นายกฟุตบอล ตั้งรางวัลนำจับแฟนบอลอันธพาลกลุ่ม “อุลตร้าไทยแลนด์” รายละ 30,000 บาท หลังก่อเหตุจุดพลุป่วนการแข่งขันฟุตบอลนัดชิง “ซูซูกิ คัพ” ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย กลางสนามราชมังคลากีฬาสถาน ระบุมีหลักฐานภาพถ่าย-วิดีโอ บันทึกเหตุการณ์โดยช่วงจุดพลุมีแฟนบอลได้รับบาดเจ็บด้วย ด้านผบช.น. ลุยเองสั่งล่าฮูลิแกน เผยเป็นกลุ่มแฟนบอลนับร้อยคน ที่รวมตัวกันก่อเรื่องอื้อฉาวทั้งในและต่างประเทศ วันเกิดเหตุรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่เริ่มก่อกวนจุดพลุตั้งแต่นอกสนาม และซุกซ่อนพลุเข้าไปกับอุปกรณ์เชียร์ ด้าน สมาคมฯแถลงการณ์ประณาม ระบุฟีฟ่าสั่งสอบแล้ว หากผิดจริงไทยอาจถูกปรับเงินถึง 7 แสนบาท หรือโดนแบนจากการเตะนัดเหย้าในการแข่งขันรายการต่อๆ ไป

จากเหตุการณ์แฟนบอลชาวไทยชื่อกลุ่ม “อุลตร้าไทยแลนด์” จุดพลุสีแดงจนเกิดควันและประกายไฟ ก่อความรำคาญให้กับผู้ร่วมเชียร์ ภายในสนามฟุตบอลราชมังคลากีฬาสถาน นัดชิงชนะเลิศ”เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016″ระหว่างทีมชาติไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งทีมชาติไทยชนะและครองแชมป์ แต่การจุดพลุดังกล่าวสร้างความวุ่นวายไปทั่วสนาม จนตำรวจออกควานหาตัวเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. สั่งผู้กำกับการ สน.หัวหมาก สืบสวนดำเนินคดีกับกองเชียร์ ซึ่งจุดพลุแฟร์ในสนาม เบื้องต้นพบกลุ่มกองเชียร์นำพลุซุกซ่อนไปกับอุปกรณ์เชียร์ และจุดขึ้นระหว่างการแข่งขัน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพ และเจตนาว่าจงใจทำลายภาพลักษณ์ชื่อเสียงของสมาคมฟุตบอลไทยหรือไม่ เพราะกลุ่มดังกล่าวมีปัญหาระหว่างการเชียร์กับทีมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มดังกล่าวสามารถแจ้งดำเนินคดีกับตำรวจได้

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า พร้อมดำเนินคดีกับกลุ่มกองเชียร์จอมป่วน เร่งตรวจสอบหากเข้าข่าย พ.ร.บ.ดอกไม้ไฟ หรือประกาศของ คสช. ก็พร้อมดำเนินคดีเต็มที่ โดยจากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มกองเชียร์ดังกล่าวนำพลุหลบซ่อนเข้าไปในอุปกรณ์เชียร์ และเมื่อถึงช่วงการแข่งขันก็นำขึ้นมาจุด ซึ่งต้องสอบสวนว่าจงใจทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยหรือไม่

“จากข้อมูลทราบว่า กลุ่มดังกล่าวมีปัญหาในระหว่างการเชียร์กับทีมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการข่าวอยู่ก่อนแล้วว่าจะมีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้น จึงส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและสายสืบเข้าไปในกลุ่มกองเชียร์ดังกล่าว แต่กลุ่มดังกล่าวตรวจสอบกันเองที่ค่อนข้างเข้มงวด และไม่ยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มเข้าไปร่วมเชียร์ จึงให้เจ้าหน้าที่ต้องอยู่ภายในและนอกสนามเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งภาพ ถ่ายคลิปวิดีโอ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ในโลก โซเชี่ยลมีเดียแล้ว รวมถึงการโพสต์ก่อนการแข่งขันไว้เป็นพยานหลักฐานแล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุบางคนมีการใช้ผ้าปกปิดหน้าตา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หากระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครก็จะออกหมายเรียกมาให้การกับทางเจ้าหน้าที่ต่อไป” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ในส่วนของโลกออนไลน์ มีการอ้างชื่อ “เปิ้ล”อัสราภา แม่บ้านของ “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย โพสต์รูปแฟนบอลที่จุดในอินสตาแกรมในช่วงที่ทีมชาติไทยขึ้นนำอินโดนีเซีย 1-0 พร้อมใส่ข้อความว่า “ชอบๆ แต่เดี๋ยวประตูเรามองไม่เห็นลูก #ครึ่งหลังโลดอ้าย”

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายเกมแข่งขัน มูฮัมหมัด อับดูห์ เลสตาลูฮู กองหลังทีมชาติอินโดนีเซีย แสดงพฤติกรรมไร้สปิริต เตะฟุตบอลอัดเข้าไปในซุ้มม้านั่งสำรองทีมชาติไทย จังหวะที่บอลหลุดออกนอกสนาม จนเกือบจะเกิดจลาจลย่อยๆ เมื่อนักเตะสำรองและสต๊าฟโค้ชของไทยพากันกรูเข้ามาหานักเตะอิเหนาผู้ก่อเหตุ ก่อนผู้ตัดสินจะควักใบแดงไล่ออกจากสนาม ท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอลชาวไทย ซึ่งเลสตาลูฮู ยังแสดงกิริยาน่าเกลียดด้วยการชูนิ้วกลาง ระหว่างเดินออกจากสนามเข้าห้องแต่งตัวอีกด้วย

ซึ่งกรณีดังกล่าว กลายเป็นภาพเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์มากมาย ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หนึ่งในจำนวนนั้น “แทค” ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม นักแสดงคนดัง โพสต์ข้อความตำหนิแข้ง “อิเหนา” จอมถ่อยที่ชูนิ้วกลางแจกกล้วย บอก “มึง…มาก”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสถานการณ์ในวันดังกล่าวกลุ่มแฟนบอลที่มีจำนวนหลายร้อยคนกลุ่มนี้ เริ่มจุดพลุตั้งแต่อยู่นอกสนามช่วงราว 16.00 น. พร้อมกับคอยขู่ผู้อื่นไม่ให้ถ่ายรูปการกระทำของพวกตนด้วย ส่วนในสนามนั้นเริ่มจุดกันช่วงกลางครึ่งแรก แม้ว่าแฟนบอลรอบข้างจะคอยส่งเสียงโห่ก็ยังไม่หยุด กระทั่งโฆษกสนามประกาศขอร้องให้หยุด พร้อมบอกว่าอาจทำให้ทีมชาติไทยถูกลงโทษแบนได้ แต่กลุ่มอุลตร้าก็ยังคงไม่หยุดการกระทำนี้อยู่ดี

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังเผยอีกว่า บทสนทนาในไลน์กลุ่มของสมาคมฟุตบอลฯ ระบุว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคม บอกว่าเห็นหน้ากลุ่มแฟนบอลเหล่านี้ชัดมาก และได้ส่งคนให้ไปจัดการเรื่องนี้แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่าจากเหตุความวุ่นวาย ดังกล่าว ทีมชาติไทยอาจถูกฟีฟ่าสั่งปรับเงินจำนวนมหาศาล หรืออาจถึงขั้นถูกแบนห้ามใช้รังเหย้า เพราะพฤติกรรมของแฟนบอล ดังกล่าวถือว่าเป็นการทำผิดกฎฟีฟ่า ร้ายแรง เนื่องจากสุ่มเสี่ยงจะเกิดอันตรายต่อแฟนบอลคนอื่นๆ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สมาคมฟุตบอลไทยเตรียมจะมอบเงินรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแสในการจับกุมแฟนบอลที่ก่อเหตุจุดพลุแฟร์หัวละ 30,000 บาท นั่นหมายความว่าหากท่านแจ้งเบาะแส และทำให้เราสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ถึง 10 คน ก็จะได้รางวัลนำจับทันที 300,000 บาท โดยขอให้ผู้ที่มีเบาะแสดำเนินการแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และแจ้งให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ทราบทันที

นายกสมาคมฟุตบอลไทยกล่าวต่อว่า ในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบปะปนอยู่กับผู้ที่ก่อเหตุด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกเป็นภาพวิดีโอและภาพถ่ายของผู้ที่ก่อเหตุได้แล้วบางส่วน ซึ่งตอนนี้เรามีพยานหลักฐานอยู่พอสมควร โดยจะส่งให้กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี ในการออกหมายเรียกและออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้การที่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่เข้าไปจับกุมตัวแฟนบอลที่ก่อเหตุ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย ขณะเดียวกันได้รับรายงานด้วยว่า มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดไฟจากการจุดพลุแฟร์ที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งอยากให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเหล่านั้นไปแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิด และแจ้งให้กับสมาคม ฟุตบอลฯ ได้รับทราบด้วย

ด้านสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ว่าตามที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มได้กระทำการจุดพลุแฟร์ ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559 จนทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ผิดกฎข้อห้ามของฝ่ายจัดการแข่งขัน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอประณามการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าว ที่กระทำการทั้งๆ ที่ทราบกฎระเบียบข้อห้าม และกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง ประเทศไทยฯ ถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ตัดสินปรับขั้นต้น 20,000 สวิสฟรังก์ หรือ ประมาณ 700,000 บาท และอาจถูกลงโทษห้ามจัดการแข่งขันในเกมเหย้า ห้ามแฟนบอลเข้าชมการแข่งขันในสนาม หรือถูกสั่งให้จัดการแข่งขันในสนามประเทศเป็น กลางแทน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลกีฬาแห่งประเทศไทยฯ ได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมถึง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้สถานีตำรวจ นครบาลหัวหมาก และผู้เกี่ยวข้อง เร่งรัดติดตามสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอความร่วมมือแฟนบอลหรือประชาชนทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หรือทราบเบาะแส มีข้อมูลของผู้กระทำความผิด สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อาคารพงษ์สุภี ชั้น 3 เลขที่ 19 ซอยยาสูบ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ : 0-2272-2250 อีเมล์ : [email protected] หรือ สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจหัวหมาก

ค่ำวันเดียวกันที่สน.หัวหมาก พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พร้อม พ.ต.อ. ชุมพล พุ่มพวง รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ศุภชัจจ์ เปี่ยมมนัส ผกก.สส.บกน.4 พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน บก.สส.บกน.4 และฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก เร่งติดตามคดีที่แฟนบอลไทยจุดพลุในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลซูซูกิคัพ ระหว่างไทยกับอินโดนีเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า จากการสืบสวนตอนนี้พอจะทราบแล้วว่าคือกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นห่วงในเรื่องชื่อเสียงของประเทศ จึงกำชับมายัง บช.น.ให้เร่งติดตามเรื่องดังกล่าว โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เทียบเคียงภาพเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามมาตรา 397 เป็นความผิดลหุโทษ มีโทษ จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท ในส่วนของการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ถ้าไม่มีการยิงขึ้นฟ้าก็ไม่เข้าข่ายความผิด

พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวต่อว่า ภายใน 2 วันนี้ จะติดต่อขอเข้าพบท่านนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อหามาตรการป้องกันและควบคุมแฟนบอลหัวรุนแรงไม่ให้ก่อเหตุในลักษณะนี้เกิดซ้ำอีก และฝากไปยังแฟนบอลที่มาเชียร์ ให้เห็นแก่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเพราะนี่คือการแข่งกีฬาระดับนานาชาติ

พล.ต.ต.นันทชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบบริเวณรอบสนามยังพบประทัดบอลจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของกลุ่มใดนำมาซุกซ่อนไว้

ประทัดบอล - พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 เรียกชุดสืบสวนสอบสวนสน.หัวหมาก ประชุมติดตามคดีแฟนบอลไทยจุดพลุไฟในสนามราชมังคลากีฬาสถานนัดชิงซูซูกิคัพ จากการตรวจสอบบริเวณรอบสนามพบประทัดบอลจำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถระบุว่าผู้ใดนำมาซุกซ่อนไว้ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.

ประทัดบอล – พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 เรียกชุดสืบสวนสอบสวนสน.หัวหมาก ประชุมติดตามคดีแฟนบอลไทยจุดพลุไฟในสนามราชมังคลากีฬาสถานนัดชิงซูซูกิคัพ จากการตรวจสอบบริเวณรอบสนามพบประทัดบอลจำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถระบุว่าผู้ใดนำมาซุกซ่อนไว้ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน