ชาวกระบี่แห่ซื้อหนังสือพิมพ์เกลี้ยงแผง เก็บข่าวประวัติศาสตร์ วันพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จฯ เป็นจังหวัดแรก ขอนแก่นขึ้นพระบรมฉายาลักษณ์ตามสถานที่ราชการ ประชาชนร่วมเทิดพระเกียรติถวายพระพรทรงพระเจริญ สนามหลวงเนืองแน่นประชาชนจากทั่วสารทิศต่อแถวเข้ากราบพระบรมศพรัชกาลที่ 9 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทช่วงวันหยุดยาว ปีติในหลวงพระราชทานอาหาร 3 มื้อแจกจ่ายพสกนิกร พระองค์โสมฯ ประทานไก่ทอดข้าวเหนียว บก.จร.จัดระบบจักรยานยนต์ จิตอาสาบริการประชาชน กทม.เปิดช่องทางพิเศษอำนวยความสะดวกผู้พิการ-สูงอายุ ราชนิกุลร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพวันที่สี่

พระเทพฯเสด็จบำเพ็ญพระกุศล

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. นับเป็นวันที่สี่ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราช ทานพระบรมราชานุญาตให้สมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา ราชนิกุลในพระบรมราชจักรีวงศ์ องคมนตรี สำนักพระราชวัง สำนักราชเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสกุลไกรฤกษ์ และผู้เข้ารับพระราชทานทุนมูลนิธิ อานันทมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ดำเนินมาเป็นวันที่ 58

โดยเมื่อเวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ มาทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้ราชสกุลฉัตรชัย ราชสกุลเพ็ญพัฒน์ ราชสกุลกาญจนะวิชัย ราชสกุลกัลยณะวงศ์ ราชสกุลสุทัศนีย์ ราชสกุลวรวุฒิ และราชสกุลรัชนี ร่วมถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัด ราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

ต่อมาเวลา 10.30 น. ม.ร.ว.วิสุทธิสวัสดิ์ วิสุทธิ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูปจากวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีราชสกุลวิสุทธิ ราชินีกุล ณ บางช้าง ราชินีกุลชูโต ราชินีกุลสวัสดิ์-ชูโต ราชินีกุลแสงชูโต ราชินีกุลบุนนาค ราชินีกุลศิริสัมพันธ์ ราชินีกุล ณ พัทลุง ราชินีกุลสุจริตกุล ร่วมเป็นเจ้าภาพ

ฟ้าหญิงเสด็จร่วมพระราชพิธี

จากนั้นเวลา 16.08 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จมาบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีคณะองคมนตรี คณะผู้บริหารและข้าราชบริพารในสำนักพระราชวังและสำนักราชเลขาธิการ ท่านผู้หญิงกุณฑี สุจริตกุล ไกรฤกษ์ และสมาชิกสกุลไกรฤกษ์ สมาชิกชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในพระราชพิธี

ประชาชนร่วมถวายเงิน 112 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้เป็นวันที่ 41 ที่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศสวมชุดไว้ทุกข์สุภาพเรียบร้อยเดินทางมาต่อแถวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืด ทุกคนยังคงอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ หลายคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ที่นำมาจากบ้านไว้แนบอกตลอดเวลา

สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 55,948 คน รวม 40 วัน มี 1,464,701 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลจำนวน 4,793,911 บาท รวม 40 วันเป็นเงินทั้งสิ้น 112,389,891 บาท

ราชินีกุลร่วมเป็นเจ้าภาพถวาย

นายจิระ ศิริสัมพันธ์ สมาชิกราชินีกุลศิริสัมพันธ์ อดีตข้าราชบริพารสมเด็จพระ เจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า เป็นความปลื้มปีติและตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่งที่ราชินีกุลเราได้รับพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็น เจ้าภาพในครั้งนี้ ในฐานะข้าราชบริพารได้เห็นในหลวง ร.9 ทรงงานมาโดยตลอด และทำทุกอย่างแม้ว่าบางเรื่องพระองค์ไม่จำเป็นต้องทำ แต่ทรงทำด้วยความรักความห่วงใย ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และสิ่งที่พระองค์ ทำไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนหรือชื่อเสียงใดๆ เป็นสิ่งที่ตนน้อมนำมาใช้ดำเนินชีวิตในเรื่องการเสียสละเพื่อส่วนรวม

นางจิตติมา ณ บางช้าง สมาชิกราชินีกุล ณ บางช้าง สืบเชื้อสายจากพระมเหสีในรัชกาลที่ 1 ที่รวมตัวกันอยู่ย่านอัมพวา จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ตนมีโอกาสถวายงานพระบรมวงศานุวงศ์โดยเฉพาะสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการแสดงโขนในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ณ อุทยาน ร.2 ทั้งนี้ในหลวง ร.9 ได้เสด็จฯ ไปปลูกต้นโพธิ์ที่อุทยาน ร.2 เมื่อนานมาแล้ว ประทับใจพระองค์ที่ทรงทำเพื่อคนไทยมาตลอด ชาวอัมพวาเป็นเกษตรกรที่ยังอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมเอาไว้ จึงยึดหลักพอเพียงตามคำสอนของพระองค์สืบมาในการดำรงชีวิต และจะนำเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์นี้บอกเล่าให้ลูกหลานฟังสืบไป

ร.9 ทรงฟื้นราชประเพณีโบราณ

นางชามานันท์ สุจริตกุล สมาชิกราชินีกุลสุจริตกุล กล่าวว่า ราชินีกุลสุจริตกุลสืบเชื้อสายจากสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา หรือเจ้าจอมมารดาเปี่ยม ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชมารดาในสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระศรี พัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีอายุนับร้อยปี ต้นราชสกุลผู้ใหญ่หลายคนเคยมีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาทใกล้ชิด ตั้งแต่เป็นผู้พายเรือให้กับพระบาทสมเด็จพระจอม เกล้าเจ้าอยู่หัวขณะทรงพระผนวช เป็นเรื่องบอกเล่าต่อเนื่องกันมาถึง ลูกหลานให้ได้ภูมิใจและยังความภักดีต่อราชวงศ์จักรี

“รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 อย่างหาที่สุดไม่ได้ พระองค์ทรงใช้พระอัจฉริยภาพของพระองค์ทำเพื่อคนไทยในทุกวงการ ทั้งฟื้นฟูพระราชพิธี ประเพณีโบราณหลากหลายประเพณีขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะกับเกษตรกรซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศ ที่แม้เทคโนโลยีโลกจะก้าวไปไกลเท่าใด ในหลวง ร.9 ก็ยังให้ความสำคัญกับชาวนาและเกษตรกรอยู่เสมอ ทรงฟื้นพระราชพิธีแรกนาขวัญขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งที่เราทำได้คือการยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต ทำความดีตามรอยพระบาทสืบไป” สมาชิกราชินีกุลสุจริตกุลกล่าว

ในหลวง ร.10 พระราชทานอาหาร

วันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ที่เต็นท์อาหารพระราชทานซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้า เวลา 07.00 น. ข้าวต้มหมูตุ๋น 1,500 ถ้วย กาแฟสด 2,500 แก้ว นม หนองโพ 2,000 กล่อง และน้ำดื่ม มื้อกลางวัน เวลา 11.00 น. กระเพาะปลา 2,000 ถ้วย ข้าวหมูแดงไข่ต้ม 1,500 จาน ข้าวผัดกุนเชียง 1,500 จาน และผัดไทยกุ้งสด 1,000 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปาหมูแดง-หมูสับ 1,000 ลูก เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำสมุนไพร 700 ลิตร มื้อเย็น เวลา 18.00 น. ข้าวต้มปลากะพงแดง 3,000 จาน และน้ำดื่มจิตรลดา

พระองค์โสม ประทานไก่ทอด

ขณะที่รถเคลื่อนที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โปรดให้เจ้าหน้าที่ทอดไก่หมักทรงเครื่องพร้อมข้าวเหนียวประทานแก่พสกนิกร โดยไก่จำนวน 1,200 ก.ก. และข้าวเหนียวจำนวน 500 ก.ก.

ปชช.แน่นขนัดสนามหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงว่า ประชาชนยังคงเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เทศกิจ และกลุ่มอาสาสมัครคอยจัดคิวอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งบริการอาหารและเครื่องดื่มระหว่างเข้าคิวเพื่อกราบสักการะพระบรมศพตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณสนามหลวง ตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางมาอย่างเนืองแน่นกว่าวันทำการปกติ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว

ลูกเสือ-เจ้าหน้าที่อาสาปลื้มปีติ

ที่บริเวณเต็นท์ ช ซึ่งเป็นจุดพักประชาชนเพื่อเตรียมเดินเข้าถวายสักการะพระบรมศพ นายโยธิน โนนวังชัย อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวัดท้องคุ้ง อ.เมือง จ.ชลบุรี ซึ่งมีหน้าที่แจกและรับบัตรคิวจากประชาชนที่ออกจากเต็นท์ไปทำธุระส่วนตัว กล่าวว่า ทางโรงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ลูกเสือ เนตรนารีสมัครใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสาเดินทางมาช่วยพี่ๆ เจ้าหน้าที่บริการประชาชนที่ท้องสนามหลวง จึงสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที เพราะยังไม่มีโอกาสเดินทางมาสักการะพระบรมศพ แม้ครั้งนี้จะไม่ได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวังแต่ก็ภูมิใจและดีใจที่ได้มีโอกาสสวมเครื่องแบบลูกเสือมาทำหน้าที่ลูกเสือซึ่งก็คือการบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคม ภูมิใจที่ได้ทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9

ด้านนายชุมพร จาดเกิด อายุ 40 ปี พนักงานเทศกิจ ส 1 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่ กทม.ทุกหน่วยจะมีกำลังพลเพียงพอต่อการดูแลประชาชน แต่รู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นจิตอาสาเข้ามาช่วยแบ่งเบาภารกิจ ยิ่งเขาเหล่านั้นเป็นเพียงเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งจะเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติ คิดดี ทำดี ยิ่งรู้สึกมีกำลังใจ และยิ่งได้เห็นประชาชนทุกเพศทุกวัยเดินทางมาถวายสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 แน่นขนัดตลอดทั้งวันทั้งคืน ยิ่งทำให้ตนและเจ้าหน้าที่ทุกคนมีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันสุดความสามารถ

เปิดช่องพิเศษผู้พิการ-สูงอายุ

ขณะที่ น.ส.ตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โดยกรุงเทพ มหานคร ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดจุดคัดกรองพิเศษสำหรับ ผู้สูงอายุและผู้พิการที่ประสงค์เข้ากราบพระ บรมศพ โดยแบ่งเกณฑ์เป็น 3 ประเภท คือ 1.อายุ 80 ปีขึ้นไป 2.ผู้สูงอายุที่มีอายุต่ำกว่า 80 ปี และร่างกายอ่อนแอหรือสุขภาพไม่ดี และ 3.ผู้พิการเด่นชัดคือมีบัตรประจำตัว ผู้พิการ ทั้ง 3 กลุ่มจะอนุญาตให้มีผู้ติดตาม 2 คน รวมเป็น 3 คน อีกทั้งยังจัดเจ้าหน้าที่คอยช่วยเข็นรถวีลแชร์ด้วย โดยให้เข้าช่องทางพิเศษเต็นท์ 13 ด้านหลัง ถ.พระมหาธาตุ รอบละ 5 คน พร้อมจัดบริการดูแลด้านอาหาร น้ำดื่ม และห้องสุขาเป็นพิเศษ สมาคมชมรมองค์กรกลุ่มคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ประสงค์จะเข้ากราบพระบรมศพเป็นคณะให้ติดต่อผ่านจังหวัด หรือทำหนังสือแจ้งมาที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมกิจการผู้สูงอายุ โทร. 08-1174-4936 และ 08-1613-2324 ผู้ที่มีโรคประจำตัวให้จดข้อมูลโรคประจำตัว การแพ้ยา รวมทั้งเบอร์โทร ศัพท์ที่สามารถติดต่อญาติเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน

บก.จร.จัดระบบจยย.จิตอาสา

ที่เต็นท์ ทก.ทหารอาสา กองบังคับการตำรวจจราจร ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ร่วมกันเปิดโครงการ “อาสาร่วมใจ ทำดีเพื่อพ่อ” โดยมีตัวแทนกลุ่มปลดแอกสองล้อ กลุ่มวินรถจักรยานยนต์ ประชาชนทั่วไป นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครบริการรับส่งประชาชนกับโครงการแล้วกว่า 50 คัน

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า อาสาสมัครทุกคนจะมีเสื้อกั๊กสีดำ มีประวัติแจ้งไว้กับ บก.จร. สามารถตรวจสอบได้ ทุกคนจะได้รับบัตรที่ บก.จร.ออกให้ โดยอาสาสมัครจะมีหน้าที่รับส่งประชาชนฟรีไปตามจุดต่างๆ โดยสามารถใช้บริการได้บริเวณจุดบริการ ข้างกระทรวงกลาโหม ประตูเทวาภิรมย์ หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ บก.จร.ยังจัดตำรวจจราจรจิตอาสารับส่งประชาชนอีกด้วย

อดีตน.ร.ทุนฯตื้นตันในชีวิต

เวลา 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่คณะรัฐมนตรีร่วมเป็นเจ้าภาพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยมีพระสงฆ์จากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ร่วมพิธี

น.ส.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา อายุ 35 ปี สมาชิกชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล หนึ่งในผู้ร่วมฟังสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับพระราชทานทุนการศึกษาปี พ.ศ.2545 ไปศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์ ระดับปริญญาโทและเอกที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐ อเมริกา กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจและถือเป็นที่สุดในชีวิตที่ได้รับโอกาสอันสำคัญสุดในชีวิตเช่นนี้ และอยากมอบโอกาสนี้แก่ผู้อื่นต่อไปด้วยการทำหน้าที่เป็นอาจารย์ให้ความรู้ประชาชน การได้มากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งหนึ่งถือเป็นความตื้นตันอย่างมาก

ตรัส”ทุกคนเป็นเด็กของในหลวง”

ด้าน รศ.ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ อาจารย์ประจำภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยา ลัยเกษตรศาสตร์ นักเรียนทุนอานันทมหิดล ปี 2527 กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด ขอจดจำไปตลอดชั่วชีวิตที่ครั้งหนึ่งได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงจนศึกษาจบปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์ เนีย เดวิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงนั้นถือเป็นเวลาที่วิเศษที่สุดอีกครั้งในชีวิต เพราะทุกปีนักเรียนทุนอานันทมหิดลจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราช ทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ยังจดจำบรรยากาศและความรู้สึกได้ดี ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะรับสั่งกับพวกเราอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองนาน 2-3 ชั่วโมง สิ่งที่พระองค์รับสั่งและประทับใจมากที่สุด คือ “พวกเราทุกคนเป็นเด็กของในหลวง” ทรงอยากให้พวกเรานำความรู้มาช่วยพัฒนาประเทศชาติ เพื่อให้คนไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะยึดมั่นตามที่ทรงสอนสั่งตลอดไป ด้วยการพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้า ตามหน้าที่เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์

น.ส.สมหญิง พัฒน์ธีรพงศ์ อายุ 42 ปี อาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกแพทยศาสตร์ ปี 2543 ไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นโอกาสให้ ตัวเองไม่ใช่เพียงได้เรียนจบในระดับสูงเท่านั้น แต่ยังได้นำความรู้ที่เล่าเรียนจากต่างประเทศมาต่อยอดสอนนิสิตนักศึกษาในประเทศไทย ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสมาร่วมเป็นเจ้าภาพในพระราชพิธีและฟังสวดพระอภิธรรมพระบรมศพในวันนี้

ในหลวงเสด็จพิธีวันรัฐธรรมนูญ

เวลา 18.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปที่หน้าอาคารรัฐสภา ถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2559 โอกาสนี้ทรงวางพุ่ม ดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากนั้นประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล เมื่อพระสงฆ์ 15 รูป เจริญพระพุทธมนต์จบ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่ผู้เป็นประธานสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์

นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา คณะรัฐมนตรี ประเคนจตุ ปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์รูปต่อไป ตามลำดับ

จากนั้น ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ชาวกระบี่แห่ซื้อนสพ.เกลี้ยงแผง

ที่จ.กระบี่ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามแผงจำหน่ายหนังสือพิมพ์ในจ.กระบี่ว่า เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนทยอยมาเลือกซื้อหนังสือพิมพ์ที่วางจำหน่ายประจำวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559 ทุกฉบับ ที่ลงข่าวพาดหัวหน้าหนึ่ง รายงานข่าวสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพิธีเปิดอาคารศาลากลางจังหวัดกระบี่หลังใหม่เป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางพสกนิกรชาวกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงเฝ้าฯรับเสด็จเนืองแน่น โดยส่วนใหญ่ซื้อคนละไม่ต่ำกว่า 2 ฉบับ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และแจกจ่ายญาติพี่น้อง คนรู้จัก

นายอดิศร เหล่าติวานนท์ เจ้าของร้านวารสารทอง กล่าวว่าหลังจากหนังสือพิมพ์ฉบับวันนี้วางแผงเมื่อช่วงเช้า มีประชาชนเดินทางมาซื้อหนังพิมพ์กันจำนวนมาก บางคนที่ไม่เคยซื้อหนังสือก็มาซื้อไป คนละอย่างน้อย 2 ฉบับ หรือซื้อหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเกี่ยวกับรัชกาลที่ 10 ทุกฉบับ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก คาดว่าไม่เกินเที่ยงคงจะขายหมดเกลี้ยง ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยหนังสือพิมพ์หลายฉบับลงภาพข่าวชาวกระบี่ปลื้มปีติ ในหลวงร.10 เสด็จฯกระบี่

นายประพันธ์ วิยาสิงห์ อายุ 43 ปี อาชีพขับรถรับจ้างกล่าวว่า ตนมาซื้อหนังสือพิมพ์รวม 3 ฉบับ เก็บไว้เป็นที่ระลึกให้ชนรุ่นหลังได้รู้ว่าจ.กระบี่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่ จ.กระบี่ เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย

ขอนแก่นขึ้นพระบรมฉายาลักษณ์

ที่จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานที่ราชการต่างๆ ติดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ หลังเสด็จขึ้นทรงราชย์เป็น พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี โดยที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ติดตั้งป้ายพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย วรางกูร รัชกาลที่ 10 ขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับที่โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ที่ติดตั้งไว้บริเวณอาคารเรียนชั้น 3 และชั้น 4 ฝั่งถนนประชาสโมสร ขณะที่ด้านข้างอาคารติดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่ามกลางความสนใจของชาวขอนแก่นที่ต่างพากันยกมือไหว้ทุกครั้งเมื่อขับรถผ่านในจุดดังกล่าวเพื่อถวายการเทิดพระเกียรติ

ปีติในหลวงร.10ทรงราชย์

นางวรุณพร นาทันริ อายุ 59 ปี ชาวขอนแก่น กล่าวว่าทุกครั้งที่ขับรถผ่านพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังน้ำตาไหลตลอด เพราะยังจดจำพระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจของพระองค์ในด้านต่างๆ นานัปการที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย และในช่วงของการไว้ทุกข์จะยังคงร่วมแสดงความอาลัยโดยตลอด แต่เมื่อเปลี่ยนผ่านรัชกาลในปัจจุบันตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวไว้ชัดเจนว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยจะไม่สามารถเว้นว่างได้แม้แต่วันเดียว จากการติดตามข้อมูลข่าวที่ปรากฏและเผยแพร่นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นทรงราชย์นับตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

“ทุกวันที่ขับรถผ่านสถานที่โดยเฉพาะหน่วยงานราชการใน จ.ขอนแก่น ที่ล้วนต่างทยอยติดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 10 กันแล้ว ตนเองและครอบครัว จะกล่าวคำว่าทรงพระเจริญ เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และเฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาโดยตลอด โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดพิธีอัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นครองราชสมบัติ สืบเป็นรัชกาลที่ 10 และพระองค์ทรงรับการกราบบังคมทูลเชิญ เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 เฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สร้างความปลาบปลื้มให้ตนเองและครอบครัวอย่างมาก” นางวรุณพรกล่าว และว่าในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์ อย่างเป็นทางการ ตนและครอบครัวตั้งใจว่าจะเดินทางไปที่ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมชมพระบารมีของพระองค์ท่านในวันดังกล่าวด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน