทำงาน และความสามารถให้สอดคล้องกับนโยบายที่เกี่ยวกับสถาบันและประเทศชาติเพราะมีเรื่องต่างๆ ที่จะมอบให้ก็มาก ก็ขอขอบคุณ ได้ป๋ามาเป็นประธานก็คิดว่าอุ่นใจแล้ว ทุกคนเคยปฏิบัติหน้าที่ถวายในรัชกาลก่อน ก็เชื่อมือกันและทำงานได้”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "ห้องสมุดพร้อมปัญญา" ณ เรือนจำพิเศษมีนบุรี กทม. โดยมีนาย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และข้าราชการกรมราชทัณฑ์เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” ณ เรือนจำพิเศษมีนบุรี กทม. โดยมีนาย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และข้าราชการกรมราชทัณฑ์เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.
บทความก่อนหน้านี้“รานิเอรี่” จวกแข้งสำรองจิ้งจอกห่วย หลังบุกพ่ายปอร์โต้ยับ
บทความถัดไปมอบวิษณุ นั่งควบยธ.ชั่วคราว บิ๊กโด่งจ่อขึ้นรมว. บิ๊กเบี้ยว-บิ๊กโชย ก็มีชื่อในโผด้วย แบแล้วกม.พรรค