เมียเก่าโร่ให้การตร. ปม 3 เส้า ไม่รู้เรื่อง”โก้ “ฆ่าเชอรี่

อดีตพ่อตากับเมียเก่า “ไอ้โก้” โร่พบตร. ให้การยันไม่รู้เห็นเรื่องฆ่า “ไฮโซเชอรี่” ระบุเคยอยู่กินด้วยกัน 8 ปี มีลูก 4 ขวบ เลิกราได้ปีกว่า เพราะผัวเก่าไปคบหากับผู้ตาย จึงยอมถอยออกมา แต่ยังติดต่อส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้ วอนไอ้โก้มอบตัว ขณะที่ตร.ได้เบาะแสเผ่นจากกาสิโนเขมร มุดกลับฝั่งไทย อาจหนีไปบ้านเกิดที่ชัยภูมิ ออกหมายเรียก “น้องชาย” สงสัยเป็นคนพาหนี แฉเหตุฆ่า ทะเลาะกันบ่อยกับผู้ตาย เรื่องส่งเงินเลี้ยงดูแลเมียเก่า อาจบันดาลโทสะ อารมณ์ชั่ววูบก่อเหตุ

จากกรณี น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจสาวไฮโซ ถูกฆ่าทุบหัวเป็นศพในห้องพักโรงแรม ต่อมาตำรวจออกหมายจับนายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี หนุ่มคนสนิท มีภาพวงจรปิดเป็นหลักฐานว่าอยู่กับผู้ตายก่อนมีผู้มาพบศพ จากนั้นนายโก้ขับรถเบนซ์ของผู้ตายไปจอดทิ้งไว้ที่ อ.โป่งน้ำร้อน แล้วข้ามไปบ่อนกาสิโนฝั่งกัมพูชา ตำรวจประสานทางการกัมพูชาเพื่อเร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนสาเหตุสังหารนั้น คาดว่ามาจากปัญหาเรื่องเงินของนาย อัศยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่สน.โชคชัย นายดำรงค์ ประภาสะวัติ อดีตพ่อตานายอัศยา หรือโก้ ชัยภา พร้อมด้วยน.ส.รุจี ประภาสะวัติ อายุ 31 ปี ลูกสาว ซึ่งเป็นอดีตภรรยานายอัศยา เข้าพบ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนให้มาพบในฐานะพยานคดี

นายดำรงค์กล่าวว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้นกับการตายของน.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ หากนายโก้ดูข่าวนี้ ขอให้เข้ามามอบตัวโดยด่วน เพราะสงสารครอบครัว ผู้ตาย นายโก้อยู่กินกับลูกสาวตนนาน 8 ปี มีลูกด้วยกันอายุ 4 ขวบ ช่วงที่อยู่ด้วยกันเคยเห็นนายโก้ทะเลาะกับลูกสาว แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกาย หาเงินเลี้ยงดูเป็นอย่างดี พักหลังลูกสาวทราบว่านายโก้มีคนอื่น จึงยอมถอยออกมา แต่ก็ยังส่งเสียอยู่

ส่วนน.ส.รุจี อดีตภรรยานายโก้กล่าวว่า เคยมีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับลงไม้ลงมือกัน ก่อนจะเลิกรากันไปประมาณ 1 ปี เพราะนายโก้มีคนอื่น หลังจากนั้นก็ติดต่อกันเฉพาะเรื่องลูกเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอไม่ตอบ เพราะให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว และผู้ตายเองก็ทราบว่าตนเป็นภรรยาเก่านายโก้ แต่ผู้ตายก็ยืนยันที่จะคบกัน จึงต้องยอมถอยออกมา ส่วนเรื่องการพนันนั้นไม่ทราบ เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน นายโก้ไม่เคยมีพฤติกรรมเช่นนั้น ขอให้นายโก้เข้ามอบตัว เพราะยังอยากให้นายโก้มีชีวิตอยู่ และยืนยันว่าจะพาลูกไปเยี่ยมแน่นอน

ขณะเดียวกัน นายบัณฑิต ตั้งวิบูลย์พานิชย์ อายุ 30 ปี น้องชาย น.ส.ธิติมา เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย พร้อมทั้งนำเอกสารธนาคารมามอบให้ โดยนายบัณฑิตกล่าวว่าหลังจากไปอายัดบัญชีพี่สาวที่ธนาคารแล้ว พบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีบริษัทเข้าบัญชีนายโก้หลายครั้ง รวมเงินหลายแสนบาท

ขณะที่ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ ผบก.น.4 กล่าวว่าขณะนี้ออกหมายเรียกน้องชายนายโก้ให้มาพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน เนื่องจากมีภาพปรากฏว่านั่งรถไปกับนายโก้หลังจาก ก่อเหตุ ถ้าไม่มาพบจะออกหมายเรียกอีกครั้ง ถ้าไม่มาอีกจะออกหมายจับฐานเป็นผู้สนับสนุน ให้ผู้ต้องหาหลบหนี และถ้ามีผู้อื่นเกี่ยวข้องก็จะออกหมายเรียกเพิ่มเติม แต่ขณะนี้ยังไม่มี ส่วนเรื่องการติดตามจับกุมตัวนายโก้นั้น ตำรวจยังคงติดตามอยู่ และทราบว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายโก้ติดต่อกับภรรยาเก่าเป็นครั้งสุดท้าย โดยฝากให้ดูแลลูกด้วย

รายงานข่าวจากชุดคลี่คลายคดีแจ้งว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบเบาะแสว่า นายโก้ทราบข่าวการติดตามตัวจากฝั่งไทย จึงเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมกาสิโน คาดว่าอาจหลบหนีกลับมายังฝั่งไทย โดยใช้ช่องทางธรรมชาติ และอาจหลบหนีไปบ้านเกิด จ.ชัยภูมิ

ข่าวแจ้งด้วยว่าสำหรับบุคคลที่ติดตามนายโก้ ตามภาพวงจรปิดโรงแรมที่กัมพูชานั้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นน้องชายนายโก้ และขณะนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ ทางตำรวจจึงออกหมายเรียกให้มาพบ หากตรวจสอบพบว่ามีส่วนรู้เห็น ทั้งเรื่องการขับรถพาหลบหนี หรือไปกดเงินของผู้ตายมาใช้ ก็จะมีความผิดและถูกดำเนินคดีเช่นกัน

ส่วนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รองผบช.น. พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รองผบก.น.4 และชุดสืบสวนบก.น.4 ประชุมติดตามความคืบหน้าคดี โดยมีรายงานข่าวแจ้งว่าฝ่ายสืบสวนตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายโก้ พบว่ามีน้องชายทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ จ.นครราชสีมา ขาดงานมาแล้วหลายวัน โดยข้อมูลยืนยันได้ว่าน้องชายพานายโก้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งผ่านทางคนดูแลบ่อนกาสิโนประเทศกัมพูชา ใช้วิธีเข้าไปแบบผู้เล่นวีไอพี แต่ขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่กาสิโนแล้ว และอาจออกหมายจับน้องชายนายโก้ด้วย

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการตรวจสอบยังพบว่า นายโก้โทร.ติดต่ออดีตภรรยาถึง 3 ครั้ง ก่อนจะข้ามไปกัมพูชา ลักษณะเหมือนสั่งเสีย แม้จะเลิกกับภรรยาเก่าแล้ว แต่นายโก้ยังส่งเสียเลี้ยงดู ให้เงินเดือนละ 27,000 บาท ซึ่งประเด็นนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้ น.ส.เชอรี่ ผู้ตายไม่พอใจ มีปากเสียงกับนายโก้หลายครั้ง จนกระทั่งล่าสุดอาจเป็นไปได้ว่าทะเลาะกันเรื่องนี้อีก แล้วนายโก้บันดาลโทสะ อารมณ์ชั่ววูบก่อเหตุถึงตาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน