ตร.กดดันเพิ่มธรรมกาย ฟัน 98 คดี ศาลอนุมัติหมายค้นอีก หลัง ตร.ปทส.ขออนุมัติเข้าตรวจสอบขุดบ่อบาดาลไม่ได้รับอนุญาต ศรีวราห์ประสานกฟภ.ตัดไฟในวัด เตรียมเดินหน้าต่อขอตัดน้ำประปาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่กรมธนารักษ์เข้าชี้จุดรุกล้ำพื้นที่ราชพัสดุในการก่อสร้างประตู ขณะที่บรรยากาศรอบวัดเป็นไปอย่างเคร่งเครียด พระ-ลูกศิษย์ปักหลักสวดมนต์หน้าประตูต่างๆ ดีเอสไอใช้โดรนบินวนเก็บข้อมูล
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 15 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงการดำเนินการกับพระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังศาลจังหวัดสีคิ้ว อนุมัติหมายจับ คดีบุกรุกพื้นที่ป่าก่อสร้าง ศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา และอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องฐานร่วมฟอกเงิน-รับของโจร ทุจริตสหกรณ์ยูเนียนคลองจั่น ว่า ทุกวันนี้เรื่องของธัมมชโย ตำรวจก็ดำเนินการอยู่ ส่วนปัจจุบันมีการนำมวลชนเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องของทางวัด กฎหมายให้อำนาจแค่ไหนก็แค่นั้น ตำรวจทำตามกฎหมาย ส่วนจะมีการตรวจสอบมวลชนที่เข้ามาว่านำสิ่งของผิดกฎหมายมาด้วยหรือไม่นั้น เรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาทำอยู่แล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่าศาลได้อนุมัติหมายค้น วัดพระธรรมกายอีกครั้ง หลังจากพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการ กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบวัดพระธรรมกาย หลังพบความผิดขุดบ่อบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ยังพบความผิดเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องอาทิ พ.ร.บ. อาคารฯ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ. สาธารณสุข ช่วงบ่ายพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เดินทางเข้าพบนายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อประสานขอตัดไฟภายในวัดพระธรรมกายเนื่องจากทำผิดกฎหมายดังกล่าว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อยู่ในกระบวนการ ตัดน้ำประปาด้วย ซึ่งมีรายงานว่าในเวลา 17.00 น. รองผบ.ตร.เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง หน่วยที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ทั้งนี้มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนสำนัก งานตำรวจแห่งชาติได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่วัดพระธรรมกายและผู้เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายจากกรณีพบการกระทำความผิดต่างๆ รวม 43 คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประตู 7 ฝั่งถนนบางขันธ์-หนองเสือ ซึ่งมีผู้สื่อข่าวมาเฝ้าทำข่าวต่อเนื่อง โดยทางวัดพระธรรมกายยังเปิดประตูข้างเดียวให้ประชาชนเข้า-ออกภายในวัด โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในวัด ส่วนประตู 5-6 ถนนเลียบคลองแอน 2-3 ทางเข้าประตู 6 มีพระสงฆ์นั่งสวดมนต์อยู่ภายในเต็นท์ และก็ยังเปิดประตูให้รถประชาชนเข้าไปทำบุญข้างเดียวเช่นกัน ส่วนประตู 5 ทางวัดกางเต็นท์ให้ประชาชนมานั่งสวดมนต์อยู่ตลอด และมีการตรวจบัตรลูกศิษย์ที่เข้า-ออก ตลอดเวลา
เมื่อเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ นำโดรนถ่ายภาพทางอากาศรอบวัดพระธรรมกาย คาดว่าเพื่อเก็บข้อมูลเมื่อผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บอุปกรณ์ใส่รถและหลบผู้สื่อข่าวไป
ต่อมาเวลา 14.00 น. กรมทรัพยากรและ น้ำบาดาล พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจการใช้น้ำบาดาล หลังทราบว่ามีการลักลอบ ใช้น้ำบาดาล บริเวณมูลนิธิธรรมกาย ภายใน วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
โดยเข้าประตู 8 ถนนเลียบคลองสอง ตรงข้ามถนนสีขาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จอดรถไว้ที่บริเวณนอกวัดหน้าประตูทางออกและเดินเข้าไปภายในวัดโดยผ่านเจ้าหน้าที่และรปภ.ของวัด พร้อมพระสงฆ์ของวัดพระธรรมกายได้นำเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรและน้ำบาดาล เข้าไปตรวจสอบบ่อเก็บน้ำบาดาล 1 บ่อ
สำหรับการตรวจสอบพบว่า 1.มีใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ตามแบบ นบ.4 ใบอนุญาตเลขที่ 1-40236-0065 ให้ไว้แก่มูลนิธิธรรมกายเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เจาะน้ำบาดาล ณ ที่โฉนดที่ 192 ถนนคลองหลวง (ก.ม. 2.6) ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมีเงื่อนไขให้ใช้เพื่ออุปโภคบริโภค จำนวน 1 บ่อ หมายเลข 3602-0065 ใบอนุญาตออกให้เมื่อ 13 กันยายน 2536
2.ใบอนุญาตเจาะน้ำบาดาล ตามแบบ นบ.4 ใบอนุญาตเลขที่ 1-40236-0064 ให้ไว้แก่มูลนิธิธรรมกายเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เจาะน้ำบาดาล ณ ที่ โฉนดที่ 185 ถนนคลองหลวง (ก.ม. 2.6) ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุม ธานี โดยมีเงื่อนไขให้ใช้เพื่ออุปโภคบริโภค จำนวน 1 บ่อ หมายเลข 3602-0064 ใบอนุญาตออกให้เมื่อ 13 กันยายน 2536
ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง อายัดบ่อน้ำบาดาลพร้อมอุปกรณ์ไว้เป็นของกลางตามคดีอาญาที่ 2168/2559 ห้ามใช้ ห้ามเคลื่อนย้ายหรือกระทำการใดๆ ให้สูญหาย เสียหาย หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมายและถูกดำเนินคดีต่อไป
ต่อมาเวลา 17.00.น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.คลองหลวง พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางมาพร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.รอง.ผบช.ภ1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รรท.ผบก.ส.4 ได้เรียกประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามวางแผนดำเนินคดีพระธัมมชโย โดยทันทีที่เดินทางมาถึง พล.ต.อ. ศรีวราห์ ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ จากนั้นจึงเดินเข้าห้องประชุมชั้น 3 ทันที
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายเพิ่มเติมเป็น 43 คดี แล้วโดยที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินคดีบุกรุกป่าที่ศาลได้ออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ ซึ่งแยกออกเป็น 7 กลุ่มคดีมีดังนี้
1.คดีการบุกรุกโดยการสร้างสะพานข้ามคลองต่างๆ รอบวัดพระธรรมกาย การเอาตู้คอนเทนเนอร์ตั้งกีดขวางทางสาธารณะ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ. ป่าไม้ รวม 10 คดี
2.คดีการขับรถตู้, รถบัส, รถสาธารณะ นอกเขตเส้นทางที่ได้รับอนุญาต ความผิดตาม พ.ร.บ.ขนส่ง รวม 19 คดี
3.คดีกีดขวางทางจราจร การนำแท่งซีเมนต์เสาเข็ม วางขวางเส้นทางถนนเลียบคลองแอน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนที่ใช้เส้นทาง ความผิดตามพ.ร.บ.จราจร และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 229 โทษจำคุก 5 ปี
4.คดีทำให้เสียทรัพย์ การโรยตะปูเรือใบ ในเส้นทางการตรวจตรารอบวัดของเจ้าหน้าที่ ที่ตรวจสอบความเรียบร้อย รวม 2 คดี
5.คดีหมิ่นประมาท ที่ นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน อดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ แจ้งความเอาผิดกับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่แถลงข่าวกล่าวหาว่านายวิฑูรย์ ซึ่งเป็นผู้วิเคราะห์แผนที่ทางอากาศ นำมาซึ่งการออกหมายจับพระธัมมชโย ในคดีบุกรุกป่า ว่า ไม่ได้มีคุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์แผนที่ทางอากาศ และไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญศาล รวม 1 คดี
6.คดีการสร้างอาคารชุดในวัดพระธรรมกายรวม 7 อาคาร โดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 7 คดี
7.คดีการขุดบ่อบาดาลในวัดพระธรรมกายโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีกับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายกับพวก ในความผิดฐานยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2) ในกรณีที่นายองอาจได้แถลงจุดยืนของคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย 9 ข้อ
ภายหลังสอบปากคำผู้ร้องและตรวจสอบเอกสารต่างๆ แล้ว พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด พร้อมกับไปขออำนาจศาลอาญาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว โดยศาลอนุมัติหมายจับนายองอาจ ในความผิดข้อหาดังกล่าวแล้ว โดยในเรื่องดังกล่าวได้มีการรายงานความคืบหน้าต่อพล.ต.อ.ศรีวราห์ เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไปแล้ว
พบความผิดเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.อาคารฯ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.สาธารณสุข ซึ่งที่ประชุมอยู่ระหว่างหารือขั้นตอนดำเนินการ ต่อไป ล่าสุดทางพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนการประชุมในวันนี้คือปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดีบุกรุกนำสายไฟฟ้ารุกล้ำที่ทางสาธารณะ 7 คดี สรุปก่อนหน้านี้ 43 คดี เพิ่มเติมอีก 55 คดี ซึ่งรวมทั้งหมด 98 คดี

