Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 3 ส.ค. 2563

ฆ่าเอ็กซ์-ประหาร ‘หมอนิ่ม’ ยกฟ้องแม่ที่รับแทน ศาลเชื่อไม่เกี่ยว ทนายก็โดนด้วย คุกชั่วชีวิตมือปืน ลุ้นประกัน2.5ล. แม่เหยื่อ-อโหสิ

20 ธ.ค. 2559 - 01:22 น.

ศาลสั่งประหาร ‘หมอนิ่ม’ จ้างฆ่า ‘เอ็กซ์ จักรกฤษณ์’ อดีตสามี-นักกีฬายิงปืนทีมชาติเมื่อปี 2556 ส่วนทนายอี๊ดทำหน้าที่จัดหามือปืน-โดนสั่งประหารสถานเดียวด้วย ขณะที่มือปืน-คนขี่จยย.ถูกจำคุกตลอดชีวิต พร้อมให้ชดใช้เงิน 2.5 ล้าน ส่วนแม่หมอนิ่มพิพากษายกฟ้อง เหตุรับผิดแทนลูก ด้านทนายยื่นเงินสด 2.5 ล้านประกันหมอนิ่ม พร้อมแนบพาสปอร์ตยันไม่หนี แต่ศาลชั้นต้นส่งศาลอุทธรณ์พิจารณา ก่อนส่งหมอนิ่ม-ทนายอี๊ด-มือปืนนอนเรือนจำ ด้านแม่เอ็กซ์อโหสิกรรมให้ แต่ห่วงหลาน 2 คน

 

%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b9%8c

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ธ.ค. ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.383/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ และนายมานพ พณิชย์ผาติกรรม บิดาของนายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายจิรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้าง ถูกกล่าวหาเป็นมือปืน, น.ส.สุรางค์ ดวงจินดา อายุ 74 ปี มารดาพญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม, พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ อายุ 40 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว อดีตภรรยานายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์, นายสันติ หรืออี๊ด ทองเสม อายุ 30 ปี อาชีพทนายความ และนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้าง ถูกกล่าวหาเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนก่อเหตุ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, จ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริม ให้ฆ่า, มีและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ

ตามฟ้องอัยการโจทก์สรุปว่า ระหว่างเดือนส.ค.ถึงวันที่ 19 ต.ค.2556 จำเลยที่ 2-4 ร่วมกันจ้างวานใช้นายจิรศักดิ์กับพวก ฆ่านาย จักรกฤษณ์ก่อนหลบหนีไป ต่อมาตำรวจสืบสวนตามจับกุมจำเลยได้ ชั้นสอบสวนนายจิรศักดิ์และน.ส.สุรางค์ให้การภาคเสธ ส่วนพญ.นิธิวดีและนายสันติให้การปฏิเสธและต่อสู้คดี เหตุเกิดที่แขวงและเขตมีนบุรี กทม. ระหว่างการพิจารณาคดีนางสุรางค์ พญ.นิธิวดีและนายสันติ ได้ประกันตัวไปคนละ 5 แสนบาท

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว พยานเบิกความว่ารู้จักกับพญ.นิธิวดีมานาน 9 ปี และทราบว่าถูกผู้ตายทำร้าย ก่อนพญ.นิธิวดีขอให้หาคนมาจัดการ จึงแนะนำให้รู้จักนายสันติ โดยพยานเห็นพญ.นิธิวดีส่งเงินให้นายสันติ ส่วนที่มีพยานเบิกความว่า นาง สุรางค์ เป็นผู้จ่ายเงินให้นายสันติด้วยนั้น เป็นคำซัดทอดและมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ศาลจึงรับฟังด้วยความระมัดระวังประกอบพยานบุคคลอื่น

ขณะที่โจทก์ยังมีตำรวจเบิกความเป็นพยานถึงการสืบสวน สรุปสาเหตุความขัดแย้งการสังหารผู้ตายว่าเกิดจากปัญหาในครอบครัว ซึ่งมีพยานอื่นเบิกความสนับสนุนเรื่องที่ผู้ตายคบหาคนอื่น และเคยพบพญ.นิธิวดี จนทำให้เกิดความไม่พอใจ ก่อนพญ.นิธิวดีจะพามารดาเข้าร้องทุกข์ว่าถูกผู้ตายทำร้ายร่างกาย กระทั่งผู้ตายถูกจับกุมแล้วถูกปล่อยตัว ก่อนพบทรัพย์สินในตู้เซฟที่ธนาคารหายไป จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพญ.นิธิวดีและเจ้าหน้าที่ธนาคารในภายหลัง

นอกจากนี้จากการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนายจิรศักดิ์และนายธวัชชัยพบความเชื่อมโยงกับนายสันติ โดยพนักงานสอบสวนเบิกความด้วยว่า นายจิรศักดิ์รับสารภาพในชั้นสอบสวน ระบุรู้จักกับนายสันติและนายธวัชชัยได้อย่างไร ขณะที่คำเบิกความของนายธวัชชัยมีรายละเอียดสอดคล้องกับนายจิรศักดิ์

ศาลจึงพิพากษาว่า พญ.นิธิวดีและนายสันติ มีความผิดตาม ม.84, 289 (4) โดยนายสันติยังมีความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ม.7, 72 วรรคสามด้วย จึงให้ประหาร ชีวิตพญ.นิธิวดีและนายสันติสถานเดียว ฐานร่วมกันเป็นผู้ใช้ให้ (จ้างวาน) กระทำความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ส่วนนายจิรศักดิ์และนายธวัชชัย มีความผิดตาม ม.289 (4), 371, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ม.7, 8, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง จึงให้ประหารชีวิตนายจิรศักดิ์และนายธวัชชัย ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อีกทั้งให้จำคุกนายจิรศักดิ์ นายสันติ และนายธวัชชัย อีกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพาอาวุธปืนไปที่สาธารณะ ให้จำคุกนายจิรศักดิ์และนายธวัชชัยอีกคนละ 6 เดือน แต่ทางนำสืบและคำให้การชั้นสอบสวนของนายจิรศักดิ์และนายธวัชชัยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษคนละ 1 ใน 3 ให้จำคุกนายจิรศักดิ์และนายธวัชชัยตลอดชีวิต

นอกจากนี้ให้นายจิรศักดิ์ พญ.นิธิวดี นายสันติ และนายธวัชชัย ร่วมกันชดใช้เงิน 2.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แก่นายมานพและนางสมคิด บิดามารดานายจักรกฤษณ์ด้วย นับตั้งแต่เดือนก.ย.2557 ที่ยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ขณะที่น.ส.สุรางค์ มารดาพญ.นิธิวดี ศาลพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างฟังคำพิพากษานายจิรศักดิ์และนายธวัชชัยอยู่ในชุดนักโทษมีสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่น.ส.สุรางค์ มารดาหมอนิ่มมีสีหน้าวิตกและแสดงความกังวลในช่วงอ่านคำพิพากษาเกือบ 1 ช.ม. ส่วนพญ.นิธิวดีสวมชุดสูทสีดำ ในช่วงแรกมีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อฟังคำพิพากษาระยะหนึ่งได้แสดงความวิตก โดยจับมือเพื่อนผู้หญิงที่มาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย ด้านนายสันติมีสีหน้าเรียบเฉยในสูทสีดำ โดยหลังฟังคำพิพากษา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวพญ.นิธิวดี นายสันติ นายจิรศักดิ์ และนายธวัชชัย ไปยังเรือนจำพิเศษมีนบุรี

 

201612191759453-20030315183741

ด้านนางสมคิด พณิชย์ผาติกรรม มารดานายจักรกฤษณ์ ซึ่งมาร่วมฟังคำพิพากษากล่าวทั้งน้ำตาว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมามีความรู้สึกทุกข์ใจโดยตลอด และได้อโหสิกรรมให้ผู้กระทำผิดมานานแล้ว แต่ขณะนี้รู้สึกห่วงหลานทั้ง 2 คนมาก

ขณะที่นายบุญเรือง อุทัยรัตน์ ทนายความครอบครัวพณิชย์ผาติกรรม กล่าวว่า คดีนี้ใช้เวลา 3 ปี ซึ่งศาลพิพากษาแล้วให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้เงิน 2.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ให้กับนางสมคิดมารดานายจักรกฤษณ์ด้วย หลังยื่นคำร้องต่อศาลขอให้จำเลยชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะให้กับมารดาที่ต้องเสียบุตรชายไป ส่วนน.ส.สุรางค์ มารดา พญ.นิธิวดีนั้น ศาลสงสัยในคำเบิกความของพยานที่เบิกความกลับไปกลับมาและขัดแย้งกัน จึงพิจารณายกฟ้อง เนื่องจากเชื่อว่ารับแทนลูก

ส่วนนายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความหมอนิ่ม เปิดเผยว่า ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เดิมเป็นเงิน 500,000 บาท และเพิ่มหลักทรัพย์ใหม่เป็นเงินอีก 2 ล้านบาท รวมหลักทรัพย์ทั้งสิ้น 2.5 ล้านบาท พร้อมยื่นหนังสือเดินทางเป็นหลักประกันว่าจะไม่หลบหนี โดยศาลมีคำสั่งส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องประกันตัวต่อไป ดังนั้นตอนนี้พญ.นิธิวดีจึงต้องเข้าเรือนจำก่อน

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ฆ่าเอ็กซ์-ประหาร ‘หมอนิ่ม’ ยกฟ้องแม่ที่รับแทน ศาลเชื่อไม่เกี่ยว ทนายก็โดนด้วย คุกชั่วชีวิตมือปืน ลุ้นประกัน2.5ล. แม่เหยื่อ-อโหสิ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง