บูรณะพระที่นั่ง ราเชนทรยาน ทำพิธีบวงสรวง ราชรถ-ยานมาศ

สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมา สักการะพระบรมศพ 1,824,517 คน ถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 143,600,025 บาท กรมศิลปากรบวงสรวงก่อนบูรณะราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เผยใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ทั้งให้ประชาชนเข้าชมได้ตามปกติ พสกนิกรยังคงหลั่งไหลเข้าถวาย สักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศเป็นจำนวนมาก รวมถึงชนเผ่าไทยใหญ่ กะเหรี่ยงคอยาว มูเซอ ม้ง ละว้า ลีซอ 750 คน จาก 7 อำเภอในแม่ฮ่องสอน และคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์จากสุไหงโก-ลก

พระเทพฯบำเพ็ญพระราชกุศล

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันที่หกสิบห้าในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

เมื่อเวลา 07.02 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารเช้าแด่ พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 16 ธ.ค. ในการนี้กองทัพเรือ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพด้วย

เวลา 10.30 น. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหา วิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ โดยมีกองทัพอากาศร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ

ปชช.47วัน1.8ล.-เงินถวาย143ล.

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.39 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพ ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก มีจำนวน 46,386 คน รวม 47 วัน มี 1,824,517 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,177,421.25 บาท รวม 47 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 143,600,025 บาท

ในหลวงพระราชทานอาหาร

ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ นำอาหาร ขนม ของ ว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวต้มกระดูกหมูเห็ดหอม 1,500 ถ้วย กาแฟสด 2,500 แก้ว มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ขนมจีนน้ำพริกไข่มะตูมผักสด 1,000 จาน ข้าวอบเผือกหอมไข่แดงเค็มกุนเชียง 1,000 จาน ข้าวพะแนงอกไก่มันม่วง 1,000 จาน กระเพาะปลา 2,000 ถ้วย ข้าวคั่วกลิ้งหมูไข่มะตูม 1,000 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปา 1,000 ลูก เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำสมุนไพร 700 ลิตร มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวราดไก่ผัดขิงกุนเชียง 3,000 จาน และน้ำดื่มให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

คิวยาวรับข้าวเหนียวไก่ทอด

ส่วนที่รถเคลื่อนที่มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก หน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ทรงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิ ทอดไก่หมักทรงเครื่องพร้อมข้าวเหนียวแจกจ่าย ซึ่งวันนี้ใช้ไก่จำนวน 1,200 ก.ก. และข้าวเหนียว 500 ก.ก. ทั้งนี้ภายในบูธยังมีตัวแทนจากโรงเรียนบดินทรเดชานำร่ม 500 คัน และเสื้อสีดำ 500 ตัว มาร่วมแจกด้วย และโรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ นำน้ำดื่มมาแจกจ่าย

บวงสรวงเครื่องประกอบราชพิธี

วันเดียวกัน นางรักชนก โคจรานนท์ ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร (พช.พระนคร) กล่าวว่า กรมศิลปากรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เคลื่อนย้ายพระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์ จากหมู่พระพิมานไปยังโรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อเตรียมพิธีบวงสรวงก่อนบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ในวันจันทร์ที่ 19 ธ.ค.นี้ โดยกรมศิลปากรได้จัดเตรียมสถานที่ใช้ในการบวงสรวงเป็นที่เรียบร้อย

ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กล่าวว่า สำหรับพิธีบวงสรวง เวลา 14.15 น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเดินทางมายังพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ จากนั้นเวลา 14.30 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเดินทางมาถึง เข้าสักการะพระพุทธสิหิงค์ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และสักการะเจ้าพ่อหอแก้วบริเวณข้างพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ เวลา 14.49 น. ประธานเข้าสู่ปะรำพิธีด้านหน้า โรงราชรถ จุดเทียนบูชาเครื่องสังเวย ณ โต๊ะเครื่องบวงสรวง โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นผู้นำการบวงสรวง

เผยรายละเอียดการบูรณะ

ทั้งนี้ในการบูรณปฏิสังขรณ์ สำนักช่างสิบหมู่จะซ่อมแซมงานเครื่องไม้ งานแกะ งานลงรัก และงานกระจก ขณะที่ส่วนกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์จะเข้าทำความสะอาดเพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนใดเสื่อมสภาพ กรมสรรพาวุธทหารบกจะดูแลในส่วนเพลาล้อ และกรมอู่ทหารเรือจะดูแลในส่วนเชือกชักลาก รวมใช้เวลาประมาณ 10 เดือน

ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กล่าวด้วยว่า สำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้าชมโรงราชรถ ที่ผ่านมามีประชาชนเข้าชมเป็นจำนวนมาก ภายหลังที่มีการเริ่มบูรณะราชรถ ประชาชนสามารถเข้าชมได้ตามปกติ แต่จะมีนั่งร้านและปิดกั้นเป็นบางส่วน อย่างไรก็ตาม อยากให้เข้ามาชมขั้นตอนการอนุรักษ์ โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครจะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ม.ค.2560 หลังจากนั้นจะเปิดเข้าชมในวันพุธ-วันอาทิตย์ ส่วนวันจันทร์และวันอังคารเป็นวันปิดทำการ

คนไข้จากสุไหงโก-ลกสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ 48 ที่พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) โดยมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศสวมชุดไว้ทุกข์สุภาพเรียบร้อยเดินทางมาต่อคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพตั้งแต่ เช้ามืด ซึ่งเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างเป็นระเบียบ โดยในเวลา 04.45 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี จากนั้นได้เปลี่ยนทางเข้าเป็นทางประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี

นายอดุล เจ๊ะอีซอ อายุ 44 ปี ชาว อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกสันหลังคดงอ เปิดเผยว่า เมื่อตนอายุ 21 ปี กระดูกสันหลังมีอาการคองอ ยืนไม่ได้ ต้องนอนรักษาตัวอย่างเดียว ตอนนั้นคิดว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว เพราะเจ็บทรมาน มาก โชคดีที่ขณะนั้นมีแพทย์หลวงมารักษาพยาบาลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และตนเป็นหนึ่งในคนไข้ที่ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณ บุบผา ซึ่งขณะนี้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับตนเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชอย่างต่อเนื่อง เหมือนชุบชีวิตใหม่ เพราะเคยมีหมอบอกว่าโรคที่เป็นอยู่มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ในทันที ตอนนี้เมื่อได้มีโอกาสที่ดีก็จะไม่ท้อ และจะทำอย่างตามรอยพ่อสืบไป

ชนเผ่าแม่ฮ่องสอนถวายสักการะ

วันเดียวกัน มีชนเผ่าต่างๆ อาทิ ไทยใหญ่ กะเหรี่ยงคอยาว มูเซอ ม้ง ละว้า ลีซอ รวม 750 คน จาก 7 อำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้แก่ อ.เมือง อ.ขุนยวม อ.แม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง อ.สบเมย อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า เดินทางเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศด้วยความอาลัยตั้งแต่เช้ามืด

มธ.จัดนิทรรศการต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13:00 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดนิทรรศการ “9 ตามพ่อสานต่อพระราชปณิธาน” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยแบ่งรูปแบบการจัดแสดงออกเป็น 9 หมวดหมู่ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ และบริเวณลานกลางแจ้งหน้าหอประชุม ยังจัดพื้นที่สำหรับฉายสารคดีพระราชประวัติและการทรงงานให้ประชาชนได้รับชม พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเขียนข้อความลง บนแผ่นทองรูปใบโพธิ์ในหัวข้อ “ความดีที่ได้กระทำเพื่อถวายในหลวงรัชกาลที่9” ซึ่งแผ่นทองทั้งหมดจะนำไปหล่อเป็นพระพุทธรูป จากนั้นจะนำไปมอบให้กับสถาบันต่างๆ ต่อไป โดยทั้งนิทรรศการและกิจกรรมได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าวเปิดให้ประชาชน เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ถึงวันที่ 31 ม.ค.2560

สตูลเดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ

ช่วงเช้าวันเดียวกัน บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสตูล นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รอง ผวจ.สตูล พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมปล่อยขบวนรถพสกนิกรชาวสตูล รอบที่ 3 โดยใช้รถบัสโดยสารจำนวน 16 คัน เดินทางจากหน้าศาลากลางจังหวัดสตูลมุ่งหน้าเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพ ประกอบด้วยประชาชนจากเขตเทศบาลเมืองสตูล เทศบาลตำบลเจ๊ะ บิลัง เทศบาลตำบลฉลุง อบต.เกาะสาหร่าย และอบต.ปูยู รวม 750 คน

บทความก่อนหน้านี้พบแล้ว1-เร่งกู้ศพ เหยื่อตึก8ชั้นถล่ม
บทความถัดไปFootNote: ทุก”มาตรการ”ล้วนมุ่งไปสู่”พระธัมมชโย”