เณรสุดวิกฤต ผ่าสมองไม่ได้! เหยื่อ ‘หลวงตา’โหด แม่หวังปาฏิหาริย์-เอาเรื่องถึงที่สุด

สามเณรน้อยอาการวิกฤต แพทย์ไม่สามารถผ่าตัดได้ต้องประคองอาการด้วยการให้ยาเท่านั้น จะรอดหรือไม่อยู่ที่ร่างกาย ขณะที่แม่เด็กหวังมีปาฏิหาริย์ ถึงแม้พิการจะขอเลี้ยงดูเอง ยันเอาเรื่อง หลวงตา ถึงที่สุด ด้านพ่อเณรมาถึงแล้ว ลั่นไม่อโหสิ เผยเลิกภรรยามาปีกว่า มีลูกด้วยกัน 2 คน ไม่เคยรู้มาก่อนว่านำลูกไปบวช

จากกรณีสามเณรวัฒนพล สีสวัสดิ์ หรือดิว อายุ 9 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 47/12 หมู่ 4 ต.ท่ามะกา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ถูกพระศุภชัย สุทธิญาโน อายุ 64 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ลูกแก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บอาการโคม่า ต้องนอนไอซียู พบแขนหัก 2 ท่อน เลือดคั่งในสมอง เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ต่อมาวันที่ 19 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวพระศุภชัย และนำตัวไปให้เจ้าอาวาสวัดลูกแก เจ้าคณะตำบลสึก พร้อมกับนำตัวมาดำเนินคดี ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส เจ้าตัวสารภาพ เป็นพระพี่เลี้ยงของสามเณร อ้างโมโหเณรดื้อ ชอบแอบไปเล่น คว้าไม้ฟาดจนน่วม หมอแจ้งญาติให้ทำใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

หลวงตา / ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี นางสุกัญญา ตุ้นฮิ้น อายุ 33 ปี และนายวัฒนา สีสวัสดิ์ อายุ 36 ปี มารดาและบิดา รวมทั้งญาติๆ ของสามเณรดิวยังคงเฝ้าติดตามอาการลูกชายที่หน้าห้องไอซียูอย่างใกล้ชิด ด้วยความเป็นห่วง

นางสุกัญญาเปิดเผยว่า ล่าสุดแพทย์ได้แจ้งอาการของสามเณรดิวลูกชาย ว่าความดันลดลง หายใจเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอด ซึ่งตนก็ได้แต่หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ช่วยให้ลูกฟื้นขึ้นมา ถึงแม้จะฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต และอยู่กับตนได้ไม่นานนักก็ตาม แต่ตนคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออก เพราะไม่สามารถทำใจได้ ส่วนเรื่องคดีความก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการกับผู้กระทำผิด ซึ่งอดีตหลวงตาศุภชัยก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำร้ายลูกของตนจริง ซึ่งตอนนี้ตนก็จะขอทำหน้าที่ของแม่ให้ดีที่สุด ในช่วงวาระสุดท้ายของลูกที่ลูกจะได้อยู่กับเรา

ทั้งนี้ครอบครัวมีฐานะยากจน เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ลูกชายจึงอาสาที่จะบวชเรียนภาคฤดูร้อน เพื่อให้ครอบครัวสบายขึ้น ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ตนพยายามที่จะทำใจ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันมาก จึงรับไม่ได้ที่ลูกจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตแล้ว สำหรับสามเณรดิวลูกชาย มีนิสัยซุกซนตามประสาเด็ก ซึ่งตนก็ได้แจ้งอดีตหลวงตาศุภชัยไปแล้วว่า สามเณรลูกชายชอบเล่นไฟ ซึ่งที่ผ่านมาอดีตหลวงตาศุภชัยก็มักจะลงโทษด้วยการตี ทำให้มีบาดแผลบ้าง แต่ในครั้งนี้ถือว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ด้านนายวัฒนาเปิดเผยว่า ตนและนาง สุกัญญาแม่ของสามเณรดิวแยกทางกันมานานกว่า 1 ปี แล้ว มีบุตรชายด้วยกัน 2 คน คือสามเณรดิวและสามเณรวัย 5 ขวบ ก่อนที่ลูกจะมาบวช ยอมรับว่าตนไม่เคยทราบมาก่อน เมื่อทราบข่าวตนรู้สึกเสียใจ และยังทำใจไม่ได้ที่ลูกชายถูกกระทำเช่นนี้ แต่ก็คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว ยอมรับว่าตนไม่ค่อยมีเวลามาดูแลลูก แต่ก็ได้มาหาลูกเมื่อมีเวลาว่าง คงต้องโทษตัวเอง การที่พ่อแม่แยกทางกันอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

ตนคงไม่อโหสิกรรมให้อดีตหลวงตา ศุภชัย ซึ่งหากอดีตหลวงตาศุภชัยไม่สามารถดูแลลูกของตนได้ก็น่าจะบอกให้ทราบ ไม่น่าจะลงมือทำร้ายขนาดนี้ เมื่อครั้งที่ไปเยี่ยมลูกชายก็พบว่ามีอาการซึมเศร้า และร้องอยากกลับบ้านตลอดเวลา ก็ได้สอบถามลูกว่าเป็นอะไร ลูกก็ตอบว่าถูกหลวงตาตี แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อลูกทำผิดก็จะต้องถูกทำโทษเป็นเรื่องธรรมดา ตนคงไม่ตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจออกในตอนนี้ เพราะยังทำใจไม่ได้ อยากรอดูอาการอีกสักระยะ แต่หากไม่ไหวจริงๆ ถึงที่สุดแล้วก็คงจะต้องยอมทำใจ เพราะหากยื้อต่อไปอาจไม่มีประโยชน์กับลูก

“ครั้งนี้ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุไปมาก เหมือนจะฆ่ากันให้ตาย ทั้งๆ ที่ลูกผมเป็นเด็กตัวแค่นี้ ซึ่งหากมีการไกล่เกลี่ย ผมจะไม่ยอมความโดยเด็ดขาด และจะเดินหน้าเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ดำเนินการในเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด และขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวผมด้วย ขอให้อดีตหลวงตาศุภชัยได้รับกรรมที่เขาก่อไว้ในครั้งนี้” นายวัฒนากล่าว

ด้านร.ต.อ.อำนาจ จันทร์บุตร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลูกแก จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน ประกอบการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา นพ.กิตติ อินทราสุขพร รองผู้อำนวยการ ฝ่ายการแพทย์ พร้อมด้วยนพ.วสุ ศรีวสุรา ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงอาการของสามเณรดิวโดยมีนางจันทร์จิรา พัฒนศิริ รักษาราชการแทน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วม

นพ.กิตติเผยว่า คนไข้ได้รับการส่งตัวมาจากโรงพยาบาลมะการักษ์ ช่วงคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พบประวัติถูกทำร้ายร่างกาย มีรอยฟกช้ำหลายแห่งตามร่างกายและศีรษะ ซึ่งคนไข้ไม่มีสติ คณะแพทย์จึงรับเข้าไปยังห้องผู้ป่วยหนักหรือห้องไอซียูตั้งแต่คืนวันเสาร์ต่อเนื่องถึงเช้าอาทิตย์ ด้วยการใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะไม่สามารถหายใจด้วยตนเองได้ ซึ่งทางศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองเป็นผู้ดูแลคนไข้

ด้านนพ.วสุ ศรีวสุรา ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมองกล่าวว่า ในส่วนระบบของสมอง ความรู้สึกตัวของสามเณรครั้งแรกค่อนข้างโคม่า เมื่อไปเช็กด้วยคอมพิวเตอร์เอกซเรย์สมอง ก็พบว่ามีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง มีภาวะรอยช้ำอย่างรุนแรง ทำให้เกิดสมองบวม ซึ่งเมื่อนำเข้ามาที่ห้องไอซียูได้สักพักหนึ่ง ความที่ว่าอาการรุนแรงทำให้สัญญาณชีพเปลี่ยนแปลงแย่ลงอย่างรวดเร็ว จึงไม่สามารถผ่าตัดรักษาได้ เนื่องจากอาการไม่เหมาะสม มีโอกาสเสี่ยงต่อชีวิตสูง จึงจะต้องรักษาด้วยยาเป็นหลักเพื่อประคับประคอง อาการขณะนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคนไข้แล้วว่าเขาจะรับได้แค่ไหน โดยคณะแพทย์ได้แจ้งให้ ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ

บทความก่อนหน้านี้เจอแบบนี้แทบกรี๊ด…เก๋ง ลายพร้อยไปทั้งคัน เหตุรถปูนไม่ระวังทำน้ำปูนกระเด็น!
บทความถัดไปကိုရီးယားက ဆွေမျိုးတွေ ပြန်လည် ပေါင်းဆုံပွဲ